ผู้ใช้ iPhone 7 สีดำด้าน จำนวนมาก พบปัญหาสีลอกทั้งตัวเครื่อง

iphone 7 black chippedเรื่องสีลอกกลับมาอีกแล้ว ล่าสุดมีผู้ใช้จำนวนมากที่ซื้อ iPhone 7 และ 7 Plus ไป พบปัญหาสีดำที่เคลือบอยู่ด้านนอกหลุดลอกออกมาจนทำให้เห็นเนื้ออะลูมิเนียมสีเงินด้านใน สามารถเข้าไปอ่านผู้ที่มาร้องเรียนในเว็บไซต์  Apple’s Support Communities ได้

โดยในรูปจะเห็นว่า สีไม่ได้ลอกเพียงแค่จุดใดจุดหนึ่ง แต่ลอกทั้งเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นตรงปุ่มเพิ่มลดเสียง ตรงลำโพงด้านล่าง และที่แย่ที่สุดก็คือ สีด้านหลังตัวเครื่องลอกออกมาด้วย !!iphone7rearpaintpeelingเขาได้นำตัวเครื่องไปเคลมที่ Apple Store และเขาได้อธิบายสาเหตุที่ทำให้สีลอกว่า หลังจากที่เขาได้เครื่องมา เขาใส่ทันทีหลังจากที่ได้เครื่องมา และเขาอ้างว่าหลังจากที่ใช้เครื่องประมาณ 20 วัน สีก็หลุดลอกออกมา และผู้ที่พบปัญหาอีกคนก็เล่าว่า ตอนแรกมันเริ่มมีรอยนูน ๆ เหมือนฟองอากาศขึ้นมาก่อน และหลังจากที่เค้าวางไอโฟนไว้บนโต๊ะสีก็หลุดลอกออกมาทันทีiphone7chippedspeakergrilleและที่น่าเสียใจที่สุดก็คือ แอปเปิลบอกว่าสีลอกไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขการรับประกัน นั่นหมายความว่าไม่สามารถเคลมได้ จนทำให้เขาได้ส่งเรื่องไปที่วิศวกรของแอปเปิลให้ตรวจสอบและพิจารณาเรื่องนี้ต่อไป

ก่อนหน้านี้ผู้ใช้ iPhone 6s สี Rose Gold ออกมาโวยว่าสีลอก เช่นกัน ก็ต้องมารอดูกันว่าแอปเปิลจะออกมาแก้ไขปัญหานี้อย่างไรiphone7matteblackchipping


“สำหรับชาว ชัยภูมิ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ชัยภูมิ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ชัยภูมิ ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

ข้อกำหนดอุปกรณ์ HomeKit ของ Apple: บังคับใช้ชิพเฉพาะ, ผลิตในโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน

แพลตฟอร์มสำหรับอุปกรณ์ภายในบ้าน HomeKit ก็ออกมาในระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร โดยจากรายงานข่าวล่าสุดกล่าวว่า เนื่องจาก Apple นั้นมีข้อกำหนดให้ผู้ผลิตมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชิพ หรือโรงงานว่าต้องผ่านมาตรฐาน Apple เท่านั้น

จากรายงานข่าวเผยว่า ชิพที่ Apple ต้องการให้อุปกรณ์ HomeKit ใช้งานนั้นมีราคาตั้งแต่ 50 เซนต์จนถึง 2 ดอลลาร์ (แต่ซื้อเยอะ ๆ ก็ได้ส่วนลด) รวมถึงตัวชิพ Wi-Fi หรือ Bluetooth ก็ถูกกำหนดให้ใช้งานเช่นกัน และราคาของชิพเหล่านี้สูงกว่าตัวเลือกอื่นในท้องตลาด และถ้านักพัฒนาไม่เลือกใช้ก็จะไม่ผ่านมาตรฐานของ Apple

นอกจากชิพแล้ว โรงงานผลิตอุปกรณ์ก็ต้องได้รับการรับรองจาก Apple เช่นกัน ถ้าหากผลิตในโรงงานที่ไม่ได้รับการรับรอง ก็จะไม่ผ่านมาตรฐาน โดยปัจจุบันโรงงานที่ได้รับการรับรองจาก Apple มีกว่า 800 แห่ง ซึ่งมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่เป็นโรงงานผลิตสินค้าประเภทเทคโนโลยีเกี่ยวกับบ้าน

