คู่รักต้องอ่าน! 5 ข้อดีจากการแยกห้องนอนที่คุณคิดไม่ถึง

คู่รักต้องอ่าน! 5 ข้อดีจากการแยกห้องนอนที่คุณคิดไม่ถึงหลังจากใช้ชีวิตการแต่งงานกันมาหลายปีของคู่สามีภรรยา การแยกห้องนอนนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะในยุคสมัยนี้อะไรก็ได้เปลี่ยนไปมาก ซึ่งในเรื่องของการนอนหลับพักผ่อนนั้น มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในรายละเอียดอีกมาก วันนี้เราลองมาดูข้อดีของการแยกห้องนอนกันว่ามีอะไรบ้าง แล้วคุณจะรู้ว่าการนอนแยกห้องนอนกับคนรัก บ้างครั้งมันก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดเลย

1.มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ทุกคนก็ต่างโหยหาความเป็นส่วนตัว ซึ่งการทำตัวติดกัน หรืออยู่บ้านเดียวกันตลอดเวลา ก็อาจทำให้เรารู้สึกว่าขาดอิสรภาพหรือพื้นที่ส่วนตัวไปบ้าง ดังนั้นการแยกห้องนอน ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยทำให้เรารู้สึกว่ามีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น อยากทำอะไรก็สามารถทำได้อย่างอิสระ โดยไม่ได้รบกวนอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเสียอีก เพราะจะได้ทำให้ได้คิดถึงกันมากขึ้นกว่าเดิม

2.ทำให้นอนหลับได้สนิทมากขึ้น

หลังจากที่คบหาดูใจกัน จนติดสินใจแต่งงานกัน ก็ต้องมานอนร่วมห้องเดียวกัน ซึ่งในช่วงเวลากลางคืนนั้น บางคนอาจประสบกับปัญหาการนอน เช่น เป็นคนนอนหลับยาก แต่ตื่นง่าย หรือบางคนนอนกรน หรือนอนดิ้น ซึ่งจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งถูกรบกวนอยู่ตลอดเวลา ทำให้นอนหลับไม่สนิท ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งเรื่องของอารมณ์ และสุขภาพ ซึ่งอย่ามองข้ามเรื่องพวกนี้ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ได้ ดังนั้นการแยกห้องนอนจึงเป็นทางออกที่ดี

3.ช่วยยืดความสัมพันธ์

การแยกห้องนอนนั้น นอกจากจะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตใจแล้ว มันยังส่งผลดีต่อความสัมพันธ์เรื่องอื่น ๆ ทำให้ชีวิตคู่มีความสุข ไม่หงุดหงิดใส่กัน ซึ่งทำให้เรามีเวลาทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำมากขึ้น ทำให้เราสามารถบริหารเวลาส่วนตัวและเวลาที่ต้องใช้ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ทุกอย่างอยู่ในจุดสมดุล และทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นจนสังเกตได้

4.หมดปัญหาเรื่องการตกแต่งห้องนอน

ความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะรสนิยมในการตกแต่งห้องนอน ซึ่งถ้าหากเราได้นอนในห้องนอนแบบที่เราชื่นชอบ ก็จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการนอนหลับของเรา ทำให้นอนหลับได้สนิทมายิ่งขึ้น ซึ่งหากคุณกับคู่รักมีรสนิยมในการตกแต่งห้องนอนที่ไม่เหมือนกัน การแยกห้องนอนถือว่าเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุด

5.ทำให้เซ็กส์มีความเร่าร้อนขึ้น

การแยกกันนอนจะทำให้คุณรู้สึกคิดถึงคู่ของคุณมากขึ้น แถมยังช่วยเปลี่ยนบรรยากาศ ทำให้รู้สึกตื่นเต้นเวลามีเซ็กส์อีกด้วย รับรองว่ากลับมามีเซ็กส์ครั้งหน้าจะต้องเต็มไปด้วยความเร่าร้อน ไม่เบื่อแน่นอน

