Macbook เปลี่ยนเป็นส่วนลดซื้อ Surface Pro 4 และ Surface Book

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ macbook

 Microsoft ได้มีจัดโปรโมชั่น ให้ผู้ใช้ Macbook ทุกรุ่น นำเครื่องเดิมมาแลกเป็นส่วนลดเพื่อซื้อ Microsoft Surface Pro 4 หรือ Microsoft Surface Book โดยอายุของ Macbook ที่รับแรกนั้นจะต้องเป็นรุ่นปี 2006 ขึ้นไป

นอกจากนี้ยังสามารถนำ iPhone หรือ iPad มาแลกเพื่อรับส่วนลดได้เช่นกัน คาดว่าที่ออกแคมเปญแบบนี้เพราะคงต้องการให้ผู้ใช้ฝั่ง Mac มาลองอะไรใหม่บน Microsoft Surface แน่นอน แต่แคมเปญนี้มีระยะเวลาจำกัดถึง 7 พฤศจิกายนนี้ และใช้ได้เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ประเทศอื่นหมดสิทธิ์

“สำหรับชาวภูเก็ต“ที่ สนใจอยากมีเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์กับธุรกิจ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของลุกค้า และเป็นที่รู้จักมากขึ้น บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ภูเก็ต ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO ภูเก็ต ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

Apple เผยรายชื่อสินค้า Mac, iPod และ Beats ที่จะหยุดสนับสนุนเดือนธันวาคมนี้

apple-obsolete-dec-8-2015

เป็นธรรมเนียมของ Apple ที่จะมีการประกาศอุปกรณ์ที่จะเลิกสนับสนุนเป็นระยะๆ โดยสินค้าเหล่านั้นมักจะมีอายุประมาณ 7 ปี ซึ่งล่าสุด Apple ก็ได้ประกาศรายชื่ออุปกรณ์ที่จะเลิกสนับสนุนประจำเดือนธันวาคมนี้แล้ว โดยจะเริ่มใช้วันที่ 8 ธันวาคมนี้

อุปกรณ์ที่จะหมดระยะสนับสนุนประจำเดือนธันวาคมนี้ได้แก่

xTNTLFb

สินค้าตระกูล Mac

  • iMac (21.5-inch, Late 2009)
  • iMac (27-inch, Late 2009)
  • MacBook Air (Mid 2009)
  • Mac Pro (Early 2009)
  • Apple Cinema Display (23-inch, DVI Early 2007)
  • MacBook (13-inch, Early 2008)
  • MacBook Pro (15-inch, Early 2009)

อุปกรณ์เสริม

  • Time Capsule 802.11n (รุ่นแรก)

iPod-classic

iPod

  • iPod touch รุ่นแรก

Beats

  • iBeats
  • Beatbox
  • Beatbox Portable รุ่นแรก
  • Wireless รุ่นแรก
  • Diddybeats
  • Heartbeats รุ่นแรก

โดยการหยุดสนับสนุนนั้นหมายถึงผู้ใช้จะไม่สามารถนำเครื่องไปซ่อมหรือขอเคลมที่ร้าน Apple Retail Store, Apple Authorised Service Provider (ศูนย์ซ่อมของ Apple) ได้อีก รวมถึงการตอบคำถามของผู้ใช้ผ่านช่องทาง Official ของแอปเปิลด้วย

ที่มา – 9to5Mac

มาดูวิธีเขียนชื่อสินค้า Apple ให้ถูกต้องกันเถอะ

apple_product_name

Apple นั้นเรียกได้ว่าเป็นบริษัทที่มีความเรื่องมากในการเขียนชื่อสินค้ามาก โดยเฉพาะสำหรับนักข่าว, Blogger, Developer ที่เขียนชื่อสินค้าไม่ถูกต้องก็อาจโดนท้วงติงจากผู้บริหาร Apple ได้โดยตรง เช่นในกรณีที่ Phil Schiller ทวีตบอกเองว่า iPhone ห้ามเติม s แต่นั่นก็แสดงถึงความใส่ใจในภาพลักษณ์ของ Apple ได้เป็นอย่างดี วันนี้ทีมงานMacThai จึงขอพาทุก ๆ ท่านมาเรียนการเขียนชื่อสินค้าต่าง ๆ ให้ถูกต้องกัน