แม้ว่านักพัฒนาจะสามารถขอ Apple ให้รับรองโรงงานตัวเองก็ได้ แต่ก็ถูกปฏิเสธได้เช่นกัน (และอย่างที่รู้กันว่า ในกระบวนการตรวจสอบของ Apple นั้นละเอียดยิบมาก) โดยมีบริษัทสตาร์ทอัพแห่งหนึ่งกล่าวว่า ตอนแรกที่ผลิตอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิของตัวเองก็จะให้สนับสนุน HomeKit ด้วย แต่ว่าโรงงานที่ผลิตนั้นไม่ผ่านมาตรฐาน แม้ว่าโรงงานนั้นจะเป็นบริษัทใหญ่ เป็นผู้ผลิตอย่างถูกต้องที่สามารถผลิตสินค้าเทคโนโลยีภายในบ้านได้

Apple ยังกำหนดให้นักพัฒนาส่งสินค้าที่เสร็จแล้วไปยังสำนักงานใหญ่ที่เมือง Cupertino ด้วย เพื่อทดสอบความเข้ากันได้ ระยะเวลาการทดสอบนี้อาจกินเวลา 3-5 เดือน ซึ่งในช่วงนี้บริษัทห้ามประกาศว่าผลิตภัณฑ์รองรับ HomeKit โดยกระบวนการทดสอบดังกล่าวนั้นดูเหมือนจะละเอียดยิบมาก ยิ่งกว่าการทดสอบอุปกรณ์ตามมาตรฐาน MFi ของ Apple เองอีก


“สำหรับชาวน่าน ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ น่าน ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO น่าน ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

นักวิเคราะห์คาด ปีนี้ MacBook Pro จะมีรุ่น 32GB และจะใช้ชิพ Intel Kaby Lake

macbook-pro-touch-bar-2016-thai-10Ming-Chi Kuo จาก KGI Securities แห่งไต้หวัน นักวิเคราะห์ที่ชอบทำนายสินค้าของ Apple ล่าสุดก็ได้เริ่มออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ MacBook Pro รุ่นใหม่อีกครั้ง

Kuo กล่าวว่า Apple นั้นจะอัพเกรด MacBook Pro รุ่นใหม่ในปีนี้ โดยจะใช้ชิพซีรีย์ Kaby Lake ของ Intel และจะมีตัวเลือกแรม 32GB ให้เลือกสำหรับรุ่น 15 นิ้วด้วย เนื่องจากรุ่นปัจจุบันมีให้สูงสุดเพียง 16GB เท่านั้น

Kuo เผยว่า MacBook นั้นจะเริ่มขึ้นสายการผลิตในช่วงไตรมาสที่สองของปีนี้ ส่วน MacBook Pro จะเริ่มขึ้นสายการผลิตในช่วงต้นไตรมาสที่สาม ส่วน MacBook รุ่น 15 นิ้วที่มีแรม 32GB สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการแรมเยอะ ๆ จะขึ้นสายการผลิตในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี แต่ยังไม่ชัวร์ว่า MacBook รุ่นหลังนี้จะใช้คำว่า Pro ด้วยหรือไม่


“สำหรับชาวสตูล ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ สตูล ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO สตูล ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

Apple จะหยุดการ Support Apps ในระบบ 32Bit เมื่อ iOS 11 ออกมา

Apple จะหยุดการ Support Apps ในระบบ 32Bit เมื่อ iOS 11 ออกมาหลังจากที่ Apple เริ่มปล่อย iOS 10.3 Beta 1 ให้กับผู้ใช้งานบางกลุ่มได้ลองสัมผัสกันไปแล้ว ดูเหมือนกับเป็นข้อความเตือนว่า Apps ที่ใช้ระบบ 32Bit อีกต่อไป ซึ่งตรงกับเครื่องที่ตอนนี้รุ่นที่มีขายในท้องตลาดอย่างเช่น iPhone 5s ที่ใช้ CPU Apple A7 รองรับระบบปฏิบัติการแบบ 64Bit อยู่เดิมแล้ว

ทำให้ Apple ส่งการแจ้งกับนักพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องที่จะสิ้นสุดการ Support Apps ในรูปแบบ 32 Bit รวมทั้งการแจ้งเตือนใน Apps เช่นเดียวกัน เพื่อให้นักพัฒนาปรับตัวตามระบบปฏิบัติการนี้ให้ทัน เรียกได้ว่า iOS 11 จะมีการเปลี่ยนแปลงมากอีกครั้งหนึ่งเลยก็ว่าได้ และคาดว่าจะเปิดตัวในปลายปีนี้


“สำหรับชาวกาฬสินธุ์ ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ กาฬสินธุ์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO กาฬสินธุ์ ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

เล่น Pokemon Go บน Apple Watch ได้แล้ววันนี้

เล่น Pokemon Go บน Apple Watch ได้แล้ววันนี้แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวลือว่า Apple ยกเลิกการลงเกมโปเกมอนลง Apple Watch แต่ข่าวลือก็คือข่าวลือ เพราะวันนี้ ผู้ใช้ Apple Watch สามารถเล่นเกมโปเกมอนได้แล้ว

