ชาวบ้านตะโกนทับคนแล้ว!หนุ่มชะตาขาดจยย.ล้มรถพ่วงเหยียบเละสยองที่พระประแดง

 เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 28 ก.ค. ร.ต.อ.สามารถ สัตยา พงส.สภ.พระประแดง ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต บริเวณจุดกลับรถปากซอยวัดชมนิมิต (สุขสวัสดิ์ 74) หมู่ที่ 3 ต.บางครุ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลบางจาก และเจ้าหน้าที่อาสามัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลนมุ่งหน้าเข้าอำเภอพระสมุทรเจดีย์ บริเวณเลนที่ 2 นับจากเกาะกลางถนน พบรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อบรรทุกเหล็กม้วนจำนวน 3 ม้วนหนักกว่า 45 ตัน ของบริษัท อินแลน์ เซอร์วิส จำกัด ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียนหัวพ่วง 76-1410 กรุงเทพมหานคร หมายเลขทะเบียนหางพ่วง 78-2211 กรุงเทพมหานคร จอดเปิดไฟฉุกเฉิน ห่างกันเล็กน้อยบริเวณท้ายรถ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น เวฟ 125 I สีดำ-เทา หมายเลขทะเบียน อษย187 กทม. ล้มตะแคงอยู่บนพื้นถนน ในสภาพด้านหน้ารถพังยับ ในที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย สวมเสื้อเชิ้ตสีเทาคลุมทับด้วยเสื้อบุรุษไปรษณีย์ สวมกางเกงสแลคสีน้ำเงินรองเท้าผ้าใบสีขาว เสียชีวิตในลักษณะนอนคว่ำหน้าค่อมรถ ศีรษะแตก เลือดและมันสมองกระจายเกลื่อนพื้น ทราบชื่อภายหลังนาย สุริยา ศรีสังวาล อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/5 หมู่ที่ 7 ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เป็นบุรุษไปรษณีย์อยู่ในสำนักงานไปรษณีย์สาขาพระประแดง ทางเจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช

จากการสอบถาม นายเกรียงไกร สว่างเมฆ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/2 หมู่ที่ 2 ต.ท่าตะคร้อ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี โชว์เฟอร์บรรทุกให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนนำรถออกมาจากหน้าท่าเรือทรัพย์ศรีไทยบริเวณท้ายซอยสุขสวัสดิ์ 49 เพื่อนำเหล็กม้วนไปส่งให้กับลูกค้าย่านถนนพระรามที่ 2 เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นจุดกลับรถเห็นรถด้านหน้าชะลอจอดอยู่หลายคัน ตนจอดรถในเลนที่ 2 เพื่อเตรียมตัวกลับรถ โดยในเลนขวาสุดยังมีรถหลายคันจอดรอเพื่อกลับรถ ในระหว่างที่รถกำลังเคลื่อนตัวได้ยินเสียงคล้ายมีรถมาชนบริเวณด้านท้าย ก่อนที่จะได้ยินเสียงหวีดร้องของประชาชนพร้อมตะโกนว่าทับคนแล้ว ตนจึงรีบจอดรถเดินลงมาดู พบรถจักรยานยนต์และผู้ตายล้มกองกันอยู่กับพื้นถนน จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยให้มาช่วยเหลือ

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่า รถจักรยานยนต์น่าจะขับแทรกช่องระหว่างรถจอด เป็นจังหวะเดียวกันที่ด้านท้ายรถจักรยานยนต์ใส่ถุงจดหมายขนาดใหญ่ ทำให้ถุงไปเกี่ยวท้ายรถบรรทุกจนเสียหลักล้ม ทำให้ตัวผู้ตายกระเด็นเข้าไประหว่างล้อหลัง จนถูกทับเสียชีวิตหรือรถบรรทุกกำลังจะกลับรถ แต่ไม่ทันมองมามีรถจักรยานยนต์กำลังจะเลี้ยวกลับเหมือนกัน ทำให้ล้อไปเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์จนล้มคว่ำก่อนร่างกระเด็นเข้าล้อรถ จึงควบคุมตัวโชว์เฟอร์รถบรรทุกไปสอบสวนเพิ่มเติม ที่สถานีตำรวจก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

