ชาวบ้านแห่หาเลขเด็ด ตะเคียนกลายเป็นหิน 27 ท่อน ในคลองส่งน้ำกำแพงเพชร

เจ้าแม่ตะเคียนเข้าฝันแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวกำแพงเพชร ให้ช่วยขึ้นจากคลองส่งน้ำต.มหาชัย ทำพิธีก่อนนำแบ็กโฮขุด พบไม้ตะเคียนกลายเป็นหิน 27 ท่อน ชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ดเสี่ยงโชคคึกคัก

เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าจะมีการขุดหาต้นตะเคียนภายในคลองส่งน้ำ จึงเดินทางตรวจสอบที่คลองส่งน้ำหมู่ 1 ต.มหาชัย อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร เป็นคลองส่งน้ำที่ขุดลอกเสร็จแล้ว มีป้ายโครงการคลองแห่งน้ำเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ ความยาว 992 เมตร พบชาวบ้านจำนวนมากยืนอยู่ริมคลอง และมีการตั้งเต็นท์ ประกอบพิธีบวงสรวงและขอขมาก่อนขุดหาต้นตะเคียนตามความเชื่อของชาวบ้าน โดยมี นางปัญญา แสงศิลป์ อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 20 หมู่ 1 ต.มหาชัย อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร เชิญ หมอบุญมี ซึ่งเป็นหมอทำขวัญ พร้อมคณะคณะบายศรีบ้านวังโขน มาประกอบพิธี อีกทั้งเตรียมชุดผ้าไทย ชุดบายศรี และอาหารคาวหวานอีกจำนวนหนึ่งเพื่อถวายเจ้าแม่ตะเคียนชิ้นส่วนของต้นตะเคียนรวมทั้งหมด 27 ท่อนที่ขุดขึ้นมาได้

นางปัญญา อาชีพขายก๋วยเตี๋ยว เปิดเผยว่า ลูกชายที่เป็นทหารพรานฝันว่า มีหญิงสาวให้ช่วยนำขึ้นจากลำคลองแห่งนี้ แต่ นางปัญญา ไม่ได้สนใจ กระทั่ง นางปัญญา ฝันว่ามีขอนไม้ 2 ขอนลอยอยู่ในคลอง ให้ช่วยนำขึ้นจากลำคลอง จึงจ้างรถแบ็กโฮพร้อมประกอบพิธีเพื่อนำตะเคียนขึ้น เพราะอยากจะช่วยเหลือเจ้าแม่ตะเคียน ตามความฝัน โดยคนขับรถแบ็กโฮใช้เวลาขุดตามคำบอกของผู้ประกอบพิธีนานกว่า 1 ชั่วโมง จึงพบชิ้นส่วนของต้นตะเคียนรวมทั้งหมด 27 ท่อน จึงนำขึ้นมาจากน้ำ ซึ่งหลังนำชิ้นส่วนไม้ตะเคียนทั้งหมดขึ้นมา ชาวบ้านต่างนำแป้งมาโรยที่ท่อนไม้ตะเคียน และนำโทรศัพท์มือถือถ่ายภาพมาดูหาเลขเด็ด เพื่อนำไปเสี่ยงโชคตามระเบียบพิธีบวงสรวงและขอขมาก่อนขุดหาต้นตะเคียน

ด้าน นายตอง อภัยนุช อายุ 62 ปี ชาวบ้านที่มารอชมต้นตะเคียน เปิดเผยว่า รู้สึกตื่นเต้นที่ได้มาดูการขุดต้นตะเคียน คาดว่าอายุหลายร้อยปี เนื่องจากไม้ตะเคียนกลายเป็นหินแล้ว และสังเกตเห็นที่ท่อนไม้ตะเคียน เห็นเป็นตัวเลข 731.