ฟีเจอร์ของนาฬิกาตอบโจทย์เกมโปเกมอนที่เล่นกับเทคโนโลยีเสมือนจริง AR และเล่นกับ GPS ผู้เล่นจึงสามารถฟักไข่โปเกมอนบนนาฬิกาได้เลย แจ้งเตือนให้นาฬิกาสั่นเวลาเจอโปเกมอนที่อยู่ใกล้เคียง แจ้งเตือนเมื่อมีอีเวนท์ แต่จับโปเกมอนไม่ได้ การจับยังต้องใช้สมาร์ทโฟนอยู่applewatch_pikachu_pr_v03-1มีข้อมูลน่าสนใจที่ Niantic Lab ออกมาเปิดเผย คือ ระยะการเดินทางของผู้เล่นรวมกัน 8.7 พันล้านกิโลเมตร จับโปเกมอนแล้วกว่า 8 หมื่นล้านตัว เทียบเป็นทริปเที่ยวทั่วโลกกว่า 2 แสนทริป


“สำหรับชาวกระบี่ ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ กระบี่ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO กระบี่ ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

Samsung อาจจะเลื่อนการเปิดตัว Galaxy S8 ไปในเดือน เมษายน

Samsung อาจจะเลื่อนการเปิดตัว Galaxy S8 ไปในเดือน เมษายนก่อนหน้านี้มีการพูดถึง Samsung Galaxy S8 ซึ่งจะมีข่าวดีว่าอาจจะเปิดตัวเร็วกว่าที่คิดในงาน MWC (Mobile World Congress) และจะขายในเดือน มีนาคม ซึ่งถือว่าท้าทายมากพอสมควร

แต่ล่าสุดมีรายงานเปิดเผยซึ่งเกิดจากการประชุมด้านกลยุทธ์ ว่าจะเลื่อนการเปิดตัวไปเป็นช่วงเดือน เมษายน คาดว่าจะเปิดตัวในมหานคร New York

ส่วนรายละเอียดของเครื่องนั้นคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ โดยใช้ปุ่มสแกนลายนิ้วมือแทนและไม่มีปุ่ม Home อีกต่อไป และจะใช้ AI Assistant ช่วยสั่งงานคล้ายกับ Google Assistant และ Siri และไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

แต่ทั้งหมดนั้นต้องรอดูความชัดเจนต่อไป เพราะช่วงเวลาเดียวกันนี้ Apple เคยเปิดตัว iPhone SE เมื่อเดือนมีนาคม และคาดว่าโนเกียจะกลับมาเปิดตัวในช่วงไตรมาส 2 ปีหน้า ซึ่งถ้า Samsung จะเปิดตัวก็ถือว่าค่อนข้างน่าตื่นเต้นไม่น้อย


“สำหรับชาวอุบลราชธานี ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ อุบลราชธานี ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO อุบลราชธานี ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

Apple ประกาศ! เลิกทำจอแยก สนับสนุน LG ทำแทน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ จอ Thunderbolt Display

จอ Thunderbolt Display หรือเดิมคือจอ Cinema Display จอภาพที่ออกแบบโดย Apple ที่ได้ทำหน้าที่ในการเป็นจอที่สอง (หรือจอแรก) ของ Mac มาอย่างยาวนาน ล่าสุด Apple ได้เลิกผลิตจอ Ciniema Display แล้ว และสนับสนุนให้ LG ได้มาทำหน้าที่นี้แทนด้วยจอ 5K จาก LG ที่เชื่อมต่อผ่านพอร์ต Thunderbolt 3 แทน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ จอ Thunderbolt Display

ในงานเปิดตัว MacBook Pro รุ่นล่าสุดที่มาพร้อม Thunderbolt 3 นั้น Apple ได้โชว์ภาพการใช้งาน MacBook Pro ร่วมกับจอภาพดังกล่าวและอุปกรณ์ตัดต่อวีดีโอในระดับโปรอื่น ๆ จอ LG รุ่นดังกล่าวคือรุ่น UltraFine 5K มาพร้อมกับความละเอียดหน้าจอ

เหตุที่ Apple เลือกจะไม่ผลิตจอเองอีกต่อไปเป็นเพราะว่าท้ายที่สุดแล้ว Apple ก็ต้องนำเทคโนโลยีมาจากบริษัทอย่าง LG อยู่ดี การที่ Apple สนับสนุนให้ผู้ผลิตจอทำจออกมาเองโดยมี Apple คอยสนับสนุนและแนะแนวทางการใช้งานเพื่อให้รองรับกับ Mac ได้อย่างดีที่สุดน่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่าสำหรับผู้ใช้งานในระดับโปร

