หูฟัง AirPods สามารถใช้งานกับมือถือแบรนด์อื่นได้ ไม่จำกัดเฉพาะ iPhone 7

airpods_hero_largeหูฟัง AirPods ที่เปิดตัวมาคู่กับ iPhone 7 ด้วยคุณสมบัติที่เป็นหูฟังไร้สายแบบเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งชิพในตัวหูฟังเอง หลายคนก็อาจจะสงสัยว่าแล้วตัวหูฟังนั้น จะใช้กับ iPhone รุ่นอื่น ๆ นอกจาก iPhone 7 ได้ด้วยหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ลือกันว่าหูฟังชนิดนี้จะใช้เทคโนโลยีเฉพาะ Apple ที่คล้าย Bluetooth

ตอนนี้จากรายงานล่าสุด เผยว่า AirPods นั้นใช้งาน Bluetooth ปกติ ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อพิเศษใด ๆ ดังนั้นจึงสามารถใช้งานร่วมกับ iPhone, iPad รุ่นอื่นๆ รวมถึงสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นก็ทำได้เช่นกัน

iphone-7-airpods-4-800x365

ส่วนเรื่องความสามารถในการเชื่อมต่อหรือซิงค์การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์นั้น เกิดจากซอฟต์แวร์พิเศษที่ Apple เขียนขึ้นมาเอง

หลายคนอาจจะทราบว่า หูฟัง Bluetooth นั้นมีเสียงที่แย่กว่าหูฟังที่เสียบสายอย่างชัดเจน (เนื่องจากถูกสัญญาณรบกวนจาก Wi-Fi) แต่ว่าเมื่อ Apple กล้าพูดว่าเสียงจะดีมาก ก็ต้องรอดูกันว่า Apple นั้นใช้วิธีอะไรในการจัดการกับสัญญาณรบกวน และผลลัพธ์จะออกมาดีสมคำคุยหรือไม่

AirPods นั้นเป็นหูฟังแบบไร้สายที่ Apple ออกมาสำหรับใช้งานไร้สายจริง ๆ เนื่องจากไม่มีสายเลย ตัวหูฟังใช้ชิพ Apple W1 ซึ่งหูฟังนี้มีบทบาทมาก เนื่องจากสามารถลดการใช้พลังงานของตัวหูฟังได้

ที่มา – Recode

Apple เผยรายชื่อสินค้า Mac, iPod และ Beats ที่จะหยุดสนับสนุนเดือนธันวาคมนี้

apple-obsolete-dec-8-2015

เป็นธรรมเนียมของ Apple ที่จะมีการประกาศอุปกรณ์ที่จะเลิกสนับสนุนเป็นระยะๆ โดยสินค้าเหล่านั้นมักจะมีอายุประมาณ 7 ปี ซึ่งล่าสุด Apple ก็ได้ประกาศรายชื่ออุปกรณ์ที่จะเลิกสนับสนุนประจำเดือนธันวาคมนี้แล้ว โดยจะเริ่มใช้วันที่ 8 ธันวาคมนี้

อุปกรณ์ที่จะหมดระยะสนับสนุนประจำเดือนธันวาคมนี้ได้แก่

xTNTLFb

สินค้าตระกูล Mac

  • iMac (21.5-inch, Late 2009)
  • iMac (27-inch, Late 2009)
  • MacBook Air (Mid 2009)
  • Mac Pro (Early 2009)
  • Apple Cinema Display (23-inch, DVI Early 2007)
  • MacBook (13-inch, Early 2008)
  • MacBook Pro (15-inch, Early 2009)

อุปกรณ์เสริม

  • Time Capsule 802.11n (รุ่นแรก)

iPod-classic

iPod

  • iPod touch รุ่นแรก

Beats

  • iBeats
  • Beatbox
  • Beatbox Portable รุ่นแรก
  • Wireless รุ่นแรก
  • Diddybeats
  • Heartbeats รุ่นแรก

โดยการหยุดสนับสนุนนั้นหมายถึงผู้ใช้จะไม่สามารถนำเครื่องไปซ่อมหรือขอเคลมที่ร้าน Apple Retail Store, Apple Authorised Service Provider (ศูนย์ซ่อมของ Apple) ได้อีก รวมถึงการตอบคำถามของผู้ใช้ผ่านช่องทาง Official ของแอปเปิลด้วย