ที่มา>>>Thairath

แปลกแต่แซ่บ หม่ำอึ่ง เมนูหน้าฝน! แม่ค้าอุดรฯ ทำขาย กำไรวันละครึ่งหมื่น

แม่ค้าปลาแห้งตลาดที่อุดรธานี แม่เคยทำ “หม่ำอึ่ง” ให้กิน เลยคิดดัดแปลงทำขาย คนกินเห็นเป็นของแปลก ซื้อไปลองลิ้มชิมรส เผยวันหนึ่งขายได้ 20-30 กก. มีรายได้เข้ากระเป๋าร่วมครึ่งหมื่น…

วันที่ 20 พ.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ตลาดสินเจริญ ข้างสะพานข้ามลำห้วยหลวง บ้านสินเจริญ ต.เตาไห อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นตลาดขายปลาและพืชผักที่เก็บมาจากสวน และท้องไร่ ท้องนา ที่ชาวบ้านนำมาขาย ซึ่งในจำนวนสินค้าที่ชาวบ้านนำมาขาย และมีเพียงฤดูฝนเท่านั้นคือ “หม่ำอึ่ง” ซึ่งแขวนขายคู่กับ “หม่ำเนื้อ” ชาวบ้านที่ขับรถผ่านไปมาได้แวะเข้ามาซื้อสินค้า ต่างก็หยุดดูเพราะแปลกตา ไม่เคยเห็น และสอบถามแม่ค้า เมื่อทราบว่าเป็น “หม่ำอึ่ง” บางคนก็ซื้อไปรับประทาน เพราะอยากลองชิมรสชาติ แต่บางคนแค่มองดู เพราะเห็นเป็นของแปลกนางดวงปี มั่งมูล อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 6 ต.เตาไห อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี เล่าว่า ปกติตนจะทำ หม่ำเนื้อขาย แต่พอถึงฤดูฝนคือช่วงเดือนพฤษภาคม ชาวบ้านจะพากันออกไปจับอึ่งที่ออกมาเล่นน้ำและผสมพันธ์ุมาขายเป็นจำนวนมาก มีทั้งอึ่งยางหรืออึ่งบ้าน และ อึ่งเพ้า นำมาทำอาหารทั้งปิ้ง ย่าง ต้ม กินกันในครอบครัว ชาวบ้านบางคนออกไปจับอึ่งขายเป็นอาชีพ ขายกิโลกรัมละ 140 บาท ส่วนตนพ่อแม่เคยพาจับอึ่งมาทำอาหารให้กินมาตั้งแต่เด็ก แต่พออึ่งมีมากกินไม่ทัน แม่เลยทำ “หม่ำอึ่ง” เก็บไว้กินนานๆ ถือว่าเป็นการถนอมอาหารอีกด้วย“ยึดอาชีพขายปลาแห้ง และทำหม่ำเนื้อขายที่ตลาดสินเจริญ มาประมาณ 20 ปี แต่เห็นว่าอึ่งมีจำนวนมาก จึงคิดทำ หม่ำอึ่ง ที่เคยกินมาตั้งแต่เด็กมาแขวนขาย ครั้งแรกทำ 1 กก. หรือ 30 ตัว ขายตัวละ 10 บาท มีชาวบ้านซื้อไปกินเป็นอาหาร และเป็นกับแกล้ม ส่วนลูกค้าที่ขับรถมาจากต่างจังหวัด เห็นหม่ำอึ่งที่แขวนขาย ก็จะมาสอบถาม เพราะไม่เคยเห็นและไม่เคยกิน บางคนซื้อกลับไปกินและเป็นของฝาก ทำให้ต้องเพิ่มการทำ หม่ำอึ่ง เป็นวันละ 20-30 กก. ขายประมาณ 2 วันก็หมด โดยมีชาวบ้านจับอึ่งมาขายให้ กก.ละ 140 บาท”ส่วนวิธีการทำหม่ำอึ่ง นางดวงปี บอกว่า จะนำอึ่งมาปาดท้องเอาเครื่องในออก นำไปล้างและเข้าเครื่องบดให้ละเอียด ไปผสมคลุกเคล้ากับข้าวเหนียวนึ่ง กระเทียม ตะไคร้ ใบมะกรูด เกลือ และเครื่องปรุงรส จนได้รสตามที่ต้องการแล้วพักเอาไว้ จากนั้นก็นำอีกตัวไปตัดหัวควักเครื่องในออก ล้างให้สะอาด และนำเครื่องที่ปรุงไว้มายัดใส่อึ่ง เมื่อยัดเต็มท้องแล้วก็นำเชือกมามัด นำไปผึ่งแดดประมาณ 2 วันก็เป็น “หม่ำอึ่ง” นำมาปิ้ง ย่าง อบ ทอด รับประทานได้แล้ว โดยแขวนขาย ตัวละ 20 บาท ทำให้มีรายได้ดีวันละ 5,000-6,000 บาทเลยทีเดียว.