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ จอ Thunderbolt Display

สำหรับ Mac ปัจจุบันก็ไม่มีรุ่นใดที่ต้องใช้จอแยกเพื่อเป็นจอหลักอีกต่อไป (นอกจาก Mac mini ที่คิดว่าคนที่ซื้อ Mac mini คงนำไปใช้กับจอธรรมดาจะคุ้มกว่าซื้อ Thunderbolt Display) ส่วนรุ่นอื่น ๆ ตั้งแต่ MacBook Pro และ Mac Pro นั้นแน่นอนว่าคนที่ต้องการจอมาใช้ย่อมต้องการจอคุณภาพสูงเพื่อนำมาใช้งานในระดับโปร


“สำหรับชาวเชียงราย ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ เชียงราย ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO เชียงราย ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

5 สิ่งที่ทำให้คุณควรซื้อ iPhone 6s มากกว่า iPhone 7

5 สิ่งที่ทำให้คุณควรซื้อ iPhone 6s มากกว่า iPhone 7

แม้ว่าตอนนี้ iPhone 7 จะเพิ่งเปิดตัวและออกมาดูดีและน่าสนใจกว่ารุ่นเดิมพอสมควร แล้วรุ่นเก่าอย่าง iPhone 6s จะมีอะไรที่ทำให้เราควรเลือกอยู่บ้าง พบกับ 5 สิ่งที่ทำให้คุณเลือกใช้ iPhone 6s ต่อมากกว่าซื้อ iPhone 7 มาเล่าสูกันฟัง

1. ราคา

สิ่งแรกที่เปรียบเทียบคือราคา เมื่อเทียบกันแล้ว

iPhone 7 ขนาด 32GB จะมีราคา $649 หรือรุ่นในเมืองไทยคือ 26,500 บาท, 128GB ราคา $749 หรือในเมืองไทย 30,500 บาท และ 256GB ราคา $849 ส่วนเมืองไทย 34,500 บาท

เมื่อเทียบกับ iPhone 6s ขนาด 32GB ราคาตอนนี้ $549 หรือ 22,500 บาท และ 128GB ราคา $649 หรือประมาณ 26,500 บาท เท่ากับ iPhone 6s จะมีราคาถูกกว่าประมาณหลายพันบาทอยู่ทำให้หลายคนยังคงใช้รุ่นเดิมต่อไป

2. ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

เป็นจุดที่หลายคนที่ใช้งาน iPhone 7 คงต้องทำใจเพราะว่าการตัดช่องเสียบหูฟังออกในครั้งนี้ เพราะ Apple ได้ขยับ Taptic Engine ให้มาใกล้ปุ่ม Home ทำให้ปุ่ม Home แบบใหม่นั้นเป็นการสัมผัส มากกว่าที่จะเป็นปุ่ม ดังนั้นการใช้พื้นที่ทำให้ช่องเสียบหูฟังจำเป็นต้องนำออกไป ซึ่งต้องใช้วิธีการฟังเพลงแบบอื่นแทน เช่นการเสียบหูฟังผ่าน Lightning Port หรือ ใช้ Bluetooth แทน

ในขณะที่ iPhone6s ยังคงมีช่องเสียบหูฟังเหมือนเดิม

3. ขนาดหน้าจอและความละเอียด

แม้ว่า iPhone 7 จะมีการปรับเรื่องความสว่างและโทนสีให้คมชัดมากกว่าเดิมแค่ไหนก็ตาม แต่ว่าถ้าเทียบขนาดและสัดส่วนของหน้าจอเทียบกัน iphone 6s แล้วยังคงเท่าเดิม นั่นคือ 1,334×750 พื้นที่ Pixel อยู่ที่ 326 Pixel

4. ซอฟต์แวร์

ส่วนนี้ยังคงเหมือนกันคือใช้ iOS 10 ทั้งคู่ แม้ว่า iPhone 6s จะเริ่มต้นที่ iOS 9 แต่ก็สามารถอัปเกรได้เหมือนกัน

5. โดยภาพรวม

แม้ว่า iPhone 7 จะได้ปรับปรุงหลายอย่างทั้งเรื่องกล้องที่มีขนาด 12 ล้านพิกเซล พร้อมกับรูรับแสง F1.8 และใช้ CPU Apple A10 Fusion ก็ตาม แต่ว่าเมื่อเทียบกับการใช้งานจริงบน iPhone 6s ไม่ค่อยเห็นความแตกต่าง รวมถึงการเล่นเกมก็ยังไม่ได้แตกต่างเท่ากับที่เป็นอยู่

