สาวอี๊ ดื่มน้ำอัดลมเจอตะกอน ผ่ากระป๋องออกพิสูจน์ดูเจอสนิมเขลอะ

โลกออนไลน์ มีการแชร์ภาพเและเรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่ง หลังจากดื่มน้ำอัดลมแล้วพบว่ามีสนิมอยู่โดยทั่วกระป๋องด้านใน โดยผู้โพสต์ได้ระบุว่า “เตือนใจคนชอบกิน XXX ค่ะ ช่วยแชร์กันหน่อยนะคะ เรื่องนี้เกิดขึ้นกับแม่ของเรา เราไม่มีเจตนา ทำลายชื่อเสียงของบริษัท แค่อยากเป็นอุทาหรณ์เตือนใจ และแจ้งให้บริษัทรับรู้เพื่อปรับปรุง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ แม่เราซื้อ XXX มา 6 กระป๋อง เป็นแพคจาก บิ๊กซี โฮมโปรชลบุรี กินไป 5 กระป๋อง เหลือกระป๋องนี้กระป๋องสุดท้าย แม่เราเปิดกระป๋องแล้วเทน้ำลงแก้วไป แม่เราแปลกใจว่าทำไมสีของน้ำนั้นจางกว่าปกติ แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร จนเทถึงก้นกระป๋อง พบว่าน้ำที่เทออกมาขุ่นกว่าปกติ จึงส่องไฟดู พบเศษขุ่นๆ พ่อกับแม่เลยตัดสินใจผ่ากระป๋องออก แล้วเจอ สนิมคะ พอลองเทน้ำลงไป เขย่ากระป๋อง แล้วเทมาน้ำเป็นสีนี้คะ”

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบแล้วหนุ่มรปภ.ทำร้ายสาวบนรถเมล์สาย 107 ยอมรับผิด-อ้างเมาหึงกลัวแฟนมีกิ๊ก

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Suparidee Khamvichain เผยแพร่คลิปวีดีโอผ่านทางโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค ขณะชายแต่งกายคล้ายทหารทำร้ายร่างกายผู้หญิงบนรถประจำทางสาย 107 โดยมีความยาวประมาณ 50 วินาที เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.00 น. ของเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ไปต่างๆนานาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น คืบหน้า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 มิ.ย. ที่สน.บางเขน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.กิตติคุณ พูลสมบัติ รอง ผบก.น.2  พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน และพ.ต.ท.ปรเมษฐ โพยนอก รอง ผกก.สส.สน.บางเขน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน ร่วมกันเข้าควบคุมตัวนายวินัย แสงงาม อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ 6 ต.แสนชาติ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านพหลโยธิน หลังตกเป็นผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายหญิงสาว ตามที่ปรากฏในคลิปวีดีโอดังกล่าว เพื่อมาสอบปากคำเพิ่มเติมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบภาพคลิปวิดีโอตามที่ปรากฏ ซึ่งระบุภาพได้อย่างชัดเจนขณะชายแต่งกายคล้ายทหารทำร้ายร่างกายผู้หญิง บนรถเมล์สาย 107 ก่อนทราบว่าจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่รับผิดชอบของสน.บางเขน จึงประสานให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.บางเขน ลงพื้นที่ตรวจสอบก่อนทราบข้อมูลว่าชายผู้ก่อเหตุคือนายวินัย ซึ่งเคยถูกจับกุมในคดีเล่นการพนันฟุตบอลเหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา รรท.ผบช.น. กล่าวต่อว่า จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน ร่วมกันนำกำลังเข้าควบคุมตัวนายวินัย ได้ที่บ้านพักภายในซอยพหลโยธิน 44 แขวงเสนานิคม  เขตจตุจักร กทม. ก่อนนำมาสอบสวนเพิ่มเติม จนกระทั่งผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริงโดยฝ่ายหญิงที่ถูกทำร้ายร่างกายนั้นคือแฟนสาว พร้อมทั้งยอมรับผิดในสิ่งที่ทำลงไป ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทางแฟนสาวของนายวินัยเดินทางมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมระบุว่าไม่ติดใจเอาความแม้แต่อย่างใด แต่เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีอาญา ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาใช้กำลังประทุษร้ายผู้อื่น มีโทษจำคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ด้านนายวินัย เปิดเผยว่า ตนพร้อมแฟนสาวรู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก ก่อนตัดสินใจมาอยู่กินกันได้ประมาณ 8 เดือน โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสแม้แต่อย่างใด โดยในวันเกิดเหตุหลังจากที่ตนเลิกงานก็ไปนั่งดื่มสุรากับเพื่อนที่บ้านพักรปภ. ภายในซอยพหลโยธิน 44 ก่อนแฟนสาวจะชวนตนออกไปรับประทานอาหารที่ห้างสรรพสินค้าเมเจอร์ รัชโยธิน โดยขึ้นรถเมล์สาย 107 จากกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ถ.พหลโยธิน เมื่อนั่งรถไปได้ซักระยะตนกับแฟนสาวเกิดมีปากเสียงกัน เนื่องจากตนเกิดอาการหึงหวงเกรงว่าแฟนสาวจะมีชายอื่น ประกอบกับมีอาการมึนเมา จึงลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายตามภาพที่ปรากฏดังกล่าว

