กราดยิงเพื่อนร่วมงานวงแตก!! หนุ่มฉุนคิดว่าเบิ้ลเครื่องรถใส่-เดินเข้าไปถามมีปัญหาเหรอ

 วันที่ 12 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึก ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ชยุต แสงมณี พนักงานสอบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณห้องพักพนักงานของบริษัท น่ำเฮงคอนกรีต (1992) จำกัด หมู่ที่ 2 ต.สาวร้องไห้ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง หลังรับแจ้ง จึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมวีอาร์กู้ภัยจังหวัดอ่างทอง ที่เกิดเหตุบริเวณห้องพักพนักงาน พบเป็นอาคารห้องพักแบบหันหน้าเข้าหากันเป็นแถวยาว ในที่เกิดเหตุพบรอยเลือดหยดอยู่เป็นทาง นอกจากนั้นยังพบหัวกระสุนปืนขนาด .38 ตกอยู่ 1 หัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนในที่เกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บ 2 ราย พลเมืองดีและเพื่อนร่วมงาน ได้นำส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้ ทราบชื่อ คือ นายวรวุฒิ ทองเกษม อายุ 20 ปี อยู่หมู่ 11 ต.โพงาม อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท โดนยิงที่ขาด้านซ้ายได้รับบาดเจ็บ นำส่งโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ และ นางมาลินี เนียมสุข อายุ 29 ปี นำส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี ซึ่งผู้บาดเจ็บทั้งสองรายเป็นพนักงานของบริษัทฯ ทั้งคู่ ส่วนมือปืนไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นเพื่อนร่วมงานบริษัทเดียวกัน ทราบชื่อ คือ นายปริญญา อายุ 35 ปี อยู่หมู่ 7 ต.สาวร้องไห้ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ทำงานเป็นช่างไฟฟ้า จากการสอบถามนายประเทือง ปานมณี อายุ 45 ปี อยู่หมู่ 8 ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้นั่งดื่มสุราอยู่กับเพื่อนๆ ผู้ร่วมงาน ขณะที่ตนและผู้ที่ถูกยิงทั้ง 2 คน พร้อมพนักงานคนอื่น รวม 6 คน นั่งดื่มสุราอยู่บริเวณด้านหน้าห้องพักคนงานตามปกติ สักพักสุราเกิดหมด จึงให้เด็กขับรถจักรยานยนต์ออกไปซื้อเพิ่ม จากร้านค้าด้านนอก หลังจากที่เด็กคนดังกล่าวขับรถกลับมาได้เบิ้ลเครื่องรถจักรยานยนต์จนเสียงดัง ใกล้ๆ กับป้อมยามซึ่งเป็นจุดที่นายปริญญา ผู้ก่อเหตุ ยืนอยู่ จึงทำให้นายปริญญาไม่พอใจ คิดว่าเด็กคนดังกล่าวเบิ้ลเครื่องรถใส่ ด้านนายอดิศร จำปาเงิน อายุ 21 ปี รปภ.ของบริษัทฯ กล่าวว่า ขณะที่ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ป้อมยาม ก่อนเกิดเหตุ นายปริญญาได้เดินมาที่ป้อมยาม และมาพูดคุยกัน ก่อนที่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจะขับมาและเบิ้ลรถเสียงดัง เลยทำให้นายปริญญาไม่พอใจ คิดว่ามาเบิ้ลเครื่องใส่ ประกอบกับอยู่ในอาการเมาสุรา นายปริญญาจึงเดินเข้าไปยังจุดที่เกิดเหตุแล้วตะโกนถามว่ามีปัญหาหรือไง แล้วก็คว้ารถจักรยานยนต์ขับขี่ออกไป ประมาณ 20 นาที ก็ขี่จักรยานยนต์เข้ามาอีกครั้ง คราวนี้กลับมาพร้อมอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38

เมื่อจอดรถก็ควักอาวุธปืนยิงออกมาจากด้านนอก 1 นัด แต่ไม่โดนใคร ส่วนคนในวงเหล้าข้างใน ก็พากันวิ่งหนีแตกกระเจิงกันไป ก่อนที่จะยิงสาดเข้าไปอีก 3-4 นัด จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว แล้วขี่รถหลบหนีไป จึงได้ช่วยกันพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ร.ต.อ.ชยุต กล่าวว่า จากการตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดเหตุ ทราบว่าสาเหตุเกิดจากการที่กลุ่มเพื่อนผู้ร่วมงานกลุ่มหนึ่งได้นั่งดื่มสุรากันหน้าห้องพักพนักงาน แล้วสุราเกิดหมด ใช้ให้คนออกไปซื้อ เมื่อกลับเข้ามา คนที่ไปซื้อกลับเบิ้ลเครื่องรถเสียงดัง ซึ่งขณะนั้นนายปริญญาผู้ก่อเหตุ และอยู่ในอาการเมาสุรา ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็เข้าใจว่าเบิ้ลเครื่องรถใส่ตนเอง จึงไม่พอใจและเดินเข้าไปถามในกลุ่มของผู้บาดเจ็บ ว่ามีปัญหาหรือไง ก่อนที่จะมีปากเสียงกันเล็กน้อย ทำให้นายปริญญาโกรธ จึงขี่รถออกไปนำอาวุธปืนมายิงใส่กลุ่มเพื่อนร่วมงานที่ดื่มสุราอยู่ จนมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นจะได้ประสานให้เข้ามอบตัว และหากไม่มามอบตัวก็จะออกหมายจับดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