สรุป การเพิ่มเงินอีก 4,000 บาท อัปเกรดจาก iPhone 6s เป็น iPhone 7 จะคุ้มค่าต่อคนที่ต้องการ iPhone เครื่องให้แบบเกือบถอดด้าม หรือ ต้องการเปลี่ยนเพราะของเดิมเสียและคุณมีเงินถึง

แต่ถ้าเงินไม่ถึงแล้วการเลือก iPhone 6s ยังเป็นตัวเลือกที่น่าใช้งานอยู่และไม่น่าเกลียดแต่อย่างใด

ที่มา>>>Sanook

ย้อนรอย 10 มือถือที่ว่ากันว่าเป็น iPhone killer ตั้งแต่อดีตจนถึง Pixel Phone จาก Google

ย้อนรอย 10 มือถือที่ว่ากันว่าเป็น iPhone killer ตั้งแต่อดีตจนถึง Pixel Phone จาก Google

ปัจจุบันนี้แม้ว่าตลาดของสมาร์ทโฟนจะขยายตัวขึ้นและมีการแข่งขันที่ดุเดือดกว่าเดิมมาก แต่ iPhone ของ Apple ก็ยังคงได้รับความนิยมมาโดยตลอดแม้ในระยะหลังนี้จะมียอดขายที่ไม่ดีนักเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ก็ตาม

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีมือถือหลายรุ่นหลายยี่ห้อที่พยายามแข่งขันกับ iPhone หวังขึ้นครองตำแหน่งมือถือยอดนิยมตลอดกาลแทน หลายรุ่นถึงกับได้รับฉายาว่า “iPhone Killer” หรือ “เกิดมาฆ่า iPhone” กันเลยทีเดียว แต่สุดท้ายก็ไม่อาจเบียด iPhone ให้ตกกระป๋องได้ด้วยเหตุผลต่างๆ กันไป และนี่คือ 10 มือถือที่ว่ากันว่าเกิดมาฆ่า iPhone ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันครับ

 1. Samsung Jet S8000

ย้อนกลับไปในปี 2009 Samsung Jet S8000 เป็นมือถือที่ยักษ์ใหญ่ซัมซุงเคยหมายมั่นปั้นมือให้ออกมาชิงบัลลังก์ iPhone 3GS ด้วยหน้าจอ AMOLED สุดล้ำและชิปประมวลผลความเร็ว 800 MHz ที่ถือว่าเร็วสุดๆ ในเวลานั้น ถึงขนาดกล้าเคลมว่า “ฉลาดกว่า iPhone” เลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม Samsung Jet S8000 มาพร้อมกับจุดอ่อนอันใหญ่หลวงอยู่ข้อหนึ่ง นั่นคือ TouchWiz UI ที่ใช้ยากแถมยังมีหน้าตาเหมือน UI ของฟีเจอร์โฟนซะอีก จึงไม่สามารถเรียกว่าเป็นสมาร์ทโฟนได้อย่างเต็มปาก แม้ตอนก่อนเปิดตัวจะมียอดสั่งจองจำนวนมาก แต่เมื่อเริ่มวางขายและมีรีวิวออกมา ความนิยมก็ตกลงอย่างฮวบฮาบในขณะที่ iPhone 3GS ยังคงขายดิบขายดีต่อไป

 2. Palm Pre

ก่อนจะถึงยุคสมัยของสมาร์ทโฟนหลายคนคงยังจำยุคของคอมพิวเตอร์พกพาหรือ PDA ได้ดี และ Palm ก็เป็นแบรนด์ PDA ที่ขึ้นชื่อที่สุดในเวลานั้น และเมื่อเข้าสู่ยุคของสมาร์ทโฟน Palm ก็ได้พยายามลุกขึ้นมาท้าชิงบัลลังก์สมาร์ทโฟนจาก iPhone กับเค้าด้วยเหมือนกัน ด้วยการเปิดตัว Palm Pre มือถือที่มาพร้อมฟีเจอร์ครบครัน ทั้งหน้าจอทัชสกรีน คีย์บอร์ดแบบเลื่อน และระบบปฏิบัติการ webOS ซึ่งโดนใจเหล่ากูรูด้าน IT กันมากมาย แต่ด้วยความที่คนส่วนใหญ่บนโลกนี้ไม่ใช่กูรูด้าน IT ทำให้ขายไปได้เพียง 1 แสนเครื่องในสัปดาห์แรกที่เปิดตัวเท่านั้น หลังจากนั้นไม่นาน Apple ก็ได้เปิดตัว iPhone 3GS ที่ขายได้ถึง 1 ล้านเครื่องในเวลาเพียง 3 วัน