“หม่อมยาย”ม.ล.วัย 77 ปีตกอับอยู่ในกระท่อมทรุดโทรมกับสามีป่วยอัมพฤกษ์ที่สงขลา

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.สงขลา ว่า มีครอบครัวของ 2 ตายายมีชีวิตอย่างแร้ตแค้น โดยฝ่ายหญิงคือม.ล.จีระจันทร์ เกษมศรี หรือหม่อมยาย อายุ 77 ปี อยู่กับนายรื่น ประทุมมณี อายุ 70 ปี ที่บ้านเลขที่ 35 ซอย 1 ถนนปาดังเบซาร์ เขตเทศบาลเมืองสะเดา จ.สงขลา โดยสภาพบ้านเก่าชำรุด มุงและกั้นด้วยสังกะสี ภายในบ้านไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ และที่เคราะห์กรรมซ้ำเติมชีวิต ซ้ำร้ายไปกว่านั้น นายรื่นได้ป่วยเป็นอัมพฤตและต่อมลูกหมากโต ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ หม่อมยายซึ่งเป็นคู่ชีวิตดูและช่วยเหลือในบั้นปลายชีวิต  หม่อมยายเล่าว่า ตนแต่งงานกับลุงรื่นมาหลายสิบปีด้วยพรหมลิขิต เพราะได้ติดตามคุณพ่อจากกทม.มาเป็นแพทย์ประจำตำบลที่อ.หาดใหญ่ ไม่รู้จะทำอะไร จึงนำสินค้าจากเมืองปาดังฯ โดยสารและบรรทุกสินค้ามากับรถประจำทางสายปาดังฯ-หาดใหญ่ที่มีลุงรื่นฯเป็นโชว์เฟอร์ ได้ชอบพอเกิดขึ้น จึงได้ชวนกันแต่งงาน อยู่กินกันหลายสิบปี ไม่มีลูกด้วยกัน  “บั้นปลายของชีวิตมาอาศัยบ้านเพื่อนบ้านที่เมตตาปราณีให้อยู่ฟรี และจะอยู่ที่นี้จนวันตาย จะไม่ย้ายหนีไปไหน ขณะนี้ได้รับเงินยังชีพของคนชราและคนพิการ เดือนละพันกว่าบาทเป็นค่าใช้จ่าย”หม่อมยายกล่าวและว่า เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะเมื่อเดือนพ.ค. 2559 บ้านที่อาศัยหลับนอน ถูกพายุพัดกระหน่ำ สังกะสีมุงหลังคาบ้านปลิว ไม่สามารถใช่เป็นที่อยู่อาศัยและหลับนอนได้ ทางอำเภอสะเดาและเทศบาลเมืองสะเดาได้เข้าไปให้การช่วยเหลือซ่อมแซมบ้าน พร้อมมอบถุงยังชีพให้ในเบื้องต้น นายบุญพาศ รักนุ้ย นายอำเภอสะเดา จ.สงขลา เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยสมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอสะเดา รองนายกเทศมนตรีเทศบาลต.สะเดาไม่ได้นิ่งดูดายเข้าไปเยี่ยมครอบครัวลุงรื่น สุวรรณมณี และม.ล.จีระจันทร์ เกษมศรี ผู้ประสบภัยพิบัติ จนบ้านเรือนได้รับความเสียหายเหตุวาตภัย เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ทันที นายอำเภอสะเดากล่าวว่า กล่าวว่าลุงรื่นอายุ 70 ปีป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ได้ให้เทศบาลเมืองสะเดาซ่อมบ้านและจัดหาเครื่องนอนให้ ส่วนกิ่งกาชาดอำเภอสะเดาช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เบื้องต้นด้วยการมอบถุงยังชีพ เครื่องดื่มสุขภาพและเงินสด 4,000 บาท ยังมีหลายหน่วยงานเข้าไปให้การช่วยเหลือ ในวันที่ 15 ก.ค.จะมีประชาชน อ.สะเดาและกิ่งกาชาดเข้าไปดูแลและให้การช่วยเหลือ ใครต้องการช่วยเหลือครอบครัว 2 ยายตา สอบถามที่ว่าการอ.สะเดาที่หมายเลขโทรศัพท์ 074- 411026 ในวันเวลาราชการ

ที่มา>>>ข่าวสด