ที่มา – 9to5Mac

Apple ปล่อย iOS 10 Beta 8 ให้กับนักพัฒนาแล้ว มาพร้อม Public Beta ด้วย

ios-10-beta-8เพิ่งปล่อยอัพเดท iOS 10 Beta 7 ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ล่าสุดวันนี้แอปเปิลได้ปล่อย iOS 10 Beta 8 เปิดให้นักพัฒนาได้อัพเดทกันแล้ว และมาพร้อม Public Beta เวอร์ชันใหม่ด้วย

โดยรายละเอียดการอัพเดทในครั้งนี้แอปเปิลไม่ได้ระบุอะไร แต่คาดว่าน่าจะมีการแก้บั๊ก ทำให้เสถียรมากยิ่งขึ้น ปรับปรุงการใช้งานเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างไรก็ตามการอัพเดทในครั้งนี้มีเพียงแค่ iOS 10 เท่านั้น ส่วน watchOS 3, macOS Sierra และ tvOS ไม่มีการอัพเดทแต่อย่างใด

ios-10-beta-8-337x600

ผู้ใช้ที่สนใจ Apple แนะนำว่าซอฟต์แวร์นี้ยังคงเป็นเวอร์ชันทดสอบซึ่งไม่ทราบว่าจะเกิดปัญหาขึ้นเมื่อไร จึงแนะนำให้ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์หรือ iPhone, iPad เครื่องสำรอง เพราะการติดตั้งบนเครื่องหลักอาจทำให้ค้างและเสียงานการได้

สำหรับผู้สนใจสามารถสมัครสมาชิกได้ผ่าน Apple Beta Software Program ส่วนผู้ใช้ที่เคยทดสอบ Public Beta มาแล้วสามารถใช้บัญชีเดิมล็อกอินได้เลย ซึ่งในเว็บจะมีวิธีตั้งค่าอุปกรณ์อธิบายให้เรียบร้อย

และอีกไม่กี่สัปดาห์แอปเปิลก็น่าจะเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปอัพเดท iOS 10 เวอร์ชันเต็มแล้ว ซึ่งน่าจะหลังงานเปิดตัว iPhone 7 ในวันที่ 7 กันยายนที่จะถึงนี้

ที่มา – Macrumors

Apple ออกโฆษณา iPad Pro ใหม่ เน้นการทำงานแทนคอมพิวเตอร์

apple-new-ipad-pro-commercial-computer

Apple ได้ออกโฆษณาใหม่ของ iPad Pro ทาง YouTube โดยรอบนี้เน้นการใช้ iPad Pro แทนคอมพิวเตอร์ โดยใช้หัวข้อว่า What’s a Computer?

ตัวโฆษณาจะเน้นถามว่าผู้ใช้นึกถึงว่าคอมพิวเตอร์นั้นจะนึกถึงอะไรบ้าง และให้ลืมไปเลย เนื่องจาก iPad Pro เป็นคอมพิวเตอร์ในตัวอยู่แล้ว

ตัววิดีโอมีการโชว์อุปกรณ์เสริมของ Apple ไม่ว่าจะเป็น Smart Keyboard, Apple Pencil รวมถึงซอฟต์แวร์และความสามารถของตัว iOS เช่น split-view, picture-in-picture ฯลฯ

โฆษณาสามารถชมได้ด้านล่างนี้

ที่มา>>>macthai

Apple ปล่อย iOS 10 Public Beta 3 ให้กับผู้ใช้ทั่วไปแล้ว

ios-10หลังจากที่เมื่อวานแอปเปิลได้ปล่อย iOS 10 Beta 4 ให้กับนักพัฒนาได้ทดสอบกัน และวันนี้แอปเปิลได้ปล่อย iOS 10 Public Beta 3 ให้กับผู้ใช้ทั่วไปแล้วเช่นกัน