 3. LG BL40 Chocolate

สิ่งที่ Apple ทำคือสิ่งที่ Apple เชี่ยวชาญที่สุด การจะเอาชนะ Apple ได้จะต้องทำสิ่งที่แตกต่าง และด้วยเหตุนี้เอง LG จึงได้เปิดตัวมือถือ LG BL40 Chocolate ที่มีหน้าตาเหมือนแท่งช็อกโกแลตออกมา

LG BL40 Chocolate เป็นมือถือรุ่นแรกที่มีอัตราส่วนของหน้าจอที่ 21:9 ทำให้ถูกอกถูกใจคนชอบดูหนังมาก เพราะสามารถดู wide screen ได้แบบเต็มๆ แต่สำหรับการใช้งานทั่วไปมันออกจะดูตลกมากกว่า นอกจากนี้ยังมีอาการหน่วงระหว่างการใช้งาน และการจัดวางปุ่มกดที่ชวนงง แถมแบตเตอรี่ยังหมดไวอีก การกล้าที่จะแตกต่างครั้งนี้ของ LG จึงไม่อาจเขย่าบัลลังก์ iPhone ได้อย่างที่หวังเอาไว้

 4. Nokia N97

ก่อนจะถึงยุคสมาร์ทโฟน Nokia คือแบรนด์มือถือที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เมื่อเข้าสู่ยุคสมาร์ทโฟนความนิยมของ Nokia ก็ค่อยๆ จืดจางลงไป แต่ในช่วงแรกๆ ของการเปลี่ยนผ่านยุคสมัยนั้น Nokia ก็พยายามทวงความยิ่งใหญ่ของตนคืนมาจาก iPhone ด้วยเช่นกัน โดยการเปิดตัว Nokia N97 ที่โดดเด่นกว่ามือถือค่ายไหนๆ ด้วยแผงคีย์บอร์ดแบบ QWERTY พร้อมหน้าจอทัชสกรีน 3.5 นิ้ว แต่การเอาคีย์บอร์ดทั้งแผงมาติดลงไปกลับกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ตัวเครื่องหนาเทอะทะ ซ้ำระบบปฏิบัติการ Symbian S60 ยังห่างชั้นจาก iOS มาก ส่วนราคาก็เรียกว่าระดับพรีเมียม อย่างไรก็ตาม Nokia N97 ก็ประสบความสำเร็จพอสมควร โดยขายได้ 2 ล้านเครื่องภายใน 2 เดือนแรก แต่ก็ยังไม่สามารถฆ่า iPhone ได้อยู่ดี

 5. Motorola Droid

Motorola Droid เป็นมือถือที่เปิดตัวส่งท้ายปี 2009 และเป็นมือถือรุ่นแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android นับเป็นก้าวแรกของ Android ในวงการสมาร์ทโฟน โดยมาพร้อมฟีเจอร์ครบครันในยุคนั้น ทั้งคีย์บอร์ด QWERTY แบบสไลด์ที่บางกว่า Nokia N97 หน้าจอแสดงผล 3.7 นิ้ว พร้อมด้วย Bluetooth 2.0, GPS และ Wi-Fi กล้องดิจิทัลมาพร้อมระบบออโต้โฟกัสพร้อมไฟแฟลช สามารถนำไปประชันกับ iPhone 3GS ได้อย่างสูสี เมื่อเปิดตัวออกมาก็ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ทำยอดขายตีคู่กันมากับ iPhone 3GS กลายเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อทีเดียวในยุคนั้น

 6. BlackBerry Storm

BlackBerry  คืออีกหนึ่งตำนานของวงการมือถือที่เคยฮิตเปรี้ยงปร้างอยู่พักหนึ่งจนถึงจุดที่น่าจะสามารถต่อกรกับ iPhone ได้อย่างสูสี และเพื่อการนี้ BlackBerry จึงได้เปิดตัวมือถือที่เป็นการพลิกโฉมครั้งใหญ่ของตน นั่นก็คือ BlackBerry Storm

BlackBerry Storm เป็นมือถือรุ่นแรกของ BlackBerry ที่เป็นหน้าจอทัชสกรีน และไม่มีคีย์บอร์ดมาให้เหมือนรุ่นก่อนๆ หลังจากเปิดตัวออกมาก็มีกระแสตอบรับที่ค่อนข้างดี สามารถขายได้ 1 ล้านเครื่องภายใน 3 เดือนแรก ส่วนรีวิวจากสำนักต่างๆ ก็ไม่ได้ขี้เหร่นัก แม้ว่ามันจะไม่มี Wi-Fi ก็ตาม ซึ่งในยุคนั้นไม่ใช่ฟีเจอร์ที่จำเป็นอะไรนัก แต่จุดอ่อนสำคัญที่สุดกลับเป็นความทนทานของตัวเครื่อง โดยมีผลสำรวจออกมาว่า BlackBerry Storm แทบทุกเครื่องที่ขายไปล้วนแต่พังในเวลาไม่นานจนต้องเปลี่ยนเครื่องกันหลายครั้งทำเอาผู้ใช้หลายคนถึงกับระอา

