กระบะแหกโค้งพุ่งลงสระลึก 5 เมตรหนุ่มชาวสวนร่างจมหายดับคาซากรถต่อหน้าชาวบ้าน

 เมื่อวันที่ 19 ก.ค. พ.ต.ต.สมชาย บุญเกิด สารวัตรเวร (สอบสวน) สภ.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะรถเสียหลักพุ่งตกสระน้ำ มีคนติดอยู่ภายในรถ ที่หมู่ 8 ตำบลนาสัก อ.สวี จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวนเขตเขาทะลุ ที่เกิดเหตุริมถนนในหมู่บ้าน พบว่าเป็นสระน้ำขนาดใหญ่เกิดจากขุดเพื่อใช้ในการเกษตรขนาดใหญ่ มีความลึกมากกว่า 5 เมตร ก่อนถึงสระน้ำ ตรวจสอบพบถนนเป็นทางโค้ง ที่เกิดเหตุมีชาวบ้านจำนวนมากกำลังมุงดูการช่วยเหลือกันงมหาร่างของผู้ประสบเหตุ และพบรถกระบะที่พลัดตกลงไปในสระน้ำท่ามกลางความมืดและฝนโปรยปราย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปร่วม 3 ชั่วโมง หน่วยกู้ภัยเขาทะลุพบร่างของนายประยูร เรืองฤทธิ์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 277/1 ม. 8 ตำบลนาสัก อ.สวี จ.ชุมพร ติดอยู่ใต้รถกระบะ ยี่ห้อนิสสัน บิ๊กเอ็ม สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บจ147 ชุมพร จึงช่วยกันนำร่างขึ้นมาบนตลิ่ง จากการสอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ในช่วงเวลาดึกบริเวณดังกล่าวเป็นสวนทุเรียน มีชาวสวนทุเรียนออกมาตัดทุเรียนเพื่อนำไปขาย เห็นนายประยูรอาชีพทำสวนทุเรียน ขับรถกะบะมาด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถเกิดเสียหลักแหกโค้งพุ่งตกลงไปในสระน้ำ ที่มีการขุดไว้เพื่อใช้น้ำรดสวนทุเรียนในช่วงฤดูร้อนจนกระทั่งมาถึงฤดูฝน ทำให้มีน้ำในสระจำนวนมาก ความลึกมากกว่า 5 เมตร ชาวสวนทุเรียนที่เห็นเหตุการณ์ ต่างพากันลงไปช่วยเพื่อนำร่างนายประยูรออกมาจากรถ ในขณะที่ค่อยๆจมสู่ใต้น้ำ แต่ทำได้เพียงจับมือนายประยูรที่พยายามช่วยตัวเองให้ออกมาจากรถ แต่คาดว่าร่างกายบางส่วนคงติดกับส่วนใดส่วนหนึ่งของรถ จึงจมหายไปกับซากรถยนต์ลงสู่ใต้น้ำ จนเสียชีวิตในที่สุด ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง จึงพบร่างและนำชันสูตรที่โรงพยาบาลสวี

ชาวบ้านในหมู่บ้านดังกล่าว บอกว่า ถนนเส้นดังกล่าวนอกจากจะเป็นทางโค้งแล้วยังเป็นหลุมเป็นบ่อ ชาวบ้านต้องขับรถหลบตลอดเวลา อาจะเป็นสาเหตุของการเสียหลักในการควบคุมรถของนายประยูรด้วย ชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานรับผิดชอบถนนสายดังกล่าวมานานแล้ว แต่ไม่เคยได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด

ที่มา>>>ข่าวสด

แปลกแต่แซ่บ หม่ำอึ่ง เมนูหน้าฝน! แม่ค้าอุดรฯ ทำขาย กำไรวันละครึ่งหมื่น

แม่ค้าปลาแห้งตลาดที่อุดรธานี แม่เคยทำ “หม่ำอึ่ง” ให้กิน เลยคิดดัดแปลงทำขาย คนกินเห็นเป็นของแปลก ซื้อไปลองลิ้มชิมรส เผยวันหนึ่งขายได้ 20-30 กก. มีรายได้เข้ากระเป๋าร่วมครึ่งหมื่น…