โดยฟีเจอร์หลัก ๆ ที่เพิ่มเข้ามาใน Public Beta 3 นั้นก็จะคล้าย ๆ กับ iOS 10 Beta 4 นั่นก็คือเพิ่ม Emoji แบบใหม่, เสียงกดคีร์บอร์ดแบบใหม่, แสดงวันที่บน Notification Center แล้ว, ปิด Haptic Feedback ตอนปลดล็อกเครื่อง และอื่น ๆ

img_3155

ผู้ใช้ที่สนใจ Apple แนะนำว่าซอฟต์แวร์นี้ยังคงเป็นเวอร์ชันทดสอบซึ่งไม่ทราบว่าจะเกิดปัญหาขึ้นเมื่อไร จึงแนะนำให้ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์หรือ iPhone, iPad เครื่องสำรอง เพราะการติดตั้งบนเครื่องหลักอาจทำให้ค้างและเสียงานการได้

สำหรับผู้สนใจสามารถสมัครสมาชิกได้ผ่าน Apple Beta Software Program ส่วนผู้ใช้ที่เคยทดสอบ Public Beta มาแล้วสามารถใช้บัญชีเดิมล็อกอินได้เลย ซึ่งในเว็บจะมีวิธีตั้งค่าอุปกรณ์อธิบายให้เรียบร้อย

ที่มา – MacRumors

รายได้จาก App Store สูงกว่า Google Play สองเท่า แม้ยอดดาวน์โหลดจะมีเพียงครึ่งเดียว

apple-app-store-missing-apps-thailandมีรายงานประจำไตรมาสสองจาก App Annie ซึ่งเป็นรายการเกี่ยวกับแอพ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจอยู่หลายอย่างapp-store-google-play-downloads-and-revenueอย่างแรกคือยอดการดาวน์โหลดและรายได้ App Store นั้นมียอดการดาวน์โหลดเพียงครึ่งหนึ่งของ Google Play เท่านั้น แต่ถ้านับในฝั่งของรายได้จะพบว่ารายได้จาก App Store สูงกว่า Google Play ถึงสองเท่า

ถัดไปเป็นเรื่องเกี่ยวกับตลาดจีน ซึ่งทาง App Annie ได้บอกว่า App Store มียอดการเติบโตในจีนสูงมาก คือตอนนี้รายได้จากเกมบน iOS ในจีนนั้นพุ่งสูงเกินยอดขายเกมในสหรัฐไปแล้ว และเมื่อดูที่ยอดรายได้รวมของ App Store จากจีนเทียบกับสหรัฐนั้น สองปีที่แล้วสหรัฐสูงกว่าจีน 2.9 เท่า ปีที่แล้ว 1.9 เท่า ปีนี้ 1.1 เท่า และ App Annie ทำนายว่าอีกไม่นนานนัก ยอดรายได้จาก App Store ทั้งหมดของจีนก็น่าจะแซงสหรัฐ

ทั้งนี้ตลาดจีนยังไม่มี Google Play เนื่องจากทางการจีนบล็อกไว้ รายได้ที่เหลือจึงไปตกกับบริการจากท้องถิ่นของจีนมากกว่าapp-store-google-play-music-streaming-and-entertainmentเรื่องการสตรีมมิ่งทั้งเพลงและภาพยนตร์ ในบทวิเคราะห์กล่าวว่าแอพในหมวด Music หรือ Entertainment มีการเติบโตสูงขึ้นในช่วง 2 ปีหลังมานี้ และเงินส่วนใหญ่ของบริการในหมวดนี้ คือการบอกรับสมาชิกในแอพ โดยยอดการเติบโตส่วนนี้ของทั้ง App Store และ Google Play ก็สูงทั้งคู่แต่ Google Play ยังถือว่าห่างไกลจาก App Store อยู่พอสมควร

ในรายงานยังกล่าวไว้ว่า ทุกวันนี้ชีวิตเรามักจะอยู่กับมือถือ แอพเริ่มจะมีบทบาทในเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น คือตั้งแต่ไตรมาสที่สองของปี 2014 เวลาที่ใช้กับแอพนั้นสูงขึ้น 2 เท่า และในรายงานกล่าวว่าในปี 2020 ตลาดในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะมียอดคิดเป็น 40% ในรายได้ของแอพจากทั้งหมด และทำนายว่าอินเดียจะเป็นประเทศที่โตไวที่สุด