การแยกห้องนอนนั้น เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาชีวิตคู่ สำหรับคู่แต่งงานที่แต่งงานกันมาหลายปีแล้ว ซึ่งจะช่วยทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นได้ในระยะยาว เพราะการนอนหลับพักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพ และการมีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น จะทำให้เรามีความสุข จึงส่งผลทำให้ปัญหาชีวิตคู่น้อยลงนั่นเอง

ที่มา>>>Sanook

ระวัง! พฤติกรรมที่ทำบ่อยๆ เสี่ยงแก่เร็วขึ้น แถมสุขภาพพังไม่รู้ตัว

ระวัง! พฤติกรรมที่ทำบ่อยๆ เสี่ยงแก่เร็วขึ้น แถมสุขภาพพังไม่รู้ตัวพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันที่เราทำกันบ่อยๆ หลายครั้ง คนเราก็ไม่อาจทันคิดนะคะว่ามันมีผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและความสวยความงามอย่างไรบ้าง ในวันนี้เราเลยหยิบมาฝาก เกี่ยวกับพฤติกรรมเหล่านี้ที่ส่งผลทำให้คุณแก่ก่อนวัยโดยไม่รู้ตัว แถมยังทำให้สุขภาพพังลงไปพร้อมกันด้วย รู้แล้วต้องรีบเลี่ยงโดยด่วนเลยนะคะ

ตากแดดแรงๆ เป็นเวลานาน

เพราะแสงแดดในทุกวันนี้นับวันร้อนแรงอย่างมาก รังสียูวีที่มาพร้อมแสงแดดก็ยิ่งมีอิทธิพลทำลายผิวและสุขภาพมากขึ้น ซึ่งรังสีอัลตราไวโอเลตจะทะลุทลวงเข้าไปทำลายถึงเซลล์ผิวหนัง ส่งผลทำให้ผิวสาวๆ เกิดริ้วรอยแห่งวัย และหากยังคงปล่อยให้เกิดพฤติกรรมเช่นนี้ต่อไปบ่อยๆ นานๆ ก็อาจทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังได้สูงระวัง! พฤติกรรมที่ทำบ่อยๆ เสี่ยงแก่เร็วขึ้น แถมสุขภาพพังไม่รู้ตัว

ปล่อยตัวให้เครียดบ่อยๆ

ต้องบอกเลยว่าความเครียดนี่แหละคือ สาเหตุของการเกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ไม่ว่าจะทั้งในระยะสั้นหรือระยะยาว เพราะเมื่อไรที่ร่างกายรู้สึกเครียด ฮอร์โมนความเครียดก็จะเพิ่มปริมาณสูงขึ้น จากนั้นมันจะเข้าไปเร่งอายุเซลล์ให้มีความเสื่อมสภาพรวดเร็วมากขึ้นตาม และนำมาซึ่งสาเหตุของโรคไมเกรน ดังนั้น หากปล่อยตัวให้เครียดบ่อยๆ ความเครียดก็จะยิ่งทำให้แก่เร็วและก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บรุมเร้าตามมาอีกมากเลยทีเดียวระวัง! พฤติกรรมที่ทำบ่อยๆ เสี่ยงแก่เร็วขึ้น แถมสุขภาพพังไม่รู้ตัว

ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

หากเป็นคนที่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่เป็นประจำ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยค่ะว่าทำไมถึงแก่ก่อนวัย เพราะเครื่องดื่มดังกล่าวเป็นตัวการทำให้เกิดการอักเสบภายในร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีส่วนชะลอระบบเผาผลาญ เพิ่มความเครียดให้กับร่างกายจนนำมาซึ่งปัญหาริ้วรอย ผิวก็จะแห้งหยาบกร้าน ไม่มีความสดใส ไม่เพียงเท่านั้นนะคะ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังมีสารที่ทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคตับหรือโรคมะเร็งได้อีกด้วย

ระวัง! พฤติกรรมที่ทำบ่อยๆ เสี่ยงแก่เร็วขึ้น แถมสุขภาพพังไม่รู้ตัว

นอนดึกและนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ

เพราะการนอนหลับพักผ่อนจะทำให้เกิดกระบวนการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่หากเมื่อไรนอนดึกและนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายก็ไม่สามารถซ่อมแซมส่วนที่เสียหายได้อย่างแน่นอน ส่งผลกระทบในด้านร่างกายและจิตใจโดยตรง สาวๆ สังเกตได้จากรอยคล้ำรอบดวงตา ผิวพรรณหมองคล้ำไม่เปล่งปลั่งสดใส ริ้วรอยแห่งวัยถามหาและมีอาการอ่อนเพลียอยู่บ่อยๆ

