5 วิธีที่คนรวยคิด เขาคิดอย่างไร ทำไมถึงรวยเป็นกอบเป็นกำ

5 วิธีที่คนรวยคิด เขาคิดอย่างไร ทำไมถึงรวยเป็นกอบเป็นกำมันไม่ใช่แค่ยอดคงเหลือในบัญชีธนาคารเท่านั้น ที่เป็นตัวแบ่งแยกคนชนชั้นกลางกับคนที่ร่ำรวย แต่สิ่งที่แยกคนชนชั้นกลางออกจากคนรวยด้วยก็คือ ความคิดที่แตกต่างกันในเรื่องของเงิน วิธีที่คุณคิด และสิ่งที่คุณเชื่อเกี่ยวกับเงิน วันนี้ MoneyGuru.co.th จะพาไปดูวิธีที่คนรวยคิดกันค่ะ ว่าเขาคิดอย่างไร ทำไมถึงทำให้พวกเขาร่ำรวยกันเป็นกอบเป็นกำขนาดนั้น!

พวกเขาบอกว่าตัวเองไม่มีปัญหาเรื่องเงิน

คนที่ร่ำรวยมักบอกกับตัวเองว่าพวกเขาไม่มีปัญหาเรื่องเงิน แม้ว่าพวกเขาจะมีปัญหาเรื่องเงินจริง ๆ ก็ตาม นอกจากนี้คนที่ร่ำรวยยังไม่กลัวที่จะเอาเงินของตัวเองไปลงทุนอีกด้วย อีกทั้งคนรวยรู้ว่าไม่ควรที่จะละลายเงินไปกับบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สำคัญ และที่คนรวยมักบอกกับตัวเองว่าไม่มีปัญหาเรื่องเงิน นั่นก็เพราะเขารู้อยู่เสมอว่าเงินของพวกเขาจะไปอยู่กับการลงทุน เพื่อที่จะทำให้การลงทุนเหล่านั้นทำกำไรให้พวกเขา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เงิน การ์ตูน

พวกเขาตั้งความคาดหวังสูง

ในขณะที่คนชนชั้นกลางมักจะกำหนดความคาดหวังทางการเงินของพวกเขาต่ำ เพื่อให้พวกเขาไม่ผิดหวังหากไม่ได้อย่างที่ใจคิด แต่คนรวยมักตั้งความหวังเรื่องการเงินไว้สูง ซึ่งเมื่อพวกเขาตั้งความคาดหวังทางการเงินไว้สูงแล้ว พวกเขาก็มักจะกำหนดเป้าหมาย และเริ่มมองหาวิธีการที่พวกเขาจะได้รับเงินตามที่พวกเขาคาดหวังนั่นเองค่ะ

พวกเขาคิดว่าการทำเงินเป็นเกม

คนที่รวยคิดว่าธุรกิจ ชีวิต และรายได้เป็นเกม และมันเป็นเกมที่พวกเขาจะต้องชนะด้วย นี่คือเหตุผลที่เศรษฐียังคงออกไปทำงานทุกวัน เพื่อไล่ตามความสำเร็จของพวกเขาต่อไป การ “เล่นเกม” ของพวกเขาผลักดันให้พวกเขาเพิ่มระดับของความคาดหวัง พวกเขาจะตื่นเต้นอย่างมาก หากพวกเขาทำงานและอื่น ๆ ที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เงิน การ์ตูน

พวกเขาเห็นว่าเงินเป็นเพื่อน

คนที่รวยมักจะคิดว่าเงินคือหนึ่งในพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขา พวกเขาคิดว่าเงินคือเพื่อนที่มีอำนาจมากที่สุด อีกทั้งคนที่ร่ำรวยยังเชื่อว่าเงินจะสามารถแก้ปัญหา และซื้อความสงบของจิตใจได้ ในขณะที่คนชนชั้นกลางจะเห็นว่าเงินเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายที่ไม่มีที่สิ้นสุด และเห็นว่าเงินเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่จะต้องทนกับมัน

พวกเขาปิดกั้นความกลัว

คนที่ร่ำรวยมักคิดว่าความกลัวไม่มีอยู่จริง คนรวยมักจะคิดว่าทุก ๆ สิ่งในโลกย่อมเป็นไปได้สำหรับพวกเขาเสมอ ทุก ๆ ความฝันของพวกเขาอาจจะดูเหมือนบ้าคลั่งก็จริง แต่เชื่อไหมว่าพวกเขาสามารถทำได้ ดังนั้นในการดำเนินงานคุณจะต้องออกจาก comfort zone ของคุณเสียก่อน นักคิดระดับโลกได้เรียนรู้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าการจะเป็นเศรษฐีมันไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ดังนั้นเราต้องปิดกั้นความกลัวของเราให้ได้เสียก่อนค่ะ

การจะเป็นคนรวยไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพียงแค่เราคิดให้แตกต่างก็เท่านั้นค่ะ และหากคุณต้องการอ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเงิน บัตรเครดิต รถยนต์ และประกันรถยนต์ คุณสามารถกด Subscribe ทีนี่ได้เลยค่ะ MoneyGuru.co.th จะส่งสาระความรู้ดี ๆ แบบนี้ตรงถึงอีเมลของคุณทุก ๆ สัปดาห์