วันที่ 20 พ.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ตลาดสินเจริญ ข้างสะพานข้ามลำห้วยหลวง บ้านสินเจริญ ต.เตาไห อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นตลาดขายปลาและพืชผักที่เก็บมาจากสวน และท้องไร่ ท้องนา ที่ชาวบ้านนำมาขาย ซึ่งในจำนวนสินค้าที่ชาวบ้านนำมาขาย และมีเพียงฤดูฝนเท่านั้นคือ “หม่ำอึ่ง” ซึ่งแขวนขายคู่กับ “หม่ำเนื้อ” ชาวบ้านที่ขับรถผ่านไปมาได้แวะเข้ามาซื้อสินค้า ต่างก็หยุดดูเพราะแปลกตา ไม่เคยเห็น และสอบถามแม่ค้า เมื่อทราบว่าเป็น “หม่ำอึ่ง” บางคนก็ซื้อไปรับประทาน เพราะอยากลองชิมรสชาติ แต่บางคนแค่มองดู เพราะเห็นเป็นของแปลกนางดวงปี มั่งมูล อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 6 ต.เตาไห อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี เล่าว่า ปกติตนจะทำ หม่ำเนื้อขาย แต่พอถึงฤดูฝนคือช่วงเดือนพฤษภาคม ชาวบ้านจะพากันออกไปจับอึ่งที่ออกมาเล่นน้ำและผสมพันธ์ุมาขายเป็นจำนวนมาก มีทั้งอึ่งยางหรืออึ่งบ้าน และ อึ่งเพ้า นำมาทำอาหารทั้งปิ้ง ย่าง ต้ม กินกันในครอบครัว ชาวบ้านบางคนออกไปจับอึ่งขายเป็นอาชีพ ขายกิโลกรัมละ 140 บาท ส่วนตนพ่อแม่เคยพาจับอึ่งมาทำอาหารให้กินมาตั้งแต่เด็ก แต่พออึ่งมีมากกินไม่ทัน แม่เลยทำ “หม่ำอึ่ง” เก็บไว้กินนานๆ ถือว่าเป็นการถนอมอาหารอีกด้วย“ยึดอาชีพขายปลาแห้ง และทำหม่ำเนื้อขายที่ตลาดสินเจริญ มาประมาณ 20 ปี แต่เห็นว่าอึ่งมีจำนวนมาก จึงคิดทำ หม่ำอึ่ง ที่เคยกินมาตั้งแต่เด็กมาแขวนขาย ครั้งแรกทำ 1 กก. หรือ 30 ตัว ขายตัวละ 10 บาท มีชาวบ้านซื้อไปกินเป็นอาหาร และเป็นกับแกล้ม ส่วนลูกค้าที่ขับรถมาจากต่างจังหวัด เห็นหม่ำอึ่งที่แขวนขาย ก็จะมาสอบถาม เพราะไม่เคยเห็นและไม่เคยกิน บางคนซื้อกลับไปกินและเป็นของฝาก ทำให้ต้องเพิ่มการทำ หม่ำอึ่ง เป็นวันละ 20-30 กก. ขายประมาณ 2 วันก็หมด โดยมีชาวบ้านจับอึ่งมาขายให้ กก.ละ 140 บาท”ส่วนวิธีการทำหม่ำอึ่ง นางดวงปี บอกว่า จะนำอึ่งมาปาดท้องเอาเครื่องในออก นำไปล้างและเข้าเครื่องบดให้ละเอียด ไปผสมคลุกเคล้ากับข้าวเหนียวนึ่ง กระเทียม ตะไคร้ ใบมะกรูด เกลือ และเครื่องปรุงรส จนได้รสตามที่ต้องการแล้วพักเอาไว้ จากนั้นก็นำอีกตัวไปตัดหัวควักเครื่องในออก ล้างให้สะอาด และนำเครื่องที่ปรุงไว้มายัดใส่อึ่ง เมื่อยัดเต็มท้องแล้วก็นำเชือกมามัด นำไปผึ่งแดดประมาณ 2 วันก็เป็น “หม่ำอึ่ง” นำมาปิ้ง ย่าง อบ ทอด รับประทานได้แล้ว โดยแขวนขาย ตัวละ 20 บาท ทำให้มีรายได้ดีวันละ 5,000-6,000 บาทเลยทีเดียว.