น้องสาวถูกสามีทำร้าย! พี่เข้าห้าม ยื้อมีดพลาดปาดคอน้องเขยดับ

หนุ่มคนงานวัย 51 จ.นนทบุรี ตั้งวงนั่งดื่มสุราพร้อมภรรยาและพี่เขย จนเมา จึงพูดจาต่อว่าเมียเชิงหึงหวง จากนั้นได้เข้ามาทำร้ายเมีย ขณะนั้น พี่เขยที่นั่งอยู่ไม่พอใจกับการกระทำ จึงเกิดการต่อว่า ชกต่อย จนเกิดการยื้อแย่งมีด พลาดปาดคอน้องเขย เสียชีวิต…

เมื่อคืนวันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.ท.วุฒิกิจ บัวนวล รอง สว.(สอบสวน) พนักงานสอบสวน สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ได้รับแจ้ง มีเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีดจนมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เหตุเกิดภายในแคมป์พักคนงานก่อสร้าง บริษัท ส.บุญมีหมู่ 4 ถนนไทรน้อย-ต้นเชือก ต.หนองเพรางาย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วยแพทย์เวร จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุ เป็นแคมป์พักคนงานก่อสร้าง ตั้งอยู่ภายใน ซอยวัดอ่วมอ่อง 19 แยกจากถนนไทรน้อย-ต้นเชือก บริเวณหน้าห้องพักของแคมป์ พบร่าง นายสังวาลย์ ดวงจันทร์ อายุ 51 ปี เป็นคนงานก่อสร้าง เสียชีวิตในสภาพนอนหงาย บริเวณลำคอ มีบาดแผลถูกอาวุธมีดปาดจำนวน 1 แห่ง และใกล้กัน พบอาวุธมีดพกยาว ประมาณ 20 ซม. ตกอยู่ใต้แคร่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ขณะเดียวกัน ตำรวจยังได้ควบคุมตัว นายธนพจน์ อินลอย อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นพี่เขย ของผู้เสียชีวิต และเป็นผู้ก่อเหตุไว้ได้

นางสายหยุด ภรรยานายสังวาลย์ กล่าวว่า ตนและสามีรวมถึงพี่ชายทั้งหมด 3 คน ได้นั่งดื่มสุรากัน จนกระทั่งนายสังวาลย์ เริ่มมีอาการเมาสุรา พูดต่อว่าตนในเชิงหึงหวง จนเริ่มรุนแรงขึ้น โดยสามีนั้นได้เข้ามาทำร้ายร่างกายและทำลายข้าวของ ซึ่งขณะนั้นพี่ชายที่นั่งดื่มสุราอยู่ด้วย จึงไม่พอใจกับการกระทำ จึงมีการต่อว่า จนก่อเหตุเข้าชกต่อยกัน โดยที่ในมือของนายธนพจน์ ถือมีดเพียงแค่ข่มขู่ และเพื่อป้องกันตัว แต่สามีตนนั้นพยายามเข้าไปชกต่อยและมีการยื้อแย่ง จนเป็นเหตุให้มีดนั้นไปถูกเข้าที่บริเวณลำคอของนายสังวาลย์จนเสียชีวิต

ด้าน นายธนพจน์ เผยว่า นายสังวาลย์ชอบทะเลาะกับภรรยา จนถึงขั้นทุบตีกันเป็นประจำ ซึ่งทางตนเคยว่ากล่าวหลายครั้ง จนกระทั่งครั้งนี้ ได้มีการนั่งดื่มสุราเหมือนเช่นเคย ตนเองก็ยังคงว่ากล่าวตักเตือนไป จนทำให้ตัวนายสังวาลย์เกิดความไม่พอใจประกอบกับเมาสุรา และเข้ามาทำร้ายชกต่อยกับตน ซึ่งขณะนั้นตนได้ถือมีดเพื่อป้องกันตัว แต่เป็นช่วงจังหวะที่มีการยื้อแย่งและชกต่อยกัน จนทำให้มีดเกิดไปโดนนายสังวาลย์เสียชีวิตโดยไม่ได้ตั้งใจด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้เก็บมีดของกลางไว้เป็นหลักฐาน รวมถึงสอบปากคำผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นพี่เขยของผู้ตายและเป็นพี่ชายของภรรยาผู้ตาย โดยผู้ก่อเหตุ อ้างว่า เหตุดังกล่าวไม่ได้ตั้งใจในการจะก่อเหตุทำร้ายน้องเขยจนเสียชีวิต ซึ่งขณะนั้นมีการยื้อแย่งและชกต่อยจนทำให้อาวุธมีดที่ถืออยู่ไปโดนนายสังวาลย์ เสียชีวิต แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องนำตัวพี่เขย และภรรยาผู้ตาย ไปสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รังสิต เพื่อชันสูตรต่อไป.

ที่มา>>>Thairath