หลักสำคัญสำหรับสินค้าทุกตัวคือ ตัว i ที่นำหน้าจะต้องเป็นตัวเล็กเสมอและห้ามมีขีด 

iPhone

เริ่มต้นด้วยสินค้ายอดฮิตอย่าง iPhone ซึ่งกฏของการเขียนคำว่า iPhone มีดังนี้

  • ตัว i ต้องเป็นตัวเล็กเสมอ
  • ห้ามเขียนเป็น i-phone, Iphone, I-Phone
  • อนุโลมให้ใช้ IPHONE หรือ iphone ได้ (ในกรณีที่ต้องเขียนตัวใหญ่หรือเล็กหมด) แต่ก็ยังไม่ถูกต้องแท้จริง

สำหรับการเขียนรุ่นตามหลัง หากเป็นเลขจะเขียนต่อหลังได้เลยเช่น iPhone 6 และหากมีตัว s ต่อท้ายจะใช้ตัวเล็ก เช่น iPhone 6s แต่หากไม่มีเลขต่อท้ายแต่ดันมีตัวอักษรอย่าง iPhone SE จะเขียนแบบนี้

ตัวอย่างที่ถูก : iPhone 6, iPhone 6s, iPhone 6s Plus, iPhone SE
ตัวอย่างที่ผิด : iphone6 , I-phone 6, I-phone 6S, iPhone se

iphone_6s_plusiPad

เขียนง่ายพอสมควรแต่จะสับสนระหว่างการใช้คำต่อท้าย เช่น iPad mini หรือ iPad Air มีข้อสังเกตดังนี้

  • เขียน i ตัวเล็กเช่นเดียวกับสินค้า Apple ตัวอื่น ๆ
  • iPad Air เขียนแบบนี้
  • iPad Pro  เขียนแบบนี้
  • iPad mini (เป็นรุ่นเดียวที่เขียนต่อท้ายตัวเล็ก)

สำหรับเลขต่อท้ายรุ่นก็สามารถเขียนเลขปกติได้เลยไม่มีปัญหา เช่น iPad Air 2

ตัวอย่างที่ถูก : iPad, iPad 2, iPad Air, iPad mini, iPad Pro
ตัวอย่างที่ผิด : ipad2 , iPad air, i-pad pro, iPad Mini

ipad_pro_round_upสินค้าตระกูล Mac

สินค้าตระกูล Mac นั้นมีวิธีเขียนแตกต่างกันไป แต่ก็สามารถแบ่งจำได้ตามรุ่น ถ้าเขียนให้ถูกต้องแต่แรกเรื่อย ๆ จะชินเอง เริ่มจากสินค้าตระกูล MacBook

ข้อสังเกต: การเขียนคำว่า MacBook ใด ๆ ก็ตามนั้นจะต้องใช้คำว่า MacBook ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่สองตัว ห้ามเขียนเป็น Macbook

จากนั้นการเขียน รุ่นต่อท้ายก็จะคล้าย ๆ กันคือใช้ตัวอักษรใหญ่

  • MacBook Air (หากใช้ในงานออกแบบ คำว่า Air จะต้องพิมพ์เป็นตัวบางเล็กน้อย)
  • MacBook Pro และหากเป็นรุ่นจอเรติน่า การเขียนที่ถูกต้องก็คือ with Retina display (พิมพ์ใหญ่แค่ Retina)
  • MacBook เขียนตามปกติ

สำหรับ Mac ที่ไม่ใช่ MacBook อย่าง iMac หรือ Mac mini, Mac Pro ก็จะมีวิธีการเขียนที่ต่างกันไป แต่ก็จะคล้ายกับกรณีของ iPad หรือ iPhone คือ i ใช้ตัวเล็กเสมอและ

  • iMac with Retina 4K display , iMac with Retina 5K display (เขียนคล้ายกับ MacBook Pro with Retina display)
  • Mac mini (การเขียนจะเหมือนกับ iPad mini)
  • Mac Pro เขียนแบบนี้

ตัวอย่างที่ถูก : Mac mini, Mac Pro, iMac
ตัวอย่างที่ผิด : Mac Mini, Mac pro, i-mac

macbook_elcapiOS , watchOS, tvOS และ macOS (อดีต OS X)

