Apple ปล่อย Swift 3.0 และ Xcode 8 ให้นักพัฒนาแล้ว

หลังจากที่ได้มีข่าวการอัพเดท Preview ของ Swift 3.0 ภาษาเขียนโปรแกรมแห่งอนาคตจาก Apple (ข่าวเก่า) ในช่วงนี้ซึ่งเป็นสัปดาห์งาน WWDC 2016 ทาง Apple ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว Swift 3.0 อย่างเป็นทางการพร้อมกับ Xcode 8 – IDE สำหรับการเขียน Application จากทาง Apple 

สำหรับ Swift 3.0 และ Xcode 8 พร้อมให้นักพัฒนาดาวน์โหลดไปทดลองเขียนได้แล้วที่ Swift 3.0 Resource  บนหน้าเว็บของ Apple Developer พร้อมกับ Slide, Document และ Source Code ตัวอย่าง

swift3

ซึ่ง Swift 3.0 นี้ทาง Apple ก็ได้มีการบรรยายสรรพคุณต่าง ๆ ไว้ ไม่ว่าจะเป็น Syntax ที่อ่านเข้าใจง่ายและเป็นธรรมชาติกว่าเดิม, การพัฒนาความทันสมัยของการคอมไพล์ การจัดการ Memory

swift_3_code_ex

นอกจากนี้ Apple ยังอัพเดตรายละเอียดของ Swift 3.0 ใหม่ด้วย โดยหลัก ๆ ของการเปลี่ยนแปลง เช่น มีแนวทางการตั้งชื่อ API ให้, ปรับปรุงประสิทธิภาพคอมไพเลอร์, ล้างโค้ดเก่าและ syntax ที่มีความคลุมเครือ, นำเข้าโค้ดจาก Objective-C ได้ดีขึ้น, นำเข้าโค้ดจาก C เป็น object เพื่อความง่ายต่อการจัดการ รวมไปถึงการสั่ง return ค่าหลาย ๆ ตัวพร้อมกันออกจาก function และคุณสมบัติเกี่ยวกับการจัดการ native error โดยใช้ try / catch / throw

NewtonsCradle

คุณสมบัติใหม่ใน Xcode 8 ยังได้เพิ่ม interactive playground ซึ่งเป็นการอัพเดท playground ของเดิมให้ดูเข้าใจง่ายมากขึ้น มีการนำคุณสมบัติการ debug แบบ REPL (Read-Eval-Print-Loop) ทำให้การ debug ง่ายขึ้น และมองเห็นภาพกว่าเดิม คล้ายกับที่บนเวที Keynote ใหญ่ Apple ก็ได้ทำการเปิดตัวแอพ Playground for iPad ให้สามารถเรียนรู้ภาษา Swift ได้บน iPad

ที่มา – Apple Developer

Apple เปิดตัว watchOS 3 ทำงานเร็วขึ้น, หน้าปัดนาฬิกาใหม่, เพิ่มโหมดฉุกเฉิน

watchos-3-hero

Apple ได้เปิดตัว watchOS เวอร์ชันใหม่หรือ watchOS 3 ในงาน WWDC 2016โดยมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานโดยรวมที่ Apple ยืนยันว่าจะเร็วขึ้นโดยชัดเจน, หน้าปัดนาฬิกาแบบใหม่ๆ, ความสามารถฟิตเนสอีกมากมาย

watchOS-wwdc2016-3

เรื่องแรก คือเรื่องความเร็ว Apple กล่าวว่า ตัว watchOS 3 จะใช้วิธีการทำงานต่างๆ ใน background มากขึ้น, แอพที่ชื่นชอบจะถูกเก็บไว้ในหน่วยความจำ ซึ่ง Apple บอกว่าจะทำให้การใช้งานเร็วขึ้นมาก เช่นจาก watchOS 2 ที่กดแล้วจะต้องรอโหลดแอพ และโหลดข้อมูล แต่ถ้าเป็น watchOS 3 เมื่อกดเปิดแล้วแอพพร้อมข้อมูลจะขึ้นมาทันที