ที่มา>>>Sanook

ผู้ใช้ Yahoo Mail พบว่าไม่สามารถตั้งให้ส่งต่ออีเมลได้ – Yahoo! บอกฟีเจอร์นี้แค่ถูกปิดชั่วคราว

ผู้ใช้ Yahoo Mail พบว่าไม่สามารถตั้งให้ส่งต่ออีเมลได้ - Yahoo! บอกฟีเจอร์นี้แค่ถูกปิดชั่วคราว

มีรายงานว่าผู้ใช้งาน Yahoo Mail พบว่าพวกเขาไม่สามารถตั้งค่าอีเมลให้เป็นการส่งต่อ (Forwarding) ได้เหมือนในอดีต ซึ่งหลังจากมีข่าวซอฟต์แวร์สแกนอีเมลออกมา ทำให้ผู้ใช้จำนวนหนึ่งต้องการย้ายออกจาก Yahoo Mail นั่นเอง

ตัวแทนของ Yahoo! ชี้แจงว่าคุณสมบัติส่งต่ออีเมลนั้นถูกปิดใช้งานชั่วคราวเท่านั้น และจะนำกลับมาให้ใช้อีกครั้งโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นหนึ่งในแผนงานของการปรับปรุงการใช้งานระบบอีเมลทั้งหมด จึงจำเป็นต้องปิดไว้ชั่วคราว

ปัญหานี้ไม่มีผลกระทบกับผู้ใช้งานที่ตั้งค่าส่งต่ออีเมลเอาไว้อยู่แล้วก่อนหน้านี้

ที่มา: TechCrunch

กฎ 5 ประการในการใช้อีเมลให้ประสบความสำเร็จ

กฎ 5 ประการในการใช้อีเมลให้ประสบความสำเร็จ

เอ่ยถึง”อีเมล” เชื่อว่าทุกวันนี้มีน้อยคนมากที่จะเปิดอีเมลด้วยความสนอกสนใจเหมือนเช่นในอดีต ขณะที่ฐานะของอีเมลในปัจจุบันอาจจัดได้ว่าคล้าย ๆ กับ  To-Do List  ให้ต้องคอยเช็คว่าทำครบทุกข้อแล้วหรือยังนั่นเอง

อย่างไรก็ดี ในแง่ของคนทำงาน หรือบริษัทที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย คงต้องบอกว่า อีเมลเป็นทางเลือกในการสื่อสารที่ดีตัวหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งเราขอนำเทคนิคการเขียนอีเมลให้ประสบความสำเร็จมาฝากกันสำหรับผู้ที่สนใจดังนี้

1. อย่าใช้อีเมลในสถานการณ์เร่งด่วน

แม้ว่าอีเมลจะส่งสะดวก แต่ในกรณีที่ต้องการคำตอบเร่งด่วนไม่ควรใช้อีเมล แต่ควรโทรคุย หรือวิดีโอคอลล์เพื่อให้เห็นหน้าอีกฝ่ายไปเลย ซึ่งมีแอปพลิเคชันมากมายรองรับการทำงานในลักษณะดังกล่าวเช่น Telegram, Trello, Slack, Line หรือกระทั่ง Facebook Messenger

2. ระบุชื่อ ตำแหน่ง และบริษัทของผู้ที่จะส่งอีเมลให้ถูกต้อง

การจะส่งอีเมลนั้นต้องรู้ให้แน่ชัดว่าเรากำลังจะส่งถึงใคร เพื่อจะได้ระบุชื่อลงไปได้อย่างถูกต้อง และการใส่ชื่อผู้รับที่ไม่ถูกต้องก็จะทำให้ผู้ได้รับอีเมลรู้สึกว่าผู้ส่งไม่ค่อยใส่ใจในการส่งอีเมลด้วย

3. อย่าใส่คำถามยากๆ ลงในอีเมล

บทบาทของอีเมลทุกวันนี้ไม่ใช่พื้้นที่สำหรับตอบคำถามยาก ๆ แต่อาจเป็นพื้นที่ที่เหมาะเจาะสำหรับผู้ที่ต้องการสานต่อโปรเจ็ค หรืองานระหว่างกัน ดังนั้นจึงอาจจะเหมาะกว่าหากจะใช้อีเมลเป็นเหมือนจดหมายขอนัดพบ เพื่อเจรจาหารือในเรื่องต่าง ๆ

4. อย่าให้กล่องจดหมายเต็มไปด้วยอีเมลที่ไม่ต้องการ

ข้อนี้เหตุผลมีข้อเดียว นั่นคือ การปล่อยให้กล่องข้อความมีแต่อีเมลอื่น ๆ เต็มไปหมดก็ทำให้โอกาสที่คุณจะแยกแยะว่าอีเมลใดสำคัญ อีเมลใดไม่สำคัญ ทำได้ยากมากขึ้น

5. อย่าตกเป็นทาสของอีเมล

แม้จะเห็นข้อดีของอีเมลต่อธุรกิจของเรามากพอดู แต่ก็อย่าปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นทาสอีเมล ด้วยการนั่งตอบ – ส่งอีเมลทั้งวัน แต่ให้ลองกำหนดช่วงเวลาที่จะเคลียร์อีเมลแล้วก็ทำให้ได้ตามนั้นจะดีกว่า

ที่มา>>>Sanook