รายได้จาก App Store สูงกว่า Google Play สองเท่า แม้ยอดดาวน์โหลดจะมีเพียงครึ่งเดียว

apple-app-store-missing-apps-thailandมีรายงานประจำไตรมาสสองจาก App Annie ซึ่งเป็นรายการเกี่ยวกับแอพ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจอยู่หลายอย่างapp-store-google-play-downloads-and-revenueอย่างแรกคือยอดการดาวน์โหลดและรายได้ App Store นั้นมียอดการดาวน์โหลดเพียงครึ่งหนึ่งของ Google Play เท่านั้น แต่ถ้านับในฝั่งของรายได้จะพบว่ารายได้จาก App Store สูงกว่า Google Play ถึงสองเท่า

ถัดไปเป็นเรื่องเกี่ยวกับตลาดจีน ซึ่งทาง App Annie ได้บอกว่า App Store มียอดการเติบโตในจีนสูงมาก คือตอนนี้รายได้จากเกมบน iOS ในจีนนั้นพุ่งสูงเกินยอดขายเกมในสหรัฐไปแล้ว และเมื่อดูที่ยอดรายได้รวมของ App Store จากจีนเทียบกับสหรัฐนั้น สองปีที่แล้วสหรัฐสูงกว่าจีน 2.9 เท่า ปีที่แล้ว 1.9 เท่า ปีนี้ 1.1 เท่า และ App Annie ทำนายว่าอีกไม่นนานนัก ยอดรายได้จาก App Store ทั้งหมดของจีนก็น่าจะแซงสหรัฐ

ทั้งนี้ตลาดจีนยังไม่มี Google Play เนื่องจากทางการจีนบล็อกไว้ รายได้ที่เหลือจึงไปตกกับบริการจากท้องถิ่นของจีนมากกว่าapp-store-google-play-music-streaming-and-entertainmentเรื่องการสตรีมมิ่งทั้งเพลงและภาพยนตร์ ในบทวิเคราะห์กล่าวว่าแอพในหมวด Music หรือ Entertainment มีการเติบโตสูงขึ้นในช่วง 2 ปีหลังมานี้ และเงินส่วนใหญ่ของบริการในหมวดนี้ คือการบอกรับสมาชิกในแอพ โดยยอดการเติบโตส่วนนี้ของทั้ง App Store และ Google Play ก็สูงทั้งคู่แต่ Google Play ยังถือว่าห่างไกลจาก App Store อยู่พอสมควร

ในรายงานยังกล่าวไว้ว่า ทุกวันนี้ชีวิตเรามักจะอยู่กับมือถือ แอพเริ่มจะมีบทบาทในเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น คือตั้งแต่ไตรมาสที่สองของปี 2014 เวลาที่ใช้กับแอพนั้นสูงขึ้น 2 เท่า และในรายงานกล่าวว่าในปี 2020 ตลาดในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะมียอดคิดเป็น 40% ในรายได้ของแอพจากทั้งหมด และทำนายว่าอินเดียจะเป็นประเทศที่โตไวที่สุด

Apple นั้นเป็นบริษัทที่เน้นแอพมาก คือถ้านับเงินที่ได้จากบริการซึ่งคิดเป็น 20% ในการเติบโตแต่ละปีนั้น App Store คิดเป็นเงินส่วนใหญ่ของเงินที่ได้จากบริการ และ Apple นั้นก็เริ่มลงทุนกับแอพมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะภาษา Swift เพราะด้วยตัวภาษาที่ Apple พัฒนาให้ง่ายเพื่อดึงดูดให้นักพัฒนามาทำแอพบนแพลตฟอร์มมากขึ้น

ที่มา – AppleInsider

LINE ออกอัพเดต เก็บแชทลง iCloud ได้แล้ว !!

IMG_1879

LINE ได้ออกอัพเดตล่าสุดเวอร์ชัน 6.4.0 ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถเลือก backupแชทของตัวเองขึ้น iCloud ได้แล้ว

ผู้ใช้หลายคนอาจจะต้องปวดหัวกับการเก็บแชทของ LINE (แม้จะมี LINE Keep แต่ก็ช่วยไม่ได้มาก) และตอนนี้ LINE ก็ได้อัพเดตแอพบน iOS โดยรองรับการเก็บแชทลง iCloud แล้ว

สำหรับวิธีเก็บแชทคือ เมื่อผู้ใช้อัพเดตเครื่องแล้วจะมีหน้าแจ้งเตือนขึ้นมาให้เก็บแชท จากนั้นก็กดและดำเนินการตามขั้นตอนได้ทันที หรือถ้าจะทำการ backup ภายหลังก็ไปที่ Settings > Chats & Voice Calls > Chat History Backup จากนั้นก็กดปุ่ม Back Up Now ก็เก็บลง iCloud ได้ทันที และเมื่อผู้ใช้ต้อง Restore เครื่องหรือซื้อเครื่องใหม่ก็สามารถดึงแชทเก่าที่เก็บไว้บน iCloud ออกมาใช้ได้โดยรายการแชทไม่หาย