ที่มา>>>Thairath

ลำขนาด อย่าพลาด! เห็ดถอบ-เค่า-อึ่ง-กบ ต้องกินตอนนี้เท่านั้น

ชาวบ้านลำพูน พะเยา ใช้โอกาสเดียวในรอบปี หลังจากมีฝนตกลงมา ออกหาเห็ดถอบจับอึ่ง เค่า (ชื่อเฉพาะถิ่น) กบ มาขายให้คนหาซื้อไปทำอาหารรสเด็ด ที่จะต้องกินในช่วงนี้เท่านั้น ตลาดเช้าสุดคึกคัก เต็มไปด้วยเสียงร้อง โอ๊บๆ อ๊อบๆ…

วันที่ 19 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีฝนตกลงมา ทำให้ชาวบ้านใน อ.แม่ทา จ.ลำพูน พากันออกหาเห็ดถอบบนดอยมาขาย สามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี ตกลิตรละ 250 บาท ในช่วงนี้ โดยเฉพาะแหล่งรวมเห็ดถอบบริเวณตลาดอุ๊ยทา ต.ทาสบเส้า อ.แม่ทา จ.ลำพูน มีลูกค้าที่ขับขี่รถผ่านไปมา บนถนนเชียงใหม่-ลำปาง ต่างพากันแวะตลาดซื้อเห็ดถอบกันเนืองแน่น รถจอดข้างทางยาวเหยียด

ขณะเดียวกัน ทั้ง 2 ฟากถนน ทั้งขามุ่งหน้าสู่ตัวเมืองลำพูน และขาออก สู่ จ.ลำปาง เขต ต.ทาปลาดุก อ.แม่ทา แม่ค้าได้นำเห็ดถอบ มาวางขายกันทุกวันสามารถขายได้ราคาดี ตกลิตรละ ตั้งแต่ 150 – 250 บาทแล้วแต่ขนาดของลิตรหรือกระป๋องที่ใช้ตักตวงนางสุข มหาพรหม แม่ค้าขายเห็ดถอบ กล่าวว่า ทุกวันตนจะไปรับซื้อเห็ดถอบที่เพิ่งออกได้ประมาณ 1 สัปดาห์มาวางขายริมถนนเพื่อให้ลูกค้าที่เลิกงานซื้อไปรับประทาน ขายดิบขายดี ส่วนราคานั้นจะตกอยู่ที่ ลิตรเล็ก 150 บาท ลิตรใหญ่ 250 บาท ซึ่งขณะนี้เห็ดจะมีความนุ่มหอมอร่อย เนื่องจากเพิ่งออกใหม่จากดอย แต่หลังจากนี้ไปก็จะแก่บ้างตามช่วงอายุที่มันออก ข้างในจะดำ เหนียวบ้าง แต่จะแนะนำให้หาซื้อกินในช่วงนี้เพราะเห็ดถอบจะอ่อน เนื้อข้างในขาว จึงมีรสชาติที่อร่อย