 7. Google Nexus One

ต้นกำเนิดสมาร์ทโฟนตระกูล Nexus ที่ Google หมายมั่นปั้นมือจะให้เป็นสมาร์ทโฟน Android อย่างแท้จริงที่จะเป็นต้นแบบในการพัฒนาของสมาร์ทโฟน Android รุ่นอื่นๆ ต่อไปในอนาคต ในช่วงที่มีข่าวของ Nexus One ออกมาสื่อต่างๆ ตั้งความหวังว่ามันจะกลายเป็น iPhone Killer ซึ่งสเปคของ Nexus One ก็ถือว่าไม่เป็นรองใครเลยในยุคนั้น เพียบพร้อมทั้งหน่วยประมวลผลที่รวดเร็ว กล้องดิจิทัล ระบบ GPS และ Google Map แต่เมื่อเปิดตัวออกมาจริงๆ กลับทำยอดขายได้ไม่ดี โดยขายได้เพียง 135,000 เครื่องเท่านั้นใน 75 วันแรก แถมหลังจากนั้นไม่นาน Apple ก็ได้เปิดตัว iPhone 4 ที่ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ออกมาอีก ทำให้ Google Nexus One ค่อยๆ ถูกลืมไปในที่สุด

 8. Samsung Galaxy S7

ปัจจุบันนี้แบรนด์ที่น่าจะแข่งกับ Apple ได้อย่างสูสีก็น่าจะมีอยู่ไม่กี่เจ้า หนึ่งในนั้นคือ Samsung และSamsung Galaxy S7 เรือธงที่เปิดตัวออกมาเมื่อต้นปีนี้ก็อัดแน่นไปด้วยประสิทธิภาพจริงๆ ทั้งหน้าจอ AMOLED สุดคมชัด กล้องดิจิทัลที่ล้ำหน้ายิ่งกว่าเรือธงรุ่นอื่นๆ บางคนถึงกับยกให้ดีกว่ากล้องของ iPhone 6s ด้วยซ้ำ นอกจากนี้ยังมาพร้อมคุณสมบัติกันน้ำและดีไซน์ที่เหมาะมือ แม้จะมีราคาสูงไปนิดสำหรับสมาร์ทโฟน Android แต่เมื่อเทียบกับ iPhone 6s ก็ถือว่าพอๆ กัน นับเป็นสุดยอดเรือธงที่สู้กับ iPhone 6s ได้อย่างสบาย แต่ก็ยังไม่อาจเบียด iPhone ให้หล่นจากทำเนียบสมาร์ทโฟนยอดนิยมได้อยู่ดี

 9. Xiaomi Mi 5

ในยุคหลังสมาร์ทโฟนจากจีนเติบโตและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วด้วยการอัดสเปคมาให้แบบเต็มพิกัดในราคาที่ถูกเหลือเชื่อ Xiaomi Mi 5 ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมที่หั่นราคาลงถูกกว่า iPhone 6s เกือบครึ่ง ทั้งๆ ที่สเปคโดยรวมสูงกว่า ไม่ว่าจะเป็นความจุแบตเตอรี่ที่มากกว่าถึง 2 เท่า น้ำหนักเบากว่า 10% หน่วยประมวลผลทรงพลังกว่าชิป A9 และกล้องดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพไม่แพ้ใคร จนสื่อต่างประเทศบางสำนักถึงกับยกให้เป็น iPhone Killer เลยทีเดียว ด้วยราคาที่จับต้องได้ทำให้ Xiaomi Mi 5 เข้ามาแย่งส่วนแบ่งยอดขายในตลาดระดับพรีเมียมไปพอสมควร แต่สุดท้ายแล้วแบรนด์ Xiaomi ก็ยังได้รับความนิยมแค่ในบางประเทศเท่านั้น และราคาก็ไม่ใช่ปัจจัยที่จะทำให้แฟนๆ iPhone หันไปซบมือถือค่ายอื่น ทำให้ Xiaomi Mi 5 ก็ยังไม่สามารถฆ่า iPhone ได้อยู่ดี

 10. Google Pixel

ถึงกับฮือฮากันทั้งวงการเมื่อมีข่าวว่า Google จะลงมาจับการพัฒนาฮาร์ดแวร์อย่างจริงๆ จังๆ เพื่อพัฒนาที่สุดของสมาร์ทโฟน Android ออกมา โดยในครั้งนี้ถึงกับทิ้งชื่อ Nexus ที่ใช้มาอย่างยาวนาน มาเป็นPixel ราวกับเป็นการเริ่มต้นใหม่กับสิ่งที่แตกต่างออกไป แถมยังแปะแฮชแท็ก #MadeByGoogle เอาไว้คล้ายกับจะย้ำว่านวัตกรรมทุกอย่างใน Pixel จะได้รับการพัฒนาโดย Google ตั้งแต่หัวจรดเท้า

ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ เพราะคนที่รู้เรื่อง Android ดีที่สุดก็คือ Google และหาก Google คิดจะออกแบบสมาร์ทโฟนของตัวเอง 100% ขึ้นมาจริงๆ มันจะต้องเป็นสมาร์ทโฟน Android ที่ยอดเยี่ยมที่สุดอย่างแน่นอน แถม Google ดูจะเอาจริงเอาจังกับ Pixel มากซะด้วย

เพราะถึงกับทุ่มทุนโฆษณากันแบบยิ่งใหญ่อลังการทั่วโลก ทั้งบิลบอร์ดขนาดยักษ์และฉายโฆษณาลงบนตัวตึก แต่จะออกมายอดเยี่ยมอย่างที่คาดหวังกันไว้จริงหรือเปล่านั้น ต้องติดตามดูกันในงานเปิดตัววันที่ 4 ตุลาคมนี้


ที่มา : TechRadar

มาดูลูกเล่นที่ควรใช้บน macOS Sierra ที่พร้อมให้โหลดแล้ววันนี้

มาดูลูกเล่นที่ควรใช้บน macOS Sierra ที่พร้อมให้โหลดแล้ววันนี้

    สำหรับคนที่ใช้งานเครื่องแมค หรือ mac OS คงตั้งตารอคอยว่า mac OS เวอร์ชั่นล่าสุดอย่าง Sierraล่าสุดวันนี้ Apple ได้เปิดให้โหลดแล้วอย่างเป็นทางการ และมีหลายสิ่งที่น่าสนใจของ OS ตัวนี้ที่ใช้พื้นที่การโหลดกว่า 4.7GB

เช่นการสั่งงาน Siri ใน mac OS เป็นครั้งแรกและรองรับการทำงานคล้าย ๆ กับ iPhone แต่ว่าถ้าคุณใช้ภาษาไทยบางคำสั่งก็อาจจะยังไม่ได้ จุดนี้ iPhone หรือ iPad ก็เหมือนกัน แต่คุณสามารถค้นหา File รูปภาพ และสามารถลากไปวางได้ทันที เจ๋งดีสำหรับระบบปฏิบัติการบน Computer

ระบบจัดการพื้นที่แบบใหม่ที่ใช้งานง่ายขึ้น, อัปเดท Apps ให้ทันสมัยมากขึ้นและแน่นอนว่าการเชื่อมต่อระหว่าง Photos เชื่อมต่อกับ iOS ได้ รวมไปถึง Safari จะรองรับการจ่ายเงินผ่าน Apple Pay ได้ แต่ว่าจะต้องขึ้นอยู่กับเครื่องและประเทศว่ารองรับ Apple Pay หรือไม่

    iMessage จะมีหน้าตาคล้ายกับ iOS มากขึ้น แน่นอนว่าการทำ Emojicon ขนาดใหญ่ในนี้ก็ทำได้เหมือนกัน

นอกจากนี้คุณยังสามารถคัดลอก File รูปจาก iPhone เข้าสู่ Mac ได้ รวมไปถึงสั่งปลดล็อค Apple Watch หรือ iPhone ผ่านเครื่อง mac ได้ แต่ฟีเจอร์นี้จะรองรับกับเครื่อง mac ที่รุ่นใหม่สักหน่อย

และยังได้พื้นที่จาก iCloud Drive ใช้งานได้พร้อมกับหลายอุปกรณ์ แถมยังจัดการพื้นที่ของเครื่องใหม่ว่างโดยอัตโนมัติอีกด้วย และยังสามารถรวมภาพเป็นเรื่องราวได้ผ่าน Photos โดยไม่ต้องลง Apps เพิ่ม

เห็นแบบนี้คงจะต้องโหลดมาลงในเครื่อง mac แล้วแต่ว่าก่อนที่จะโหลดนั้นอย่าลืมเช็คพื้นที่ของเครื่องด้วยว่าเหลือพอหรือไม่ และบางบริการอาจจะยังใช้ไม่ได้คงต้องรอดูกันต่อไปว่าเมืองไทยจะได้ใช้กันเต็มที่เมื่อไหร่ รวมไปถึงถ้าเครื่องรุ่นเก่า ๆ ความสามารถอาจจะหายไปบ้างก็ไม่ต้องแปลกใจนะ

ที่มา>>>Sanook