ระวัง! พฤติกรรมที่ทำบ่อยๆ เสี่ยงแก่เร็วขึ้น แถมสุขภาพพังไม่รู้ตัว

นอกจากนี้ ยังทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนความเครียดออกมามากขึ้น กระตุ้นความอยากอาหาร ทำให้กินอาหารได้ไม่รู้จักอิ่ม โดยเฉพาะอาหารที่มีแคลอรีสูง สาวๆ คนไหนที่ลดน้ำหนักอยู่ จึงมักทำให้แผนลดน้ำหนักพังอย่างไม่เป็นท่าอยู่บ่อยๆ นั่นเอง

เห็นหรือยังคะว่าพฤติกรรมเหล่านี้ที่เรามักทำเป็นประจำในชีวิตประจำวัน แม้คุณอาจจะมองว่าไม่น่ามีผลกระทบใดๆ ต่อสุขภาพร่างกาย แต่เอาเข้าจริง ผลกระทบในระยะยาวย่อมมีแน่นอน รู้แบบนี้แล้วก็พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันใหม่เถอะค่ะ ก่อนความแก่จะมาเยือนอย่างไม่อาจต้านทานได้ และหนำซ้ำปัญหาสุขภาพยิ่งมีแต่จะพังมากขึ้นอีกด้วย

ที่มา>>>Sanook

10 ผลไม้แก้ “ท้องผูก” อยากท้องแฟ่บเมื่อไร จัดเลย!

10 ผลไม้แก้ “ท้องผูก” อยากท้องแฟ่บเมื่อไร จัดเลย!

ปัญหา “ท้องผูก” เป็นปัญหากวนใจของสาวๆ หลายคน ถึงแม้บางคนอาจจะเป็นคนธาตุอ่อน ทานอะไรก็ถ่ายคล่องสะดวกสบายตัว แต่หากมีช่วงหนึ่งที่ต้องดำรงชีวิตต่างที่ต่างเวลา ต้องทานอาหารที่ไม่เหมือนที่เคยทานอยู่ทุกวัน อาจทำให้ปัญหา “ท้องผูก” มาเยือนก็เป็นได้ แทนที่จะหายาถ่าย หรือยาระบายมาทาน เราใช้วิธีธรรมชาติ โดยการทานผลไม้เหล่านี้ เพื่อช่วยแก้ท้องผูกกันดีกว่าค่ะ

1. มะละกอ

 นอกจากมะละกอจะช่วยขับปัสสาวะแล้ว ยังช่วยขับถ่ายได้ดีอีกด้วย เพราะมะละกอสุกมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ รสชาติหวานฉำ ทานง่าย ย่อยง่าย แถมยังมีวิตามินเอสูง มีไขมัน และคอเลสเตอรอลน้อย แต่อย่าทานมากเกินไป เพราะอาจเสี่ยงต่อโรคกระดูก ข้อต่อ และอาจมีอาการเบื่ออาหาร เซื่องซึม หรือนอนไม่หลับได้

2. แอปเปิ้ล

 แอปเปิ้ลมีสารแพคติน ที่ช่วยเพิ่มกากใยให้กับทางเดินอาหาร จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบขับถ่ายให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้วิตามินซี ที่ช่วยป้องกันโรคหวัด ป้องกันโรคลักปิดลักเปิด และยังช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย

3. กล้วย

 เขาว่ากันว่าหากมีอุจจาระที่มีความแข็งระดับกล้วย ถึงจะเรียกว่าเป็นอุจจาระที่ดี ไม่เหลว และแข็งจนเกินไป ดังนั้นไม่แปลกที่ทานกล้วยแล้วจะช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น กากใย และสารอาหารในกล้วยช่วยลดอาการท้องผูกได้อย่างเห็นผล แล้วยังช่วยปรับสมดุลของระบบขับถ่ายให้เป็นปกติได้อีกด้วย