ส่วนฟีเจอร์อื่น ๆ ที่มาในอัพเดตนี้ เช่น

  • ปักหมุดแชทที่สำคัญไว้บนสุดของหน้าแชทได้
  • ตั้งค่าแชทว่า “อ่านแล้ว” ได้โดยปาดนิ้วบนรายการแชท โดยไม่ต้องกดเข้าไปดูในแชท
  • เพิ่มตัวเลือกการบีบอัดวิดีโอเมื่อส่งวิดีโอจากแอพอื่นมายัง LINE
  • เพิ่มตัวเลือกการส่งรูปเต็มความละเอียดเมื่อส่งรูปจากแอพอื่นมายัง LINE

สำหรับผู้ใช้ LINE ปัจจุบันสามารถอัพเดตได้เลยที่ App Store

ที่มา>>>MacThai

รวม 10 ฟีเจอร์สุดเด็ดที่คาดว่าจะเผยโฉมใน iOS 10 เวอร์ชันล่าสุด!

เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันแล้วสำหรับงานอีเวนต์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่างApple ที่กำลังจะจัดงาน Worldwide Developers Conference หรือ  WWDC 2016 ขึ้นในวันที่ 13 มิถุนายนนี้

ซึ่งภายในงานนอกจากจะมีเป้าหมายให้เหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์จากทั่วโลกได้มา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และไอเดียสร้างสรรค์กันแล้วนั้น ยังมีพระเอกของงานที่คาดว่าจะเปิดตัวในงานนี้ด้วย นั่นก็คือ ระบบปฏิบัติการ iOS 10 เวอร์ชัน ใหม่ล่าสุดสำหรับอุปกรณ์ iDevice ที่คาดว่าอาจมาพร้อมกับฟีเจอร์ และการทำงานที่อัปเกรดประสิทธิภาพให้ดีขึ้นในหลายส่วนด้วยกัน

ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็ยังคงสงสัยว่า iOS 10 เวอร์ชันนี้จะมีฟีเจอร์ใดเปิดตัวมาให้ใช้งานด้วยบ้าง ดังนั้น เพื่อเป็นการไขข้อสงสัย เราจึงจะพาทุกท่านไปชมกันว่าฟีเจอร์เด็ดที่คาดว่าอาจมีใน iOS 10 จะมีอะไรบ้าง ขอเชิญทุกท่านติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยครับ

สามารถกดซ่อนแอปพลิเคชันบางรายการได้

ผู้ใช้ iPhone หรือ iPad หลายท่านคงพบเจอกับปัญหาแอปพลิเคชันที่มากับตัวเครื่องนั้นเยอะเกินไป และไม่สามารถลบแอปพลิเคชันดังกล่าวทิ้งได้ แต่ใน iOS 10 คาดว่า Apple จะเพิ่มฟีเจอร์ “กดซ่อนแอปพลิเคชัน” มาให้ใช้งานด้วยเช่นกัน หลังจากมีข้อมูลโค้ดบางส่วนหลุดออกมา ซึ่งข้อมูลนั้นก็บ่งชี้ไปในทิศทางดังกล่าวด้วย

Black Theme หรือ Dark UI

เห็นได้ว่าหน้าตา UI ของอุปกรณ์ iDevice ทั้งหมดจะมีรูปแบบที่เป็นสีขาว สะอาดตา และเรียบง่าย ซึ่งเป็นรูปแบบที่ Apple ยึดถือมาโดยตลอด แต่สาเหตุที่ทำให้มีการคาดคะเนว่า iOS 10 จะมี UI รูปแบบใหม่ให้ใช้งานในชื่อ Black Theme หรือ Dark UI นั้นมาจากจุดสังเกตของบัตรเชิญ หรือแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับงาน WWDC 2016 ของ Apple ที่มีการใช้สีดำ หรือสีน้ำเงินเข้ม เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งอาจเป็นคำใบ้ได้ว่า iOS 10 จะมี UI สีดำมาให้ใช้งานด้วย

ฟีเจอร์ 3D Touch รูปแบบใหม่ที่สามารถใช้งานบริเวณใดก็ได้


แน่นอนว่าฟีเจอร์สุดเด็ด 3D Touch จะต้องถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพการใช้งานได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจาก iPhone 6s และ iPhone 6s Plus นั้นสามารถใช้งานได้ในส่วนของ Peek & Pop ที่เป็นการอ่านเนื้อหาตัวอย่างก่อนเข้าไปอ่านฉบับเต็ม และถ้ากดที่แอปพลิเคชันในหน้าจอโฮมสกรีน จะเป็นการเรียกคำสั่งลัดต่างๆ ของแอปพลิเคชันนั้นๆ ขึ้นมาให้ใช้งาน

ซึ่งถ้าหาก Apple ขยายการใช้งานจริง ผู้ใช้ก็อาจสามารถกด หนัก-เบา ตรงบริเวณใดของหน้าจอก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องกดที่ลิงก์, ชื่อ, รูปภาพ หรือแอปพลิเคชัน ดังที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