13364668871336466897l

ส่วนที่ จ.พะเยา หลังจากมีฝนตกลงมา ชาวบ้านได้ออกจับเค่า (ชื่อเฉพาะถิ่น) อึ่ง กบ ออกขายได้ราคาดี และ 1 ปีมีเพียงครั้งเดียว โดยบรรยากาศตามตลาดสดเช้าทั้งในเมืองและตามชุมชนหมู่บ้านมีแม่ค้าพากันเอาเค่าและอึ่งที่จับได้นำมาวางขายโดยใส่ภาชนะและถุงพลาสติก แบ่งเป็นถุงวางขายร้องโอ๊บๆ อ๊อบๆ เป็นที่สนใจซื้อไปประกอบอาหาร เพราะใน 1 ปีจะมีเพียง 1 ครั้ง โดยเค่า มีรสชาติอร่อยโดยเฉพาะตัวเมียจะมีไข่เต็มท้อง และราคาแพงกว่าตัวผู้ ส่วนอึ่งอ่างนั้น รสชาติใกล้เคียงเค่า แล้วแต่คนจะชอบ ราคาซื้อขาย เค่า จะขายเป็นคู่ๆ ตัวเมียคู่ละ 50-80 บาท ส่วนตัวผู้คู่ละ 20-40 บาท ส่วนอึ่ง ราคาใกล้เคียงกันทั้งนี้ เค่าและอึ่งปกติจะไม่มีให้เห็น จะเก็บตัวในรูตามท้องไร่ท้องนาป่าเขา เป็นปีๆ พอถึงช่วงเข้าฤดูฝนหรือฝนตก ทั้งเค่าและอึ่งจะพากันออกมาจากรูส่งเสียงร้องเพื่อเรียกหาคู่เพื่อผสมพันธุ์กันตามวงจรชีวิต และให้คนได้จับมากินมาขายกันทุกปี โดยเฉพาะคนภาคเหนือ นิยมซื้อหรือจับมาทำเป็นอาหารเมนูเด็ดแกงเค่า แกงอึ่ง.

ที่มา>>>Thairath

แม่ค้าร้านชำเมืองจันท์ ทรุด! มิจฉาชีพตุ๋นขายของจ่าย 3 หมื่นได้ 3 พัน

แม่ค้าร้านของชำ จ.จันทบุรี แทบเข่าทรุด โดน 3 มิจฉาชีพตุ๋น! อ้างตัวเป็นเซลส์ หลอกขายของ 3 หมื่น ได้ 3 พัน ก่อนซิ่งรถหลบหนีลอยนวล ตร.เร่งล่าตัว เผย มีการดูเส้นทางมาเป็นอย่างดี จึงสามารถขับรถเลี่ยงถนนไปตามเส้นทางที่ไม่มีกล้องวงจรปิด…

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากทาง ร้านขายของชำ ริมถนนสายมะขาม-เขาคิชฌกูฏ ต.วังแซ้ม อ.มะขาม จ.จันทบุรี ซึ่งมี นางสุดสนา คำผล อายุ 50 ปี เป็นเจ้าของร้าน ว่าถูกแก๊งมิจฉาชีพ อ้างตัวเป็นตัวแทนบริษัทชื่อดัง หลอกขายสินค้าประเภทเครื่องอุปโภค-บริโภค เป็นเงินกว่า 30,000 บาท แต่พอตรวจสอบดู กลับพบว่าสินค้าที่ได้มีมูลค่าไม่ถึง 3,000 บาท เบื้องต้นได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้กับ ร.ต.อ.คมกฤช สมจิตร พงส.สภ.มะขาม ไว้เป็นหลักฐานนางสุดสนา คำผล หรือ ป้าป้อม ถูกแก๊งมิจฉาชีพ หลอกขายสินค้า จ่าย3หมื่น แต่ได้ของแค่3 พันบาท

จากการสอบถาม นางสุดสนา คำผล หรือ ป้าป้อม เจ้าของร้าน ทราบว่า กล่องกระดาษที่แก๊งมิจฉาชีพได้นำมาหลอกขายให้ มีจำนวนกว่า 15 กล่อง หลังตรวจสอบสินค้าแต่ละกล่องพบ มีเพียงสินค้าประเภท ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มชูกำลัง ผงซักฟอก ลิปสติก เส้นหมี่ และนมถั่วเหลือง จำนวนไม่กี่แพ็ก คิดเป็นมูลค่ารวมแล้วไม่ถึง 3,000 บาท ส่วนที่เหลือเป็นกล่องเปล่ายัดไส้กระดาษ ไม่มีสินค้าบรรจุด้านใน