ที่มา>>>Thairath

ลำขนาด อย่าพลาด! เห็ดถอบ-เค่า-อึ่ง-กบ ต้องกินตอนนี้เท่านั้น

ชาวบ้านลำพูน พะเยา ใช้โอกาสเดียวในรอบปี หลังจากมีฝนตกลงมา ออกหาเห็ดถอบจับอึ่ง เค่า (ชื่อเฉพาะถิ่น) กบ มาขายให้คนหาซื้อไปทำอาหารรสเด็ด ที่จะต้องกินในช่วงนี้เท่านั้น ตลาดเช้าสุดคึกคัก เต็มไปด้วยเสียงร้อง โอ๊บๆ อ๊อบๆ…

วันที่ 19 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีฝนตกลงมา ทำให้ชาวบ้านใน อ.แม่ทา จ.ลำพูน พากันออกหาเห็ดถอบบนดอยมาขาย สามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี ตกลิตรละ 250 บาท ในช่วงนี้ โดยเฉพาะแหล่งรวมเห็ดถอบบริเวณตลาดอุ๊ยทา ต.ทาสบเส้า อ.แม่ทา จ.ลำพูน มีลูกค้าที่ขับขี่รถผ่านไปมา บนถนนเชียงใหม่-ลำปาง ต่างพากันแวะตลาดซื้อเห็ดถอบกันเนืองแน่น รถจอดข้างทางยาวเหยียด

ขณะเดียวกัน ทั้ง 2 ฟากถนน ทั้งขามุ่งหน้าสู่ตัวเมืองลำพูน และขาออก สู่ จ.ลำปาง เขต ต.ทาปลาดุก อ.แม่ทา แม่ค้าได้นำเห็ดถอบ มาวางขายกันทุกวันสามารถขายได้ราคาดี ตกลิตรละ ตั้งแต่ 150 – 250 บาทแล้วแต่ขนาดของลิตรหรือกระป๋องที่ใช้ตักตวงนางสุข มหาพรหม แม่ค้าขายเห็ดถอบ กล่าวว่า ทุกวันตนจะไปรับซื้อเห็ดถอบที่เพิ่งออกได้ประมาณ 1 สัปดาห์มาวางขายริมถนนเพื่อให้ลูกค้าที่เลิกงานซื้อไปรับประทาน ขายดิบขายดี ส่วนราคานั้นจะตกอยู่ที่ ลิตรเล็ก 150 บาท ลิตรใหญ่ 250 บาท ซึ่งขณะนี้เห็ดจะมีความนุ่มหอมอร่อย เนื่องจากเพิ่งออกใหม่จากดอย แต่หลังจากนี้ไปก็จะแก่บ้างตามช่วงอายุที่มันออก ข้างในจะดำ เหนียวบ้าง แต่จะแนะนำให้หาซื้อกินในช่วงนี้เพราะเห็ดถอบจะอ่อน เนื้อข้างในขาว จึงมีรสชาติที่อร่อย

13364668871336466897l

ส่วนที่ จ.พะเยา หลังจากมีฝนตกลงมา ชาวบ้านได้ออกจับเค่า (ชื่อเฉพาะถิ่น) อึ่ง กบ ออกขายได้ราคาดี และ 1 ปีมีเพียงครั้งเดียว โดยบรรยากาศตามตลาดสดเช้าทั้งในเมืองและตามชุมชนหมู่บ้านมีแม่ค้าพากันเอาเค่าและอึ่งที่จับได้นำมาวางขายโดยใส่ภาชนะและถุงพลาสติก แบ่งเป็นถุงวางขายร้องโอ๊บๆ อ๊อบๆ เป็นที่สนใจซื้อไปประกอบอาหาร เพราะใน 1 ปีจะมีเพียง 1 ครั้ง โดยเค่า มีรสชาติอร่อยโดยเฉพาะตัวเมียจะมีไข่เต็มท้อง และราคาแพงกว่าตัวผู้ ส่วนอึ่งอ่างนั้น รสชาติใกล้เคียงเค่า แล้วแต่คนจะชอบ ราคาซื้อขาย เค่า จะขายเป็นคู่ๆ ตัวเมียคู่ละ 50-80 บาท ส่วนตัวผู้คู่ละ 20-40 บาท ส่วนอึ่ง ราคาใกล้เคียงกันทั้งนี้ เค่าและอึ่งปกติจะไม่มีให้เห็น จะเก็บตัวในรูตามท้องไร่ท้องนาป่าเขา เป็นปีๆ พอถึงช่วงเข้าฤดูฝนหรือฝนตก ทั้งเค่าและอึ่งจะพากันออกมาจากรูส่งเสียงร้องเพื่อเรียกหาคู่เพื่อผสมพันธุ์กันตามวงจรชีวิต และให้คนได้จับมากินมาขายกันทุกปี โดยเฉพาะคนภาคเหนือ นิยมซื้อหรือจับมาทำเป็นอาหารเมนูเด็ดแกงเค่า แกงอึ่ง.

ที่มา>>>Thairath