Siri API ที่อาจเปิดกว้างให้กับ Developers มากยิ่งขึ้น
ฟังก์ชันผู้ช่วยคนเก่งของ Apple อย่าง Siri ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้หลายๆ คนมาแล้ว อาจมีการเปิดระบบมากขึ้นด้วยการที่ Apple อาจเปิดตัว Siri API ที่สามารถเอื้ออำนวยให้เหล่านักพัฒนาทั้งหลายได้นำ Siri API ไปพัฒนาร่วมกับแอปพลิเคชันแบบ Third-Party เพื่อการใช้งานที่ครอบคลุมทุกๆ ความต้องการมากยิ่งขึ้น

ยกระดับระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มอีกขั้น

สิ่งหนึ่งที่ Apple กล่าวกับผู้ใช้ตลอดเวลาก็คือ ความปลอดภัยในการรักษาข้อมูลของผู้ใช้คือสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้ Apple ก็เพิ่งมีปัญหากับ FBI ในเรื่องการปลดล็อครหัสผ่านเพื่อเข้าสู่ตัวเครื่อง iPhone 5c ของผู้ก่อการร้ายรายหนึ่ง

โดย FBI อ้างว่าสามารถปลดล็อกตัวเครื่องได้โดยไม่ต้องพึ่งพา Apple อีกด้วย ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่าจากประเด็นปัญหานี้น่าจะส่งผลให้ Apple เร่งพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยให้มีความแน่นหนา และเจาะระบบได้ยากขึ้นแน่นอน

ระบบสั่งการ Gadgets ภายในบ้าน

สำหรับฟีเจอร์นี้จะเป็นการยกระดับการใช้งานสมาร์ทโฟนขึ้นไปอีกขั้น ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ HomeKit ที่ช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมสิ่งต่างๆ ภายในตัวบ้านได้ เช่น การ เปิด-ปิด ไฟ, การล็อคประตู, การ เปิด-ปิด เครื่องปรับอากาศ หรือการ เปิด-ปิด โทรทัศน์ เป็นต้น

Emoji ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ตัวการ์ตูน หรือรูปต่างๆ ยังคงเป็นที่ต้องการสำหรับผู้ใช้หลายคน และแน่นอนว่า Apple ก็อาจจะสร้างสรรค์ Emoji เหล่านี้ให้มีอากัปกิริยา และการแสดงออกที่เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงอัตลักษณ์ และสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้สนุกกับการใช้ Emoji มากขึ้น

Apple Music พลิกโฉม เปลี่ยนดีไซน์ใหม่ทั้งหมด

Apple วางแผนพัฒนาการให้บริการเพลงผ่านระบบสตรีมมิ่งในแอปพลิเคชัน Apple Music ให้มีประสิทธิภาพการใช้งานที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น และที่สำคัญคืออาจมีการปรับเปลี่ยนรูปโฉมของแอปพลิเคชันนี้ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกว่าสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

App Store คลังร้านค้าแอปพลิเคชันรูปแบบใหม่

นอกจากการปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงในด้านอื่นๆ แล้ว Apple อาจพัฒนาร้านค้าแอปพลิเคชันอย่าง App Store ด้วยเช่นกัน ซึ่งคาดว่า Apple จะเปลี่ยนรูปแบบของ App Store ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึง และค้นหาแอปพลิเคชันได้ง่ายขึ้น และถ้าหากยังจำกันได้ App Store ไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านดีไซน์ครั้งใหญ่มาตั้งแต่ปี 2013 แล้ว ดังนั้น Apple อาจตัดสินใจเปลี่ยนดีไซน์ในปีนี้ก็เป็นได้

iOS 10 เวอร์ชัน Beta

ในปี 2015 ที่ผ่านมา Apple ได้ทำการเปิดให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดระบบปฏิบัติการiOS 9 เวอร์ชัน Beta ได้ทดลองใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ก่อนที่จะเปิดให้ดาวน์โหลดจริงในช่วงเดือนกันยายน ซึ่งการเปิดให้ผู้ใช้ได้ทดลองใช้งานก่อนเช่นนี้ทำให้ทีมงานของ Apple ได้รับ feedback ต่างๆ เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น จึงคาดการณ์กันว่า iOS 10 ก็อาจมีการเปิดเวอร์ชัน Beta ให้ได้ทดลองใช้งานกันก่อนด้วยเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ทั้งหมดข้างต้นนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันแต่อย่างใดว่าจะเป็นความจริง ทุกประการ เพราะทาง Apple จะต้องเก็บทุกอย่างไว้เป็นความลับสุดยอดจนกว่าจะถึงงานเปิดตัวเท่านั้นที่ เราจะได้ทราบกันจริงๆ สำหรับแฟนๆ ของ Apple ต้องอดใจรอกันอีกเพียงไม่กี่วัน งาน WWDC 2016 ก็จะเริ่มขึ้นในวันที่ 13 มิถุนายนนี้แล้ว หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างไร ทีมงานจะรีบนำมาแจ้งให้ทุกท่านทราบในทันที

ที่มา : PhoneArena