watchOS-wwdc2016-6

ฟีเจอร์ถัดไปคือเรื่อง Dock คือการสลับระหว่างแอพบน watchOS (คล้ายกับ multitasking บน iOS) วิธีเข้าถึงก็เพียงแค่กดปุ่มก็จะสามารถสลับแอพไปมาได้ทันที

watchOS-wwdc2016-8

Control Center สามารถจัดการการตั้งค่า watchOS อย่างรวดเร็วได้ ไม่ว่าจะเปิด Airplane Mode, Do Not Disturb, ปิดเสียง ฯลฯ

watchOS-wwdc2016-9

Messages บน Apple Watch มีตัวเลือกในการตอบเพิ่มขึ้น เช่น Scribble หรือการเขียนเป็นข้อความบนนาฬิกาเลย

watchOS-wwdc2016-14

หน้าปัดนาฬิกาใหม่ เช่นรูปมินนี่ เมาส์ รวมถึงมีตัวเลือกสีที่สามารถเลือกให้เข้ากับสายได้ และการเปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกาก็จะง่ายขึ้นด้วย

watchOS-wwdc2016-16

Activity ที่มีนาฬิกาให้ใช้แล้ว ฉะนั้นเวลาใช้งาน Activity ก็ยังดูนาฬิกาได้

watchOS-wwdc2016-40

ฟีเจอร์ฉุกเฉิน คือหากผู้ใช้ตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย สามารถกดปุ่มข้างนาฬิกาค้างไว้นานๆ และกดตัวนาฬิกาแรงๆ อีกที ตัวนาฬิกาจะโทรแจ้งเบอร์โทรฉุกเฉินในแต่ละประเทศทันที และเบอร์โทรฉุกเฉินนี้จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามประเทศที่เดินทางไปด้วย และยังสามารถแจ้งเตือนไปยังบุคคลที่เราตั้งไว้ให้โทรหาเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้ด้วย

watchOS-wwdc2016-61

ฟีเจอร์สำหรับผู้ที่นั่งรถเข็นบน watchOS 3 คือ Apple จะทำให้ Apple Watch เหมาะกับคนที่ใช้รถเข็นด้วย เช่น ถ้ามีการแจ้งเตือนให้ยืน ก็จะเปลี่ยนเป็นแจ้งเตือนให้ขยับเขยื้อนแทน รวมถึง Activity ต่างๆ ก็จะปรับเปลี่ยนให้เข้ากันด้วยเช่นกัน

watchOS-wwdc2016-74

ถัดไปคือ API สำหรับ watchOS 3 ซึ่ง Apple เพิ่มมาให้หลายอย่าง เช่น ใช้งานApple Pay ในแอพ, workout ในโหมด background, เรียกใช้งาน heart rate ได้ตลอดเวลา, เข้าถึง Gyroscope, ตัววัดความเร่ง, SpireKit & SceneKit ฯลฯ

watchOS-wwdc2016-80

watchOS 3 จะเปิดให้อัพเกรดได้ฟรีในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้ (ช่วงท้ายๆ ปี) ส่วนพรีวิวสำหรับนักพัฒนาเปิดให้ใช้ภายในวันนี้

ที่มา>>>macthai

รวม 10 ฟีเจอร์สุดเด็ดที่คาดว่าจะเผยโฉมใน iOS 10 เวอร์ชันล่าสุด!

เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันแล้วสำหรับงานอีเวนต์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่างApple ที่กำลังจะจัดงาน Worldwide Developers Conference หรือ  WWDC 2016 ขึ้นในวันที่ 13 มิถุนายนนี้

ซึ่งภายในงานนอกจากจะมีเป้าหมายให้เหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์จากทั่วโลกได้มา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และไอเดียสร้างสรรค์กันแล้วนั้น ยังมีพระเอกของงานที่คาดว่าจะเปิดตัวในงานนี้ด้วย นั่นก็คือ ระบบปฏิบัติการ iOS 10 เวอร์ชัน ใหม่ล่าสุดสำหรับอุปกรณ์ iDevice ที่คาดว่าอาจมาพร้อมกับฟีเจอร์ และการทำงานที่อัปเกรดประสิทธิภาพให้ดีขึ้นในหลายส่วนด้วยกัน

ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็ยังคงสงสัยว่า iOS 10 เวอร์ชันนี้จะมีฟีเจอร์ใดเปิดตัวมาให้ใช้งานด้วยบ้าง ดังนั้น เพื่อเป็นการไขข้อสงสัย เราจึงจะพาทุกท่านไปชมกันว่าฟีเจอร์เด็ดที่คาดว่าอาจมีใน iOS 10 จะมีอะไรบ้าง ขอเชิญทุกท่านติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยครับ

สามารถกดซ่อนแอปพลิเคชันบางรายการได้

ผู้ใช้ iPhone หรือ iPad หลายท่านคงพบเจอกับปัญหาแอปพลิเคชันที่มากับตัวเครื่องนั้นเยอะเกินไป และไม่สามารถลบแอปพลิเคชันดังกล่าวทิ้งได้ แต่ใน iOS 10 คาดว่า Apple จะเพิ่มฟีเจอร์ “กดซ่อนแอปพลิเคชัน” มาให้ใช้งานด้วยเช่นกัน หลังจากมีข้อมูลโค้ดบางส่วนหลุดออกมา ซึ่งข้อมูลนั้นก็บ่งชี้ไปในทิศทางดังกล่าวด้วย

Black Theme หรือ Dark UI

เห็นได้ว่าหน้าตา UI ของอุปกรณ์ iDevice ทั้งหมดจะมีรูปแบบที่เป็นสีขาว สะอาดตา และเรียบง่าย ซึ่งเป็นรูปแบบที่ Apple ยึดถือมาโดยตลอด แต่สาเหตุที่ทำให้มีการคาดคะเนว่า iOS 10 จะมี UI รูปแบบใหม่ให้ใช้งานในชื่อ Black Theme หรือ Dark UI นั้นมาจากจุดสังเกตของบัตรเชิญ หรือแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับงาน WWDC 2016 ของ Apple ที่มีการใช้สีดำ หรือสีน้ำเงินเข้ม เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งอาจเป็นคำใบ้ได้ว่า iOS 10 จะมี UI สีดำมาให้ใช้งานด้วย

ฟีเจอร์ 3D Touch รูปแบบใหม่ที่สามารถใช้งานบริเวณใดก็ได้


แน่นอนว่าฟีเจอร์สุดเด็ด 3D Touch จะต้องถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพการใช้งานได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจาก iPhone 6s และ iPhone 6s Plus นั้นสามารถใช้งานได้ในส่วนของ Peek & Pop ที่เป็นการอ่านเนื้อหาตัวอย่างก่อนเข้าไปอ่านฉบับเต็ม และถ้ากดที่แอปพลิเคชันในหน้าจอโฮมสกรีน จะเป็นการเรียกคำสั่งลัดต่างๆ ของแอปพลิเคชันนั้นๆ ขึ้นมาให้ใช้งาน

ซึ่งถ้าหาก Apple ขยายการใช้งานจริง ผู้ใช้ก็อาจสามารถกด หนัก-เบา ตรงบริเวณใดของหน้าจอก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องกดที่ลิงก์, ชื่อ, รูปภาพ หรือแอปพลิเคชัน ดังที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

Siri API ที่อาจเปิดกว้างให้กับ Developers มากยิ่งขึ้น
ฟังก์ชันผู้ช่วยคนเก่งของ Apple อย่าง Siri ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้หลายๆ คนมาแล้ว อาจมีการเปิดระบบมากขึ้นด้วยการที่ Apple อาจเปิดตัว Siri API ที่สามารถเอื้ออำนวยให้เหล่านักพัฒนาทั้งหลายได้นำ Siri API ไปพัฒนาร่วมกับแอปพลิเคชันแบบ Third-Party เพื่อการใช้งานที่ครอบคลุมทุกๆ ความต้องการมากยิ่งขึ้น

ยกระดับระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มอีกขั้น

สิ่งหนึ่งที่ Apple กล่าวกับผู้ใช้ตลอดเวลาก็คือ ความปลอดภัยในการรักษาข้อมูลของผู้ใช้คือสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้ Apple ก็เพิ่งมีปัญหากับ FBI ในเรื่องการปลดล็อครหัสผ่านเพื่อเข้าสู่ตัวเครื่อง iPhone 5c ของผู้ก่อการร้ายรายหนึ่ง