4. มะม่วงสุก

 มะม่วงสุกมีวิตามินซีสูง และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน และยังช่วยทำให้อุจจาระอ่อนนุ่มขึ้นอีกด้วย แต่ข้อควรระวังคือ อย่าทานมะม่วงสุกมากจนเกินไป เพราะมะม่วงสุกมีน้ำตาลมาก ระวังอ้วนได้นะคะ

5. ส้ม

 เรารู้กันดีว่าส้มอุดมไปด้วยวิตามินซี ที่ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคหวัด หากอยากทานส้ม เพื่อช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ควรทานทั้งกากใยส้ม เพราะส่วนที่จะช่วยเรื่องระบบขับถ่ายคือเจ้ากากใยของส้มนี่ล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นหากทานเพียงน้ำส้มคั้น อาจจะได้ประสิทธิภาพดีไม่เท่าทานทั้งผลนะคะ (ปลอกเปลือกด้วยล่ะ)

6. ลูกพรุน

 สาวๆ หลายคนรู้จักกิตติศัพท์ของลูกพรุนกันดี ว่าทานปุ๊บ พุ่งปั๊บ เพราะลูกพรุนมีคุณสมบัติเด่นในเรื่องช่วยการขับถ่าย แถมยังอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน สารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ บำรุงหัวใจ บำรุงสายตา และยังช่วยเสริมสร้างกระดูก และฟันให้แข็งแรงอีกด้วย

7. สัปปะรด

 อีกหนึ่งผลไม้ที่เนื้อสุกมีรสฉ่ำหวาน (หากเลือกพันธุ์หวานมาทานนะ) ช่วยย่อยอาหารจำพวกโปรตีน (มื้อไหนที่ทานเนื้อสัตว์เยอะๆ เช่น เพิ่งลุยหมูกระทะมา อย่าลืมตบด้วยสัปปะรด) วิตามินซีสูง ลดการอักเสบบวมต่างๆ ในร่างกาย และที่สำคัญ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบขับถ่ายได้ดีสุดๆ

8. ละมุด

 บางพื้นที่โดยเฉพาะคนในเมืองอาจจะหาทานยากสักหน่อย แต่หากได้ลองลุยตลาด แล้วพบละมุด รีบคว้าไว้ได้เลย เพราะละมุดเป็นผลไม้ที่มีกากใยอาหารมาก (หรือไฟเบอร์นั่นแหละ) จึงช่วยป้องกันโรคท้องผูกได้ดีเยี่ยม แต่ละมุดสุกน้ำตาลแอบสูงอยู่เหมือนกัน อย่าทานบ่อยจนเกินไปนะคะ

9. มะเฟือง

 มาถึงอีกหนึ่งผลไม้ที่ต้องลุยตลาดถึงจะพบ แต่รับรองว่าไม่ได้หายากอย่างที่คิดแน่นอน มะเฟืองนอกจากมีคุณสมบัติเป็นยาระบายอ่อนๆ แล้ว ยังช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย

10. องุ่น

 รสชาติหวานอมเปรี้ยวขององุ่น นอกจากจะนำไปมาทำเป็นเครื่องดื่ม เพื่อเพิ่มความสดชื่น ถูกใจสาวๆ หนุ่มๆ หลายคนแล้ว องุ่นยังเป็นมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ที่ช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหาท้องผูกเรื้อรังได้อีกดีอีกด้วย แต่ก็อีกแหละ องุ่นหวานๆ ทานมากก็ระวังน้ำตาลขึ้นนะจ๊ะ

หลักสำคัญของการทานผลไม้เพื่อช่วยการขับถ่าย คือทานในปริมาณที่พอเหมาะ อย่าทานมากจนเกินไป ดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยให้อุจจาระอ่อนนุ่มลง และที่สำคัญ เชื่อหรือไม่ว่าการออกกำลังกาย ก็ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติด้วยเช่นเดียวกัน ไม่เชื่อลองลงไปวิ่งตอนเช้าๆ ดูสิ ทำเป็นประจำรับรองว่านอกจากจะหายท้องผูกแล้ว ยังช่วยให้ขับถ่ายตรงเวลาขึ้นอีกด้วยนะ

ที่มา>>>Sanook