ในเรื่องของการเขียนชื่อซอฟแวร์นั้น อย่าลืมว่า OS ย่อมาจาก Operating System ดังนั้นต้องเขียนด้วยตัวใหญ่เสมอ เพราะถือว่าเป็นตัวย่อ โดยที่คำก่อนหน้านั้นจะเขียนเป็นพิมพ์เล็กเท่านั้น ซึ่ง iOS นั้นไม่น่ามีปัญหาเพราะปกติ i เขียนตัวเล็กอยู่แล้ว แต่ watchOS, tvOS, macOS นั้นต้องจำว่าให้เขียนตัวเล็กเหมือน iOS ด้วย ดังนี้

  • iOS
  • watchOS
  • tvOS
  • macOS

ในส่วนของ macOS นั้นได้มีการเปลี่ยนชื่อมาจาก OS X (อ่านว่าโอเอสเท็น ห้ามอ่านว่า โอเอสเอ็กซ์) ซึ่งก่อนหน้านั้นจะเขียนว่า Mac OS ดังนั้นจึงควรระวังเงื่อนไขการเขียน macOS กับ Mac OS ดังนี้

  • Mac OS จะหมายถึงระบบปฏิบัติการบน Macintosh ตั้งแต่ปี 1996 จนถึง 2012 ซึ่งหลังจากนั้น Apple จะตัดเหลือแค่ OS X
  • macOS เป็นชื่อที่ Apple เพิ่งสร้างมาใหม่ในงาน WWDC 2016 ตามด้วยชื่อรุ่นระบบปฏิบัติการคือ macOS Sierra

macos-sierra-messages

ซอฟแวร์และแอพลิเคชั่นอื่น ๆ

ขอยกตัวอย่างการเขียนชื่ออื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นซอฟแวร์หรือแอพต่าง ๆ ดังนี้

  • iTunes – สังเกตว่าจะมี s ตามหลังเสมอ (เพราะใน iTunes มีเพลงหลายเพลง)
  • Apple Music – ไม่มี S และอย่าลืมว่า Music ขึ้นต้นด้วยพิมพ์ใหญ่
  • iMovie – หลังจำคือเราทำหนังแค่เรื่องเดียว
  • Pages – หลักจำคือ เอกสารมีหลายหน้า
  • Keynote – ไม่มี s หลักจำคือเวลาเราพูด Keynote เราพูดได้ทีละ Keynote
  • Numbers – ในเอกสารมีเลขหลายเลข เลยต้องเติม s
  • iBooks – อันนี้สำคัญมาก หากเขียน iBook นั้นจะหมายถึงคอมพิวเตอร์ Notebook ของ Apple สมัยก่อน

macos-sierra-itunes

ทำไมต้องเขียนชื่อสินค้า Apple ให้ถูกต้องด้วย ?

สำหรับคนทั่วไปนั้นอาจจะไม่ต้องเคร่งเท่าไหร่ (แต่ก็ควรเขียนให้ถูกนะจ้ะ ^^) แต่ถ้าเราทำงานในสาย content เช่นการเขียนข่าวและบทความต่าง ๆ หรือแม้กระทั่ง Developer และ Designer ที่ทำแอพบนแพลตฟอร์มของ Apple นั้น น่าจะทราบกันดีว่า Apple เคร่งเรื่องการเขียนชื่อและการใช้คำต่าง ๆ มาก ทั้งการออกแบบต่าง ๆ และคำอธิบายแอพที่จะส่งขึ้น App Store หากเราเขียนผิดมาก ๆ Apple อาจจะไม่ยอมให้แอพของเราผ่านใน iTunes Connect และโดน reject ได้

Screen Shot 2016-07-04 at 8.12.37 PMหากจำไม่ได้ทางทีมงานขอแนะนำว่าให้เปิดแอพ Dictionary ของ Apple ที่ติดมากับ Mac ทุกเครื่องที่มาพร้อมกับพจนานุกรมของ Apple เอาไว้ใช้สำหรับอ้างอิงการเขียนชื่อสินค้ากันได้

