5 สัญญาณอันตราย เสี่ยง “ต้อลม”

5 สัญญาณอันตราย เสี่ยง “ต้อลม”คุณผู้หญิงคุณผู้ชายที่ปัญหากับค่าสายตา จนต้องใส่แว่น หรือคอนแทคเลนส์อยู่เป็นประจำ รวมไปถึงหนุ่มสาววัยรุ่น และชาวออฟฟิศที่ใช้สายตาอยู่หน้าจอคอมมากเกินไป อาจเคยมีอาการเคืองตา ตาแห้ง แสบตามาบ้างใช่ไหมคะ บางทีอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือน “โรคต้อลม” ที่อาจต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีก็ได้

โรคต้อลม คืออะไร?

โรคต้อลม เป็นโรคที่เกิดจากอาการเสื่อมของเยื่อบุตาขาวที่พบได้บ่อย มีลักษณะเป็นก้อนเนื้อนูนสีขาวหรือเหลือง มีขนาดเล็ก อยู่ที่บริเวณตาขาวค่อนไปทางหัวตา หรือหางตา (แต่พบที่บริเวณใกล้หัวตามากกว่า) ต้อลมไม่ใช่เนื้องอก แต่หากปล่อยให้มีขนาดใหญ่ขึ้น อาจลุกลามจนกลายเป็นแผ่นเนื้อที่บดบังตาดำ ทำให้การมองเห็นแย่ลง และกลายเป็นต้อเนื้อได้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ต้อลม

โรคต้อลม เกิดจากสาเหตุใด?

แม้ว่าจะชื่อว่าต้อลม แต่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากลมแต่อย่างใด ต้อลมเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น รังสียูวีจากแสงแดด หลอดไฟ ฝุ่นควันจากสภาพแวดล้อม หรือความร้อนที่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองบริเวณเยื่อบุตาขาว

นอกจากนี้หากมีอาการตาแห้งบ่อยๆ อาจเกิดจาดตาแห้งโดยธรรมชาติ หรือการใส่คอนแทคเลนส์ค่าอมน้ำต่ำ จนทำให้มาการตาแห้ง ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคต้อลมได้เหมือนกัน

โรคต้อลม มีอาการอย่างไร?

สัญญาณเตือนว่าคุณอาจเป็นโรคต้อลม มีดังนี้

  1. เคืองตา แสบตา น้ำตาไหล
  2. พบก้อนเนื้อเล็กๆ เหมือนเยื่อๆ คล้ายเยลลี่สีใสอมเหลืองอ่อน ในเยื่อบุตาขาว
  3. อาจตาแดงในบริเวณที่พบก้อนเนื้อ
  4. ยิ่งใช้สายตาในบริเวณที่แดดแรง โดนลม ฝุ่นเข้าตา อาการจะยิ่งแย่ลง
  5. หากมีอาการหนักขึ้น ก้อนเนื้อที่พบขยายใหญ่จนลามไปที่ตาดำ อาจทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง ตาเบลอ มัว มองไม่ค่อยชัดได้

ดังนั้นหากใครที่พบอาการดังกล่าว ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ เพื่อทำการรักษาอย่างทันท่วงที ก่อนที่จะลามเป็นต้อเนื้อ โดยอาจได้รับเป็นยามาหยอดตา หรือพักการใช้สายตาให้น้อยลง ลดการใช้คอนแทคเลนส์ หรือหากมีอาการอักเสบมากจนรบกวนการมองเห็น หรือก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ แพทย์อาจพิจารณาวิธีผ่าตัดลอกต้อลมออกเป็นวิธีสุดท้าย แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการร้ายแรงถึงขั้นต้องผ่าตัด เพราะฉะนั้นรีบพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ จะดีที่สุดค่ะ

ที่มา>>>ข่าวสด

คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ รวมเชื้อโรคอันตรายกว่าโถส้วม!

คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ รวมเชื้อโรคอันตรายกว่าโถส้วม!ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนส่วนใหญ่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ทุกวัน ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานออฟฟิศ ทำงานราชการ ฟรีแลนซ์ หรือแม้กระทั่งการใช้งานคอมพิวเตอร์เพื่อความบันเทิง แต่จำได้หรือเปล่าว่า ครั้งสุดท้ายที่ทำความสะอาดคีย์บอร์ด หรือแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ คือตอนไหน?

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์

ลองส่องดูคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ของคุณดูตอนนี้สิ…

หากพบเจอฝุ่น คราบสกปรก เศษกระดาษ หรือแม้กระทั่งคราบซอส ครอบพริกเกลือทีเคยทำหกใส่คีย์บอร์ดเอาไว้เมื่อนานมาแล้วล่ะก็ บอกได้เลยว่าคุณกำลังเพาะพันธุ์เชื้อโรคบนคีย์บอร์ดของคุณเอง เมื่อคุณจิ้มๆ ปุ่มเสร็จ คุณก็หันไปหยิบอาหารใส่ปาก เชื้อโรคต่างๆ ก็เข้าสู่ร่างกายคุณอัติโนมัติ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์

อันตรายจากคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ที่สกปรก

คีน์บอร์ดคอมพิวเตอร์ของคุณอาจตรวจพบเจอเชื้อโรคที่มีชื่อว่า “เอ็นเทอโรค็อกคัส ฟีเชียม” ที่อาจทำให้เกิดอาการติดเชื้อในช่องท้อง และอวัยวะขับถ่าย เป็นเหตุให้มีอาการปวดท้อง ท้องเสีย หรืออาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอื่นๆ ร่วมด้วย มีความเสี่ยงเป็นโรคปอดบวม หรือถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือดเลยทีเดียว

วิธีทำความสะอาดคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์

ไม่เพียงแต่ปัดฝุ่นออกเท่านั้น แต่ควรใช้ผ้าหรือสำลี ชุบน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือแอลกอฮอล์ เช็ดทำความสะอาดปุ่มคีย์บอร์ดด้วย หากสามาถแกะปุ่มคีย์บอร์ดออกมาทำความสะอาดได้ก็จะสะอาดยิ่งขึ้น อย่าให้มีอะไรไปตกค้างในปุ่มคีย์บอร์ดมากนัก และควรทำความสะอาดคีย์บอร์ดเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค และแบคทีเรียต่างๆ

ที่มา>>>Sanook

วิธีง่ายๆ ขจัดความอ่อนล้าจากการทำงาน รีเฟรชตัวเองให้พร้อมเต็มร้อยทุกเช้า

วิธีง่ายๆ ขจัดความอ่อนล้าจากการทำงาน รีเฟรชตัวเองให้พร้อมเต็มร้อยทุกเช้า

ถ้าทุกวันของคนทำงานออฟฟิศต้องเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า ทั้งจากการเดินทางฝ่าฝูงชนหนาแน่น เจอภาระงานตั้งแต่เช้าจรดเย็น กลับถึงบ้านด้วยร่างกายอ่อนเพลีย และต้องฝืนใจตื่นแต่เช้าด้วยความงัวเงียอ่อนเพลียกับอาการนอนไม่พอ วนเวียนอยู่อย่างนี้ตลอดสัปดาห์ เชื่อว่าทุกคนคงไม่อยากมีวงจรอ่อนล้าแบบนี้แน่ๆ ลองนำวิธีรีเฟรชตัวเองไปปรับใช้ดูกัน แล้วทุกวันของคุณจะ ตื่นมาพร้อมเต็มร้อยทุกเช้า แน่นอน

เสริมพลังยามเช้า
กำหนดเวลาที่อยากจะตื่นให้ชัดเจน แล้วก็ตื่นตอนที่นาฬิกาปลุกเลยทีเดียวจะดีกว่า (อย่ากดนาฬิกาปลุกแล้วไปนอนต่อ เดี๋ยวจะงัวเงียไปกันใหญ่) ตื่นแล้วดื่มน้ำ 1 แก้ว ตามด้วยยืดเส้นยืดสายอีก 15-30 นาที แล้วไปอาบน้ำเพื่อให้ร่างกายปรับโหมดสู่การเริ่มต้นใช้ชีวิต อ๊ะ อ๊ะ และไม่ลืมกินอาหารเช้าด้วยนะ อันนี้สำคัญมาก เดี๋ยวไม่มีแรงไปทำงานนะเออ

รีสตาร์ทตอนบ่าย
ทำงานช่วงเช้าจนหมดแรงก็ต้องมาเติมพลังช่วงพักเที่ยงกันหน่อย แต่ระวังอย่าให้กินเยอะเกินไป เพราะจะทำให้แน่นท้อง ไม่สะดวกต่อการทำงาน และอาจเกิดอาการง่วงหาวได้ จากร่างกายที่ต้องออกแรงย่อยอาหารมากไป ดังนั้นช่วงบ่ายแบบนี้ ระหว่างทำงานลองพักจากหน้าจอคอมแล้วออกไปยืดเส้นยืดสาย 15 นาทีทุกๆ 1-2 ชั่วโมง จะช่วยให้ห่างไกลจากออฟฟิศซินโดรมอีกด้วย

ออกกำลังกายช่วงเย็น
หลังเลิกงาน การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนออกซิเจนภายในร่างกาย ทำให้รู้สึกสดชื่นแจ่มใส แต่อย่าหักโหมมากไป เสร็จแล้วให้อาบน้ำร้อนสลับเย็นจะช่วยให้รู้สึกสดชื่นผ่อนคลาย แถมยังช่วยให้คุณนอนหลับสนิทได้ดียิ่งขึ้น

ปรับสมดุลก่อนเข้านอน
จัดที่นอนให้สบาย ปรับอุณหภูมิห้องให้เหมาะสม และแนะนำให้กินอาหารเสริมก่อนนอนอย่างแบนเนอร์ โปรตีนที่ช่วยให้ร่างกายปรับสมดุลระหว่างนอนหลับ เพราะอุดมไปด้วยอะมิโนที่สำคัญต่อร่างกายรวม 18 ชนิด เติมเต็มกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายได้รับไม่เพียงพอในระหว่างวัน ช่วยให้หลังจากตื่นนอนแล้วจะรู้สึกสดชื่น กระปี้กระเปร่า ไม่มีอาการอ่อนเพลียมากวนใจ

เห็นมั้ยว่าวิธีง่ายๆ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณตื่นมาอย่างสดชื่นในแต่ละวัน หมดอาการเหนื่อยล้าสะสม และพร้อมทำงานเต็มร้อยในทุกวันเสมอ

ที่มา>>>Sanook