Apple นั้นเป็นบริษัทที่เน้นแอพมาก คือถ้านับเงินที่ได้จากบริการซึ่งคิดเป็น 20% ในการเติบโตแต่ละปีนั้น App Store คิดเป็นเงินส่วนใหญ่ของเงินที่ได้จากบริการ และ Apple นั้นก็เริ่มลงทุนกับแอพมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะภาษา Swift เพราะด้วยตัวภาษาที่ Apple พัฒนาให้ง่ายเพื่อดึงดูดให้นักพัฒนามาทำแอพบนแพลตฟอร์มมากขึ้น

ที่มา – AppleInsider

มาดูวิธีเขียนชื่อสินค้า Apple ให้ถูกต้องกันเถอะ

apple_product_name

Apple นั้นเรียกได้ว่าเป็นบริษัทที่มีความเรื่องมากในการเขียนชื่อสินค้ามาก โดยเฉพาะสำหรับนักข่าว, Blogger, Developer ที่เขียนชื่อสินค้าไม่ถูกต้องก็อาจโดนท้วงติงจากผู้บริหาร Apple ได้โดยตรง เช่นในกรณีที่ Phil Schiller ทวีตบอกเองว่า iPhone ห้ามเติม s แต่นั่นก็แสดงถึงความใส่ใจในภาพลักษณ์ของ Apple ได้เป็นอย่างดี วันนี้ทีมงานMacThai จึงขอพาทุก ๆ ท่านมาเรียนการเขียนชื่อสินค้าต่าง ๆ ให้ถูกต้องกัน

หลักสำคัญสำหรับสินค้าทุกตัวคือ ตัว i ที่นำหน้าจะต้องเป็นตัวเล็กเสมอและห้ามมีขีด 

iPhone

เริ่มต้นด้วยสินค้ายอดฮิตอย่าง iPhone ซึ่งกฏของการเขียนคำว่า iPhone มีดังนี้

  • ตัว i ต้องเป็นตัวเล็กเสมอ
  • ห้ามเขียนเป็น i-phone, Iphone, I-Phone
  • อนุโลมให้ใช้ IPHONE หรือ iphone ได้ (ในกรณีที่ต้องเขียนตัวใหญ่หรือเล็กหมด) แต่ก็ยังไม่ถูกต้องแท้จริง

สำหรับการเขียนรุ่นตามหลัง หากเป็นเลขจะเขียนต่อหลังได้เลยเช่น iPhone 6 และหากมีตัว s ต่อท้ายจะใช้ตัวเล็ก เช่น iPhone 6s แต่หากไม่มีเลขต่อท้ายแต่ดันมีตัวอักษรอย่าง iPhone SE จะเขียนแบบนี้

ตัวอย่างที่ถูก : iPhone 6, iPhone 6s, iPhone 6s Plus, iPhone SE
ตัวอย่างที่ผิด : iphone6 , I-phone 6, I-phone 6S, iPhone se

iphone_6s_plusiPad

เขียนง่ายพอสมควรแต่จะสับสนระหว่างการใช้คำต่อท้าย เช่น iPad mini หรือ iPad Air มีข้อสังเกตดังนี้

  • เขียน i ตัวเล็กเช่นเดียวกับสินค้า Apple ตัวอื่น ๆ
  • iPad Air เขียนแบบนี้
  • iPad Pro  เขียนแบบนี้
  • iPad mini (เป็นรุ่นเดียวที่เขียนต่อท้ายตัวเล็ก)

สำหรับเลขต่อท้ายรุ่นก็สามารถเขียนเลขปกติได้เลยไม่มีปัญหา เช่น iPad Air 2

ตัวอย่างที่ถูก : iPad, iPad 2, iPad Air, iPad mini, iPad Pro
ตัวอย่างที่ผิด : ipad2 , iPad air, i-pad pro, iPad Mini

ipad_pro_round_upสินค้าตระกูล Mac

สินค้าตระกูล Mac นั้นมีวิธีเขียนแตกต่างกันไป แต่ก็สามารถแบ่งจำได้ตามรุ่น ถ้าเขียนให้ถูกต้องแต่แรกเรื่อย ๆ จะชินเอง เริ่มจากสินค้าตระกูล MacBook