นางสุดสนา หรือป้าป้อม เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเวลา ประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา มีแก๊งมิจฉาชีพ เป็นชายหน้าตาดีจำนวน 3 คน ขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ป้ายแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนใส่หลังคาคลุม เหมือนรถส่งสินค้าทั่วไป แวะมาจอดที่ร้าน โดยชายทั้ง 3 คน ได้ลงมาพูดคุยอ้างตัวว่าเป็น ตัวแทนจำหน่ายสินค้าจากบริษัทแห่งหนึ่ง นำสินค้า ทั้งเหล้า เบียร์ บุหรี่ เครื่องดื่ม ชูกำลัง และสินค้าอุปโภค-บริโภค มาจะหน่ายให้ในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป แถมยังบอกกับตนเองว่า จะให้ร้านของตน เป็นตัวแทนจำหน่ายของบริษัทเพียงแห่งเดียวของชุมชน แต่ต้องซื้อสินค้าในครั้งแรกไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท นางสุดสนา เห็นว่าราคาสินค้าที่แก๊งมิจฉาชีพเสนอมา มีราคาต่ำกว่าตัวแทนบริษัทอื่นๆ ทั่วไปจริง จึงได้ตัดสินใจสั่งซื้อสินค้า ประเภทเหล้า เบียร์ บุหรี่ และเครื่องดื่มชูกำลัง คิดเป็นราคารวมแล้วทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงิน 32,300 บาท

จากนั้น 1 ใน 3 คนร้าย ได้เข้ามานั่งชักชวนพูดคุยกับ นางสุดสนา เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ โดยให้คนร้ายอีก 2 คน ขับรถนำกล่องสินค้าไปวางไว้ประตูข้างร้าน หลังลงสินค้าให้ครบ นางสุดสนาได้นำเงินของตัวเองที่มีอยู่ประมาณ 5,000 บาทเศษ และให้ลูกสาวไปยืมเงินจากเพื่อนบ้านมาอีก 30,000 บาท จ่ายให้กับ แก๊งมิจฉาชีพตามจำนวนที่ตกลง แต่เมื่อเปิดกล่องออกมาตรวจสอบสินค้าพบว่า ของที่อยู่ด้านในกล่อง มีมูลค่ารวมแล้วไม่ถึง 3,000 บาท จึงได้เดินทางมาแจ้งความไว้ที่ สภ.มะขาม ไว้เป็นหลักฐานกล่องเปล่าที่ แก๊งขายของสุดแสบหลอกลวง ยัดกระดาษเข้าไปแทนสินค้าที่ซื้อ กว่าจะรู้ตัวว่า ถูกหลอก เข่าแทบทรุด เสียเงิน3 หมื่น ได้ของแค่3 พัน

จากการสอบถาม พ.ต.อ.สุเมธ พิมพะ รอง ผกก.สส.สภ.มะขาม ทราบว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบ หาภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง แต่ยังไม่พบเบาะแสของคนร้าย คาดว่าน่าจะมีการดูเส้นทางมาเป็นอย่างดี จึงสามารถขับรถเลี่ยงถนนไปตามเส้นทางที่ไม่มีกล้องวงจรปิด เบื้องต้นจากการตรวจสอบกล่องสินค้าพบว่า มีการฉีกบาร์โค้ดออกหมดทุกกล่อง แต่มีอยู่หนึ่งกล่องที่ยังมีตัวอักษรชื่อ จ.ฉะเชิงเทรา ยังติดอยู่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นแหล่งที่แก๊งมิจฉาชีพ ไปซื้อสินค้ามาหลอกขาย ทางเจ้าหน้าที่สืบสวนจะได้ประสาน ตำรวจท้องที่ ช่วยตรวจสอบหาแหล่งที่มาของสินค้า ในการแกะรอย ติดตามตัวแก๊งมิจฉาชีพแสบกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath