กรมอุทยานฯ ย้ำส่งคืน เจ้าแก้วหมีควาย คืนวัดไม่ได้ อาการซึมแค่ต้องปรับตัว

กรณีหมีควาย ชื่อแก้ว ซึ่งเดิมถูกเลี้ยงอยู่ภายในสำนักสงฆ์สวนสมุนไพร หลวงปู่ละมัย ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ และไปทำร้ายชาวบ้านเจ็บสาหัส ต่อมาเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ จึงนำแก้วมาดูแลรักษาที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อ รวมทั้งมีกระแสขอให้แก้ว กลับไปอยู่วัดที่เดิม นั้น

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. น.ส.กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า เนื่องจากหมีควายตัวดังกล่าว เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ที่ห้ามมิให้ผู้ใดครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และแก้วเป็นสัตว์ป่าของกลางที่ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว กรมอุทยานแห่งชาติฯ มีหน้าที่นำไปดูแลรักษาให้มีสุขภาพและสวัสดิภาพที่ดี การขอนำกลับไปดูแลยังสถานที่เดิมไม่อาจกระทำได้ เนื่องจากไม่มีข้อระเบียบกฎหมายที่จะมอบสัตว์ป่าคุ้มครองที่ตกเป็นของแผ่นดินให้กับบุคคลใดไปดูแลหรือครอบครอง

ส่วนกรณีที่แก้วมีอาการซึมเศร้า เครียด หลบตัวอยู่ในที่ลับตาคน หรือไม่กินอาหาร นั้น เป็นพฤติกรรมที่หมีแสดงออกเมื่อมีการย้ายที่อยู่ใหม่ มีสภาพแวดล้อมใหม่ซึ่งแตกต่างจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำ คอก กรงเลี้ยง และคนเลี้ยง ซึ่งบางตัวอาจแสดงอาการดุ ก้าวร้าว โดยหมีมีการปรับพฤติกรรมให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ที่แตกต่างกัน บางตัวสามารถปรับพฤติกรรมให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้เร็วในขณะที่บางตัวต้องใช้เวลานานในการปรับพฤติกรรมให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่

 

น.ส.กาญจนา กล่าวต่อว่า การรับหมีมาเลี้ยงดูแลที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า ของกรมอุทยานฯ ทางเจ้าหน้าที่ในความควบคุมของสัตวแพทย์ประจำสถานีฯ จะคอยดูแลสังเกตพฤติกรรมของหมี จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม มีอาหาร น้ำ การแต่งกลิ่นต่างๆ ให้หมี เช่น ในกรณีที่หมีไม่กินอาหารเลย ทางเจ้าหน้าที่จะมีการเสริมความน่ากินของอาหาร ในเรื่องของรสชาติและกลิ่นที่ดึงดูดใจ เช่น การเพิ่มน้ำผึ้งหรือน้ำหวานลงไปในผลไม้ที่จัดเตรียมให้ และนอกจากนี้เจ้าหน้าที่จะสังเกตพฤติกรรมและดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างความคุ้นเคยและความไว้วางใจจากหมี จากประสบการณ์ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่รับหมีมาเลี้ยงดูแล พบว่าหมีทุกตัวมีสภาพที่เครียดกับการปรับพฤติกรรมในแหล่งที่อยู่ใหม่ ในสภาพแวดล้อมใหม่และพบว่าหมีใช้เวลาในการปรับพฤติกรรมให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ โดยใช้ระยะเวลาตั้งแต่ 1 สัปดาห์จนถึง 1 ปี ซึ่งท้ายสุดหมีก็สามารถปรับพฤติกรรมเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ทุกตัว สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสถานีฯได้เป็นอย่างดี