ข้อสังเกต: การเขียนคำว่า MacBook ใด ๆ ก็ตามนั้นจะต้องใช้คำว่า MacBook ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่สองตัว ห้ามเขียนเป็น Macbook

จากนั้นการเขียน รุ่นต่อท้ายก็จะคล้าย ๆ กันคือใช้ตัวอักษรใหญ่

  • MacBook Air (หากใช้ในงานออกแบบ คำว่า Air จะต้องพิมพ์เป็นตัวบางเล็กน้อย)
  • MacBook Pro และหากเป็นรุ่นจอเรติน่า การเขียนที่ถูกต้องก็คือ with Retina display (พิมพ์ใหญ่แค่ Retina)
  • MacBook เขียนตามปกติ

สำหรับ Mac ที่ไม่ใช่ MacBook อย่าง iMac หรือ Mac mini, Mac Pro ก็จะมีวิธีการเขียนที่ต่างกันไป แต่ก็จะคล้ายกับกรณีของ iPad หรือ iPhone คือ i ใช้ตัวเล็กเสมอและ

  • iMac with Retina 4K display , iMac with Retina 5K display (เขียนคล้ายกับ MacBook Pro with Retina display)
  • Mac mini (การเขียนจะเหมือนกับ iPad mini)
  • Mac Pro เขียนแบบนี้

ตัวอย่างที่ถูก : Mac mini, Mac Pro, iMac
ตัวอย่างที่ผิด : Mac Mini, Mac pro, i-mac

macbook_elcapiOS , watchOS, tvOS และ macOS (อดีต OS X)

ในเรื่องของการเขียนชื่อซอฟแวร์นั้น อย่าลืมว่า OS ย่อมาจาก Operating System ดังนั้นต้องเขียนด้วยตัวใหญ่เสมอ เพราะถือว่าเป็นตัวย่อ โดยที่คำก่อนหน้านั้นจะเขียนเป็นพิมพ์เล็กเท่านั้น ซึ่ง iOS นั้นไม่น่ามีปัญหาเพราะปกติ i เขียนตัวเล็กอยู่แล้ว แต่ watchOS, tvOS, macOS นั้นต้องจำว่าให้เขียนตัวเล็กเหมือน iOS ด้วย ดังนี้

  • iOS
  • watchOS
  • tvOS
  • macOS

ในส่วนของ macOS นั้นได้มีการเปลี่ยนชื่อมาจาก OS X (อ่านว่าโอเอสเท็น ห้ามอ่านว่า โอเอสเอ็กซ์) ซึ่งก่อนหน้านั้นจะเขียนว่า Mac OS ดังนั้นจึงควรระวังเงื่อนไขการเขียน macOS กับ Mac OS ดังนี้

  • Mac OS จะหมายถึงระบบปฏิบัติการบน Macintosh ตั้งแต่ปี 1996 จนถึง 2012 ซึ่งหลังจากนั้น Apple จะตัดเหลือแค่ OS X
  • macOS เป็นชื่อที่ Apple เพิ่งสร้างมาใหม่ในงาน WWDC 2016 ตามด้วยชื่อรุ่นระบบปฏิบัติการคือ macOS Sierra

macos-sierra-messages

ซอฟแวร์และแอพลิเคชั่นอื่น ๆ

ขอยกตัวอย่างการเขียนชื่ออื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นซอฟแวร์หรือแอพต่าง ๆ ดังนี้

  • iTunes – สังเกตว่าจะมี s ตามหลังเสมอ (เพราะใน iTunes มีเพลงหลายเพลง)
  • Apple Music – ไม่มี S และอย่าลืมว่า Music ขึ้นต้นด้วยพิมพ์ใหญ่
  • iMovie – หลังจำคือเราทำหนังแค่เรื่องเดียว
  • Pages – หลักจำคือ เอกสารมีหลายหน้า
  • Keynote – ไม่มี s หลักจำคือเวลาเราพูด Keynote เราพูดได้ทีละ Keynote
  • Numbers – ในเอกสารมีเลขหลายเลข เลยต้องเติม s
  • iBooks – อันนี้สำคัญมาก หากเขียน iBook นั้นจะหมายถึงคอมพิวเตอร์ Notebook ของ Apple สมัยก่อน

macos-sierra-itunes

ทำไมต้องเขียนชื่อสินค้า Apple ให้ถูกต้องด้วย ?