ที่มา>>>MacThai

Apple เปิดตัว macOS Sierra มาพร้อม Siri, ปรับปรุง Continuity

macOS-wwdc2016-9

Apple ได้เปิดตัว macOS รุ่นใหม่ โดยเปลี่ยนชื่อมาจาก OS X และใช้ชื่อโค้ดเนมว่า Sierra ซึ่งรอบนี้จะมีฟีเจอร์ชูโรง คือ Siri และมีฟีเจอร์ปรับปรุงการเก็บพื้นที่,Continuity, iCloud ฯลฯ

macOS-wwdc2016-20

ฟีเจอร์แรก Auto Unlock คือใช้งาน Apple Watch เพื่อปลดล็อค Mac จากเดิมที่ปกติเราเปิดฝา Mac ขึ้นมาจะต้องใส่รหัสผ่าน แต่ถ้าใส่ Apple Watch และเปิดฟีเจอร์ Auto Unlock พอเปิดฝา Mac ขึ้นมาก็ใช้เครื่องได้ทันที

macOS-wwdc2016-23

Universal Clipboard หรือคลิปบอร์ดแชร์กันได้ระหว่าง iOS และ Mac

คลิปบอร์ด คือสิ่งที่เก็บไฟล์ที่กำลังคัดลอกไว้ คือเมื่อกด Copy หรือ Cut ข้อมูลก็จะอยู่ในคลิปบอร์ดของตัวอุปกรณ์หนึ่ง แต่ด้วยฟีเจอร์ Universal Clipboard จะทำให้คลิปบอร์ดทั้งบน iOS และ Mac เป็นอันเดียวกัน คือเมื่อคลิก Copy บนอุปกรณ์หนึ่งก็สามารถไป Paste ไว้อีกอุปกรณ์หนึ่งได้

macOS-wwdc2016-31

iCloud Drive จะซิงค์ไฟล์ที่อยู่บนหน้าจอเดสก์ท็อปด้วย ฉะนั้นไม่ว่าจะเปิด iMac, MacBook ก็จะเห็นไฟล์บนเดสก์ท็อปเหมือนกันหมด ส่วนบน iPhone จะมีโฟลเดอร์ใน iCloud Drive แยกออกมาชื่อว่า Desktop

macOS-wwdc2016-32

Optimize Storage หรือฟีเจอร์จัดการพื้นที่บน Mac เพื่อป้องกันปัญหาพื้นที่เต็ม โดย Apple จะทำดังนี้

  • ไฟล์เก่าๆ ที่ไม่ได้ถูกใช้เป็นเวลานานๆ จะถูกเก็บไว้บน iCloud
  • ไฟล์แคชเก่าๆ หรือไฟล์ที่โปรแกรมดาวน์โหลดมาใช้เพียงครั้งเดียว จะถูกลบทิ้งโดยอัตโนมัติ

Apple กล่าวว่าฟีเจอร์นี้สามารถประหยัดพื้นที่ได้มาก เช่น ฮาร์ดดิสก์ขนาด 250GB ที่เหลือ 20GB จะเพิ่มพื้นที่เหลือให้มากถึง 150GB

macOS-wwdc2016-52

Apple Pay สามารถใช้งานกับการซื้อสินค้าบนเว็บได้ถ้าเว็บรองรับ และใช้การยืนยันตัวตนผ่าน iPhone โดยการแตะ Touch ID

macOS-wwdc2016-61

ฟีเจอร์ Picture in Picture คือฟีเจอร์ที่สามารถดึงวิดีโอจากหน้าเว็บออกมาดูได้ และจะให้อยู่เหนือแอพอื่นตลอดเวลา ลักษณะคล้ายกับ Picture in Picture บน iOS

macOS-wwdc2016-75

ฟีเจอร์ถัดไปคือฟีเจอร์ชูโรงของ macOS Sierra คือ Siri ซึ่งวิธีใช้งานบน Siri บน Mac ก็เหมือนกับ Siri บน iOS คือใช้ค้นหาข้อมูลต่างๆ, ค้นหารอบฉายภาพยนตร์

สิ่งที่เพิ่มเข้ามาจาก Siri บน iOS คือ Siri บน Mac มีความสามารถในการจัดการไฟล์ด้วย เช่น สั่งให้ค้นหาไฟล์, สั่งให้ค้นหาภาพบนเว็บ และตัว Siri จะจัดแจงหาข้อมูลให้ และเมื่อเจอข้อมูลก็สามารถลากมาวางได้ทันที

macOS-wwdc2016-84

macOS Sierra จะเปิดให้อัพเกรดฟรีในช่วงฤดูใบไม้ร่วง หรือปลายปีนี้ ส่วนนักพัฒนาสามารถดาวน์โหลดรุ่นทดสอบไปใช้ได้ภายในวันนี้ และผู้สนใจทดสอบให้ลงทะเบียนได้ที่ beta.apple.com ซึ่ง Apple จะเปิดให้ทดสอบในเดือนหน้า

ที่มา>>>macthai