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

8 สุดยอดโคโลญจน์สำหรับผู้ชาย 2016

8 สุดยอดโคโลญจน์สำหรับผู้ชาย 2016เมื่อความสดชื่นมาถึง ก็ถึงเวลาที่คุณผู้ชายจะเลือกโคโลญจน์ มาเติมความหอมหว่านเสน่ห์ให้สาว ๆ หลงใหลแล้วเช่นกัน Askmen.com ได้คัดสรรน้ำหอมกลิ่นใหม่ สำหรับฤดูกาลแห่งความสดชื่นมาฝากคุณชายถึง 8 กลิ่น จากผู้ผลิตหลาย ๆ แบรนด์ ซึ่งเขาเน้นว่า เป็นกลิ่นแห่งฤดูกาลนี้โดยเฉพาะเลยทีเดียว– TOM FORD NEROLI PORTOFINO ACQUA กลิ่นนี้ ชวนให้จินตนาการไปถึงบรรยากาศของความเป็นอิตาลี ผืนน้ำระยิบระยับ ท้องฟ้าสดใส ทิวเขาเขียวขจี และน่าจะเป็นกลิ่นที่ได้รับความนิยมมากอีกกลิ่นหนึ่งของ Neroli Portofino เป็นการผสมผสานกลิ่นอ่อน ๆ ของ Citrus และ Amber ทำให้ลงตัวอย่างยิ่งเมื่อนำมาใช้ในฤดูกาลที่อากาศอบอุ่น รูปร่างและสีสันของขวดก็ชวนมอง แม้ราคาจะสูงถึง 150 ดอลล่าร์สหรัฐ แต่ก็เชื่อว่าคุณผู้ชายหลายคงไม่ยอมพลาด– MR. BURBERRY เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง Christopher Bailey หัวหน้าครีเอทีฟ และFrancis Kurkdijan ผู้ผลิตน้ำหอม ของ Burberry ทั้งสองคนบอกว่า แรงบันดาลใจมาจากเสื้อโค้ท กับชีวิตในเมืองของกรุงลอนดอน โคโลญจน์รุ่นนี้ ได้นำกลิ่นของผลไม้รสเปรี้ยว หรือ Citrus ผสมกับ Grapefruit และเพิ่มความน่าหลงใหลด้วยกลิ่นพันธุ์ไม้หอมอย่าง Birch และ Cedar ลงไป ส่วนขวดนั้น เสมือนถูกจับแต่งตัวด้วยหมวกที่หรูหราสีดำ ส่วนราคาขายที่ 55 ดอลล่าร์สหรัฐนั้น ก็ยิ่งทำให้น่าดึงดูดใจ– MONTBLANC LEGEND SPIRIT EAU DE TOILETTE ใครที่คิดว่าแบรนดังของเยอรมันรายนี้ เด่นแค่ปากและนาฬิกา คงต้องคิดใหม่เสียแล้ว Montblanc เขาก็มีชื่อเสียงในวงการน้ำหอมเช่นกัน ล่าสุด เขาได้ผสมผสานความหอมของ Sandalwood , Cedar และ Oak Moss จนได้ความหอมอย่างลงตัวสำหรับผู้ชายแนวสุภาพบุรุษร่วมสมัย เน้นด้วยว่า Gentleman นะ ไม่ใช่วัยรุ่นเกรียน ราคาของรุ่นนี้ อยู่ที่ 50 ดอลล่าร์สหรัฐ– BYREDO SUPER CEDAR กลิ่นหอมจากสวีเดนแบรนด์นี้ ผู้ชายจำนวนไม่น้อยบอกว่า ชนะขาด เพราะความแตกต่างอย่างสง่างาม ใช้แล้วให้ความรู้สึกถึงความสดชื่นของวัยหนุ่ม ผสมผสานกลิ่นรุนแรงของสัตว์ป่าอย่าง Musk กับความเป็นธรรมชาติของหญ้า Vetiver และปรับให้นุ่มนวลลงด้วย Rose และ Cedar เชื่อว่า กลิ่นของมันไม่ได้เตะจมูกของคุณคนเดียว คนรอบข้างก็ด้วย แต่ราคาก็ไม่เบาทีเดียว 110.64 ดอลล่าร์สหรัฐ– ROBERT GRAHAM COURAGE แรงบันดาลใจของแบรนด์นี้ มาจาก Scotch Whiskeys ซึ่ง Robert Stock ผู้สร้างแบรนด์ บอกว่า Scotch Whiskeys ได้ผสมผสานตัวเองจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกได้ฉันใด เขาก็ได้ผสมผสานหลายสิ่งหลายอย่างเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นความรักสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ฉันนั้น สูตรความหอมของเขาคือ Vodka Citron แน่นอนเหล้าวอดก้านั่นเอง เมื่อมารวมตัวเข้ากับ Bergamot หรือมะกรูด และไม้ Guaiac ก็จะได้กลิ่นที่ไม่ธรรมดา แถมยังบรรจุในขวดที่สะดุดตาเอามาก ๆ แต่ราคาของมันก็ไม่เบาเลย 295 ดอลล่าร์สหรัฐ– ODIN OO AURIEL เป็นกลิ่นล่าสุดของแบรนด์เครื่องแต่งกายชายชื่อดังแห่งนิวยอร์ค เป็นกลิ่นที่ชวนจินตนาการไปถึงวัฒนธรรมของชาวตะวันออกกลางและเอเชีย ในขวดที่มีรูปลักษณ์ง่าย ๆ นี้ บรรจุความหอมกลมกลืนของผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ และกลิ่นดอกไม้อย่างกุหลาบ และมะลิ ราคาของมันอยู่ที่ 185 ดอลล่าร์สหรัฐ– DOLCE & GABBANA THE ONE FOR MEN EAU DE PARFUM แฟน ๆ ของแบรนด์นี้ นอกจากจะไม่ผิดหวังแล้ว เชื่อว่า หลังได้ลองใช้ คงจะยิ่งกลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ สูตรความหอมก็คือ การผสมผสานของสมุนไพร่ Coriander และ Ginger กับกลิ่นของต้นยาสูบ Tobacco และ ต้น Cedar เข้าด้วยกัน ใช้แล้วให้ความรู้สึกเหมือนมีพละกำลัง ราคาอยู่ที่ 43.19 ดอลล่าร์สหรัฐ– JOHN VARVATORS ARTISAN BLU เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่รูปลักษณ์ของขวดดูโดดเด่น กลิ่นก็เช่นกัน เพราะได้ส่วนผสมที่ลงตัวของ Bergamot , ดอก Lavender และกลิ่นของส้ม เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกไปในแนวของการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ภายใต้แสงแดดอบอุ่น และความสดชื่นของท้องทะเล ในราคา 86 ดอลล่าร์สหรัฐ