โดย FBI อ้างว่าสามารถปลดล็อกตัวเครื่องได้โดยไม่ต้องพึ่งพา Apple อีกด้วย ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่าจากประเด็นปัญหานี้น่าจะส่งผลให้ Apple เร่งพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยให้มีความแน่นหนา และเจาะระบบได้ยากขึ้นแน่นอน

ระบบสั่งการ Gadgets ภายในบ้าน

สำหรับฟีเจอร์นี้จะเป็นการยกระดับการใช้งานสมาร์ทโฟนขึ้นไปอีกขั้น ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ HomeKit ที่ช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมสิ่งต่างๆ ภายในตัวบ้านได้ เช่น การ เปิด-ปิด ไฟ, การล็อคประตู, การ เปิด-ปิด เครื่องปรับอากาศ หรือการ เปิด-ปิด โทรทัศน์ เป็นต้น

Emoji ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ตัวการ์ตูน หรือรูปต่างๆ ยังคงเป็นที่ต้องการสำหรับผู้ใช้หลายคน และแน่นอนว่า Apple ก็อาจจะสร้างสรรค์ Emoji เหล่านี้ให้มีอากัปกิริยา และการแสดงออกที่เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงอัตลักษณ์ และสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้สนุกกับการใช้ Emoji มากขึ้น

Apple Music พลิกโฉม เปลี่ยนดีไซน์ใหม่ทั้งหมด

Apple วางแผนพัฒนาการให้บริการเพลงผ่านระบบสตรีมมิ่งในแอปพลิเคชัน Apple Music ให้มีประสิทธิภาพการใช้งานที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น และที่สำคัญคืออาจมีการปรับเปลี่ยนรูปโฉมของแอปพลิเคชันนี้ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกว่าสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

App Store คลังร้านค้าแอปพลิเคชันรูปแบบใหม่

นอกจากการปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงในด้านอื่นๆ แล้ว Apple อาจพัฒนาร้านค้าแอปพลิเคชันอย่าง App Store ด้วยเช่นกัน ซึ่งคาดว่า Apple จะเปลี่ยนรูปแบบของ App Store ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึง และค้นหาแอปพลิเคชันได้ง่ายขึ้น และถ้าหากยังจำกันได้ App Store ไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านดีไซน์ครั้งใหญ่มาตั้งแต่ปี 2013 แล้ว ดังนั้น Apple อาจตัดสินใจเปลี่ยนดีไซน์ในปีนี้ก็เป็นได้

iOS 10 เวอร์ชัน Beta

ในปี 2015 ที่ผ่านมา Apple ได้ทำการเปิดให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดระบบปฏิบัติการiOS 9 เวอร์ชัน Beta ได้ทดลองใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ก่อนที่จะเปิดให้ดาวน์โหลดจริงในช่วงเดือนกันยายน ซึ่งการเปิดให้ผู้ใช้ได้ทดลองใช้งานก่อนเช่นนี้ทำให้ทีมงานของ Apple ได้รับ feedback ต่างๆ เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น จึงคาดการณ์กันว่า iOS 10 ก็อาจมีการเปิดเวอร์ชัน Beta ให้ได้ทดลองใช้งานกันก่อนด้วยเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ทั้งหมดข้างต้นนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันแต่อย่างใดว่าจะเป็นความจริง ทุกประการ เพราะทาง Apple จะต้องเก็บทุกอย่างไว้เป็นความลับสุดยอดจนกว่าจะถึงงานเปิดตัวเท่านั้นที่ เราจะได้ทราบกันจริงๆ สำหรับแฟนๆ ของ Apple ต้องอดใจรอกันอีกเพียงไม่กี่วัน งาน WWDC 2016 ก็จะเริ่มขึ้นในวันที่ 13 มิถุนายนนี้แล้ว หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างไร ทีมงานจะรีบนำมาแจ้งให้ทุกท่านทราบในทันที

ที่มา : PhoneArena