ข้อกำหนดอุปกรณ์ HomeKit ของ Apple: บังคับใช้ชิพเฉพาะ, ผลิตในโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน

แพลตฟอร์มสำหรับอุปกรณ์ภายในบ้าน HomeKit ก็ออกมาในระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร โดยจากรายงานข่าวล่าสุดกล่าวว่า เนื่องจาก Apple นั้นมีข้อกำหนดให้ผู้ผลิตมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชิพ หรือโรงงานว่าต้องผ่านมาตรฐาน Apple เท่านั้น

จากรายงานข่าวเผยว่า ชิพที่ Apple ต้องการให้อุปกรณ์ HomeKit ใช้งานนั้นมีราคาตั้งแต่ 50 เซนต์จนถึง 2 ดอลลาร์ (แต่ซื้อเยอะ ๆ ก็ได้ส่วนลด) รวมถึงตัวชิพ Wi-Fi หรือ Bluetooth ก็ถูกกำหนดให้ใช้งานเช่นกัน และราคาของชิพเหล่านี้สูงกว่าตัวเลือกอื่นในท้องตลาด และถ้านักพัฒนาไม่เลือกใช้ก็จะไม่ผ่านมาตรฐานของ Apple

นอกจากชิพแล้ว โรงงานผลิตอุปกรณ์ก็ต้องได้รับการรับรองจาก Apple เช่นกัน ถ้าหากผลิตในโรงงานที่ไม่ได้รับการรับรอง ก็จะไม่ผ่านมาตรฐาน โดยปัจจุบันโรงงานที่ได้รับการรับรองจาก Apple มีกว่า 800 แห่ง ซึ่งมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่เป็นโรงงานผลิตสินค้าประเภทเทคโนโลยีเกี่ยวกับบ้าน

แม้ว่านักพัฒนาจะสามารถขอ Apple ให้รับรองโรงงานตัวเองก็ได้ แต่ก็ถูกปฏิเสธได้เช่นกัน (และอย่างที่รู้กันว่า ในกระบวนการตรวจสอบของ Apple นั้นละเอียดยิบมาก) โดยมีบริษัทสตาร์ทอัพแห่งหนึ่งกล่าวว่า ตอนแรกที่ผลิตอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิของตัวเองก็จะให้สนับสนุน HomeKit ด้วย แต่ว่าโรงงานที่ผลิตนั้นไม่ผ่านมาตรฐาน แม้ว่าโรงงานนั้นจะเป็นบริษัทใหญ่ เป็นผู้ผลิตอย่างถูกต้องที่สามารถผลิตสินค้าเทคโนโลยีภายในบ้านได้

Apple ยังกำหนดให้นักพัฒนาส่งสินค้าที่เสร็จแล้วไปยังสำนักงานใหญ่ที่เมือง Cupertino ด้วย เพื่อทดสอบความเข้ากันได้ ระยะเวลาการทดสอบนี้อาจกินเวลา 3-5 เดือน ซึ่งในช่วงนี้บริษัทห้ามประกาศว่าผลิตภัณฑ์รองรับ HomeKit โดยกระบวนการทดสอบดังกล่าวนั้นดูเหมือนจะละเอียดยิบมาก ยิ่งกว่าการทดสอบอุปกรณ์ตามมาตรฐาน MFi ของ Apple เองอีก


“สำหรับชาวน่าน ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ น่าน ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO น่าน ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

หูฟัง AirPods สามารถใช้งานกับมือถือแบรนด์อื่นได้ ไม่จำกัดเฉพาะ iPhone 7

airpods_hero_largeหูฟัง AirPods ที่เปิดตัวมาคู่กับ iPhone 7 ด้วยคุณสมบัติที่เป็นหูฟังไร้สายแบบเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งชิพในตัวหูฟังเอง หลายคนก็อาจจะสงสัยว่าแล้วตัวหูฟังนั้น จะใช้กับ iPhone รุ่นอื่น ๆ นอกจาก iPhone 7 ได้ด้วยหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ลือกันว่าหูฟังชนิดนี้จะใช้เทคโนโลยีเฉพาะ Apple ที่คล้าย Bluetooth

ตอนนี้จากรายงานล่าสุด เผยว่า AirPods นั้นใช้งาน Bluetooth ปกติ ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อพิเศษใด ๆ ดังนั้นจึงสามารถใช้งานร่วมกับ iPhone, iPad รุ่นอื่นๆ รวมถึงสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นก็ทำได้เช่นกัน

iphone-7-airpods-4-800x365

ส่วนเรื่องความสามารถในการเชื่อมต่อหรือซิงค์การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์นั้น เกิดจากซอฟต์แวร์พิเศษที่ Apple เขียนขึ้นมาเอง

หลายคนอาจจะทราบว่า หูฟัง Bluetooth นั้นมีเสียงที่แย่กว่าหูฟังที่เสียบสายอย่างชัดเจน (เนื่องจากถูกสัญญาณรบกวนจาก Wi-Fi) แต่ว่าเมื่อ Apple กล้าพูดว่าเสียงจะดีมาก ก็ต้องรอดูกันว่า Apple นั้นใช้วิธีอะไรในการจัดการกับสัญญาณรบกวน และผลลัพธ์จะออกมาดีสมคำคุยหรือไม่

AirPods นั้นเป็นหูฟังแบบไร้สายที่ Apple ออกมาสำหรับใช้งานไร้สายจริง ๆ เนื่องจากไม่มีสายเลย ตัวหูฟังใช้ชิพ Apple W1 ซึ่งหูฟังนี้มีบทบาทมาก เนื่องจากสามารถลดการใช้พลังงานของตัวหูฟังได้

ที่มา – Recode

iPhone ลำโพงไม่ได้ยินต้องทำอย่างไร ? พร้อมวิธีตรวจเช็คเบื้องต้น

iPhone ลำโพงไม่ได้ยินต้องทำอย่างไร ? พร้อมวิธีตรวจเช็คเบื้องต้น

     ปัจจุบันนี้เสียงของ iPhone เป็นสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญมากมีความจำเป็นทั้งกับการใช้งานโทรศัพท์เปิดเพลงฟัง รวมไปถึงการใช้งานด้านอื่น ๆ ที่มีเรื่องของเสียงเข้าไปเกี่ยวข้อง และเมื่อเกิดปัญหาขึ้น ก็ต้องเสียเวลานำเครื่องเข้าตรวจเช็ค หรือซ่อมแต่ทั้งนี้ มีวิธีการเบื้องต้นที่เราสามารถแก้ไขปัญหาเสียง iPhone ไม่ปกติได้ด้วยตัวเอง

ก่อนอื่นเราต้องทราบก่อนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากหลายกรณี แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือ เสียง Audio ไม่ทำงาน หรือ ไม่มีเสียงออกมาเลย นอกจากนั้น ยังมีปัญหาเกี่ยวกับความผิดพลาดของการทำงานในโหมด Headphone พอร์ตเสีย หรือซอฟต์แวร์ไม่ปกติ และเทคนิคดังต่อไปนี้ อาจจะช่วยให้คุณจัดการกับปัญหาได้ด้วยตนเองที่บ้าน     – เสียง Audio ไม่ออก เมื่อเกิดปัญหานี้ ให้ลองเช็คในจุดต่าง ๆ ก่อน เช่น ซอฟต์แวร์ ว่ายังสามารถ Play ได้หรือไม่ เพราะบ่อยครั้งที่ปัญหาไม่ได้เกิดจากตัว Hardware  นอกจากนี้ ให้เช็คว่า iPhone ไม่ได้อยู่ในโหมด Do Not Disturb

โดยเข้าไปที่ Control Center เพื่อเช็คกราฟฟิกรูป Moon ที่อยู่ไอคอนด้านบน ฟังก์ชั่นนี้ออกแบบมาเพื่อทำให้ iPhone เงียบ จึงต้องเข้าไปตรวจเช็คในจุดนี้ก่อน ถัดมา ให้ไปเช็คที่ Ringer Switch ดูระดับเสียงว่าอยู่ที่ Upwards หรือไม่ ถ้าไม่ iPhone ก็พร้อมเล่น Audio สุดท้ายให้เช็ค Bluetooth ว่ามันถูกเปิดหรือไม่ Airplay อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่

อย่างไรก็ตามอาจจะต้องทำการ Hard reset ซอฟต์แวร์ ด้วยการกดแช่ที่ปุ่ม Home และปุ่ม Sleep/Wake พร้อม ๆ กัน นั่นเพื่อเป็นการ Restart การทำงานของเสียง หากลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้แล้วยังคงมีปัญหาอยู่ อาจจะต้อง Restored iTune และเช็คเวอร์ชั่นของ OS     – หากมีปัญหาที่โหมด Headphone ขั้นแรก ต้องแน่ใจว่าได้เสียบ Headphone เรียบร้อยดีแล้ว ดูว่ามีฝุ่น หรือมีอะไรติดอยู่ข้างในพอร์ตหรือไม่ เพราะนั่นอาจจะรบกวนการทำงาน หรือแม้กระทั่งสร้างความเสียหายให้กับพอร์ต ลองตรวจเช็คข้างใน แจ็คเสียบ โดยใช้ไฟส่องดู หากพบว่ามีผุ่น มีผง ให้ใช้ลมเป่าออก จะช่วยทำความสะอาดได้ ลองเสียบ Headphone ให้แน่นกระชับ และลองเปิดเพลงขึ้นมาฟังใหม่ ปรับระดับความดังเสียง เพื่อทดลองการทำงานว่าเป็นปกติแล้วหรือไม่

– ปัญหาเกิดจากลำโพง กรณีที่ปัญหาเกิดจากลำโพง อาจจะต้องแก้ไขด้วยการเปลี่ยนลำโพงใหม่ ซึ่งต้องส่งซ่อม กรณีนี้ ต้องไม่ลืม Back up ข้อมูลก่อนเสมอ และแน่นอนว่า การซ่อม Hardware นั้น ต้องมีค่าใช้จ่าย แต่หากความเสียหายอยู่ที่ลำโพง ค่าซ่อมอาจจะไม่ถึง 80 ดอลล่าร์สหรัฐ แต่ถ้ามีความเสียหายมากกว่านั้น ก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น

ที่มา>>>ข่าวสด