สำหรับคนทั่วไปนั้นอาจจะไม่ต้องเคร่งเท่าไหร่ (แต่ก็ควรเขียนให้ถูกนะจ้ะ ^^) แต่ถ้าเราทำงานในสาย content เช่นการเขียนข่าวและบทความต่าง ๆ หรือแม้กระทั่ง Developer และ Designer ที่ทำแอพบนแพลตฟอร์มของ Apple นั้น น่าจะทราบกันดีว่า Apple เคร่งเรื่องการเขียนชื่อและการใช้คำต่าง ๆ มาก ทั้งการออกแบบต่าง ๆ และคำอธิบายแอพที่จะส่งขึ้น App Store หากเราเขียนผิดมาก ๆ Apple อาจจะไม่ยอมให้แอพของเราผ่านใน iTunes Connect และโดน reject ได้

Screen Shot 2016-07-04 at 8.12.37 PMหากจำไม่ได้ทางทีมงานขอแนะนำว่าให้เปิดแอพ Dictionary ของ Apple ที่ติดมากับ Mac ทุกเครื่องที่มาพร้อมกับพจนานุกรมของ Apple เอาไว้ใช้สำหรับอ้างอิงการเขียนชื่อสินค้ากันได้

ที่มา>>>MacThai

Apple เตรียมเลิกวางขาย MacBook Pro รุ่นเก่าที่มี Superdrive ในอีกไม่นานนัก

macbook-pro-13-inch

AppleInsider ได้รายงานว่า Apple Store หลายสาขาเริ่มทำการนำ MacBook Pro หน้าจอ 13 นิ้วรุ่นเก่าที่ไม่ใช่ Retina display ลงจากชั้นวางแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างชัดว่า Apple เตรียมยกเลิกสินค้าชนิดนี้

ถ้า Apple จะยกเลิกการขาย MacBook Pro รุ่นเก่านี้ก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะว่าการอัพเดตล่าสุดของ MacBook Pro รุ่นนี้คือตั้งแต่ปี 2012 เพราะหลังจากนั้น Apple ก็อัพเกรดแต่รุ่น Retina display ตลอด โดยก่อนหน้านี้ MacBook Pro รุ่นเก่าก็เคยมีคิดจะถอดออกจากไลน์ตั้งแต่ปี 2014 (แต่ก็ยังรอดมาอีก 2 ปี)

20120330083853

MacBook Pro รุ่นเก่าปัจจุบันก็ยังคงมีวางจำหน่ายให้ซื้อหากันได้อยู่ แต่จากการจัดลำดับความสำคัญของ MacBook Pro ตัวนี้ก็ถือว่าอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญน้อยกว่า MacBook Pro มาก คือไม่มีการกล่าวถึงในหน้าสินค้าของ MacBook Pro ส่วนหน้าสั่งซื้อก็อยู่ล่างสุด ซึ่งพนักงานของ Apple Store ก็บอกกับ AppleInsider เอาไว้ว่า MacBook Pro รุ่นเก่านี้ไม่เหมาะที่จะซื้อ ถ้าอยากประหยัดให้ไปซื้อ MacBook Pro Retina แบบ refurbished ดีกว่า

MacBook Pro รุ่นเก่านี้ถือเป็น Mac รุ่นสุดท้ายของ Apple ที่มี Superdrive หรือไดรฟ์อ่านซีดีติดมากับตัวเครื่อง (ปัจจุบันทุกตัวต้องซื้อแยกหมด) ซึ่งการที่ Apple จะเลิกขายจริง ๆ ก็หมายความว่าต่อไปนี้ Mac ทุกรุ่นก็คงจะไม่มี Superdrive อีกแล้ว