ที่มา>>>ข่าวสด

จับชาวบ้าน20คนเก็บเห็ดโคนในป่าห้วยขาแข้ง รับแค่หารายได้ช่วงพืชไร่ตกต่ำ

เมื่อวันที่ 24 ต.ค. นายจะนัย พุ่มทอง เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าห้วยขาแข้ง หัวหน้าชุดลาดตระเวน พร้อมกำลัง 5 นาย ออกเดินเท้าในพื้นที่รับผิดชอบของส่วนจัดการที่ 1 ในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้และสัตว์ป่า ระหว่างเดินเท้าออกมาจากหน่วยพิทักษ์ป่าทุ่งแฝก มาถึงริมลำห้วยทับเสลา โป่งช้างเผือก ในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง พบกลุ่มชาวบ้านกว่า 20 คน ด้านหลังสะพายตะกร้า ภายในมีเห็ดโคน แต่ละคนจำนวนหลายกิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมด201610251353273-20041020185849สอบสวนชาวบ้านทราบว่า ได้เดินเก็บเห็ดโคนมาเรื่อยๆ และเห็นแนวรั้วลวดหนามของเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ภายในเขตรั้วลวดหนามมีเห็ดโคนขึ้นจำนวนมาก เนื่องจากไม่มีชาวบ้านเข้าไปเก็บ พวกตนจึงชักชวนกันเข้าไป เนื่องจากคิดว่าปีละครั้ง เจ้าหน้าที่คงไม่ว่าอะไร ประกอบกับราคาเห็ดโคนมีราคาสูงมาก จึงทำให้อยากเข้าไปเก็บมาขาย เนื่องจากราคาพืชไร่ตกต่ำมาก และอยู่บ้านไม่รู้จะทำอะไรกัน จึงชักชวนออกไปหาเห็ดที่เคยไปหาทุกปี และก็ทราบดีว่าได้บุกรุกเข้าไปเขตอนุรักษ์จริง

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาในความผิดตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

ที่มา>>>ข่าวสด

ชี้โทษทั้งจำ-ปรับฝ่าฝืนเที่ยวเกาะอาดัง-ราวี แต่’หลีเป๊ะ’ยังเปิดปกติ

หัวหน้าอุทยานฯ เกาะตะรุเตาชี้ระหว่างปิดเกาะอาดัง-ราวี หากใครฝ่าฝืนไปเที่ยวมีอัตราโทษทั้งจำและปรับ ส่วนเกาะหลีเป๊ะยังเปิดให้เที่ยวตามปกติ พร้อมของบด่วนเตรียมซ่อมโป๊ะชำรุด…

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. นายปณพล ชีวะเสรีชน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา จ.สตูล กล่าวว่า ตามที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชกำหนดให้อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตาปิดฤดูกาลท่องเที่ยวบริเวณหมู่เกาะอาดัง-ราวี ระหว่างวันที่ 16 พ.ค.-14 ต.ค. 2559 ทุกปี เพื่อเป็นการฟื้นฟูแนวปะการัง ทรัพยากรใต้ทะเลและกิจกรรมต่างๆ ทางทะเล รวมทั้งรักษาสภาพแวดล้อมให้คงสภาพตลอดไป ดังนั้น หากมีผู้ไดฝ่าฝืนจะมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ส่วนที่เกาะตะรุเตาสามารถท่องเที่ยวได้ตามปกติ เช่นเดียวกับเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งเป็นที่ของเอกชนยังสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวเหมือนเดิม

นายปณพล กล่าวต่อว่า กรณีมีการส่งต่อกันตามโลกโซเชียลเรื่องโป๊ะรับนักท่องเที่ยวที่เกาะหลีเป๊ะชำรุดเสียหายนั้น ขณะนี้ อุทยานฯ ตะรุเตาได้ลากโป๊ะ เพื่อเตรียมซ่อมแซม โดยได้ของบด่วนไปทางกรมอุทยานฯ แล้ว สำหรับโป๊ะดังกล่าว เปิดใช้มาแล้ว 3 ปี และเสียหายไปตามอายุการใช้งาน.

ที่มา>>>Thairath