“ขอยืนยันว่าตนไม่ได้รับราชการทหาร แต่ชอบใส่เสื้อทหาร เพราะเนื้อผ้าใส่สบาย โดยชุดที่ใส่ในวันเกิดเหตุนั้นเป็นชุดเก่าตั้งแต่เมื่อปี 52 ขณะที่ตนเป็นทหารเกณฑ์ ก่อนจะปลดประจำการเมื่อปี 54 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์ตนพร้อมแฟนสาวก็ยังคบหาและอยู่กินด้วยกันตามปกติ หลังจากนี้ตนรับปากว่าจะไม่ทำร้ายร่างกายแฟนสาวอีก นอกจากนี้ อยากจะขอโทษต่อองค์กรทหาร ที่ทำให้ถูกเข้าใจผิด และเสื่อมเสียชื่อเสียง” นายวินัย กล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวนายวินัย ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อทำการสอบปากคำเพิ่มเติมก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เฟซบุ๊กประกาศรองรับภาพ 360 องศา ปรับหมุนได้รอบทิศทางเหมือนวิดีโอ

เฟซบุ๊กได้รองรับวิดีโอแบบ 360 องศามาซักพักแล้ว ล่าสุดก็ประกาศรองรับความสามารถเดียวกันนี้ในรูปภาพแล้ว โดยผู้ใช้สามารถใช้นิ้วเลื่อนเพื่อดูมุมอื่นๆ ของรูปภาพ หรือขยับสมาร์ทโฟนเพื่อเลื่อนภาพก็ได้เช่นกัน

ผู้ใช้สามารถสังเกตว่าเป็นภาพนิ่งแบบ 360 องศาได้จากไอคอนเข็มทิศเล็กๆ บริเวณขวามือของรูปภาพ โดยภาพลักษณะนี้สามารถถ่ายได้จากแอพพลิเคชันหรือกล้องที่ถ่ายภาพได้ 360 องศา และสำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนของซัมซุง และมี Gear VR อยู่ในมือ สามารถดูภาพ 360 องศาผ่านแว่น VR ได้ด้วยการเลือก “View in VR” ซึ่งรองรับทั้งรูปภาพและวิดีโอ

ความสามารถใหม่นี้รองรับแล้วทั้งบนหน้าเว็บและบนสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และแอนดรอยด์ แต่ต้องอัพเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อนครับ

ที่มา>>>Sanook

‘หมออีม’ ทำได้! สาวไทยพิชิต ยอดเขาเอเวอเรสต์สำเร็จ

4444

หลังจากฝ่าฟันอุปสรรค และสภาพแวดล้อมที่สุดท้าทาย ทันตแพทย์หญิง นภัสพร ชำนาญสิทธิ์ สาวไทยเพียงหนึ่งเดียว ก็สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ความสูง 8,850 เมตร ได้สำเร็จแล้ว เมื่อเวลา 09:45 น.ตามเวลาของเนปาล….

เมื่อเวลา 11.11 น. วันที่ 19 พ.ค.2559 เฟซบุ๊กแฟนเพจ Thai Everest 2016 ได้โพสต์ข้อความที่เป็นข่าวดีของคนไทยระบุว่า13047934_477877659069040_1199199876680572111_oหมออีม ทันตแพทย์หญิง นภัสพร ชำนาญสิทธิ์ สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ความสูง 8,850 เมตร ได้สำเร็จแล้ว เมื่อเวลา 09:45 น. เวลาเนปาล

เธอคือผู้หญิงไทยคนแรก บนยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก เธอคือความภูมิใจของคนไทย

แต่ภารกิจยังไม่จบ การกลับลงมาอย่างปลอดภัยจากยอดเขาเอเวอเรสต์ หลายครั้งเป็นเรื่องยากกว่าการปีนขึ้น เราจะติดตามการเดินทางกลับลงมาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อหมออีมเดินทางถึง EBC13245373_1105260889517237_2100705593551845188_nเราคงจะมีภาพและเรื่องเล่าจากการเดินทางสุดวิเศษครั้งนี้มาให้ชมกันอย่างเต็มอิ่มแน่นอน

สำหรับการเดินทางพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ เนปาล ของ 2 ชาวไทยประกอบด้วย หมออีม ทันตแพทย์หญิงนภัสพร ชำนาญสิทธิ์ และนายคมรัฐ พิชิตเดช อายุ 65 ปี หรือ ป๋าคมรัฐ อาชีพไกด์เดินป่า

ส่วนนายคมรัฐ บัดดี้ที่ร่วมเดินทาง ทางทีมงาน Thai Everest 2016 รายงานว่า ต้องขอถอนตัวหลังจากผ่าน Camp3 เนื่องจากสภาพร่างกายรับภาระหนักติดต่อกันมานานจนเริ่มอ่อนล้ามาก ทีมงานประเมินแล้วเกรงว่าอาจจะอันตรายเกินไปถ้าให้ฝืนขึ้นต่อไป ขณะนี้ กลับลงมาที่ Base Camp แล้ว และปลอดภัยดี และร่วมลุ้นหมออีมอยู่กับทีมงานด้านล่าง.

ที่มา>>>Thairath