ที่มา – AppleInsider

กรมทรัพย์สินฯ จีนบอก iPhone 6 ละเมิดสิทธิบัตรมือถือของบริษัทในเสิ่นเจิ้น เตรียมสั่งระงับห้ามขาย

apple-iphone-6-baili-100c-9to5

เป็นงงกันเลยทีเดียว เมื่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาของจีนมีคำสั่งให้ Apple หยุดจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ในกรุงปักกิ่งและเมืองใกล้เคียง หลังจากที่พบว่าดีไซน์ของแอปเปิลคล้ายกับโทรศัพท์ 100C ของ Baili บริษัทในเสิ่นเจิ้น

โดยคำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ Baili ร้องเรียนว่าแอปเปิลลอกเลียนแบบดีไซน์ของโทรศัพท์ของตนเอง ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาของจีนเผยว่า

iphone6s-plus-box-gold-2015

“iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ของแอปเปิลนั้นมีส่วนต่างจาก 100C ของบริษัท Baili เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ใช้สับสนได้”

อย่างไรก็ดี ในขณะนี้ทางกรมทรัพย์สินจะต้องส่งเรื่องเพื่อฟ้องต่อศาล และแอปเปิลก็ต้องไปสู้กันในศาลอีกที ซึ่งหากผลการตัดสินว่าแอปเปิลผิดจริง ก็จะมีการระงับการขาย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus เฉพาะในเขตกรุงปักกิ่งและบริเวณใกล้เคียงเท่านั้น

ที่มา – Forbes, 9to5mac

Apple ปล่อย Swift 3.0 และ Xcode 8 ให้นักพัฒนาแล้ว

หลังจากที่ได้มีข่าวการอัพเดท Preview ของ Swift 3.0 ภาษาเขียนโปรแกรมแห่งอนาคตจาก Apple (ข่าวเก่า) ในช่วงนี้ซึ่งเป็นสัปดาห์งาน WWDC 2016 ทาง Apple ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว Swift 3.0 อย่างเป็นทางการพร้อมกับ Xcode 8 – IDE สำหรับการเขียน Application จากทาง Apple 

สำหรับ Swift 3.0 และ Xcode 8 พร้อมให้นักพัฒนาดาวน์โหลดไปทดลองเขียนได้แล้วที่ Swift 3.0 Resource  บนหน้าเว็บของ Apple Developer พร้อมกับ Slide, Document และ Source Code ตัวอย่าง

swift3

ซึ่ง Swift 3.0 นี้ทาง Apple ก็ได้มีการบรรยายสรรพคุณต่าง ๆ ไว้ ไม่ว่าจะเป็น Syntax ที่อ่านเข้าใจง่ายและเป็นธรรมชาติกว่าเดิม, การพัฒนาความทันสมัยของการคอมไพล์ การจัดการ Memory

swift_3_code_ex

นอกจากนี้ Apple ยังอัพเดตรายละเอียดของ Swift 3.0 ใหม่ด้วย โดยหลัก ๆ ของการเปลี่ยนแปลง เช่น มีแนวทางการตั้งชื่อ API ให้, ปรับปรุงประสิทธิภาพคอมไพเลอร์, ล้างโค้ดเก่าและ syntax ที่มีความคลุมเครือ, นำเข้าโค้ดจาก Objective-C ได้ดีขึ้น, นำเข้าโค้ดจาก C เป็น object เพื่อความง่ายต่อการจัดการ รวมไปถึงการสั่ง return ค่าหลาย ๆ ตัวพร้อมกันออกจาก function และคุณสมบัติเกี่ยวกับการจัดการ native error โดยใช้ try / catch / throw

NewtonsCradle

คุณสมบัติใหม่ใน Xcode 8 ยังได้เพิ่ม interactive playground ซึ่งเป็นการอัพเดท playground ของเดิมให้ดูเข้าใจง่ายมากขึ้น มีการนำคุณสมบัติการ debug แบบ REPL (Read-Eval-Print-Loop) ทำให้การ debug ง่ายขึ้น และมองเห็นภาพกว่าเดิม คล้ายกับที่บนเวที Keynote ใหญ่ Apple ก็ได้ทำการเปิดตัวแอพ Playground for iPad ให้สามารถเรียนรู้ภาษา Swift ได้บน iPad

ที่มา – Apple Developer