Toyota VITZ ปรับปรุงใหม่ ครั้งแรกกับเครื่องยนต์ Hybrid

Toyota VITZ ปรับปรุงใหม่ ครั้งแรกกับเครื่องยนต์ Hybrid     ในวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา บริษัท Toyota Motor ได้ออกมาประกาศถึงการเปิดตัว VITZ รุ่นปรับปรุงใหม่กับเครื่องยนต์ Hybrid

     VITZ ในสเปกยุโรปได้มีการใช้เครื่องยนต์แบบ Hybrid มาอยู่แล้ว แต่ในส่วนของสเปกภายในประเทศญี่ปุ่นนั้น ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกกับเครื่องยนต์ Hybrid103     สำหรับระบบ Hybrid นั้นจะเป็นเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ โดยให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 11.3 kgm ส่วนของมอเตอร์ให้แรงม้าสูงสุด 61 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 17.2 kgm แล้วเมื่อขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ร่วมกับมอเตอร์จะให้กำลังแรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า ซึ่งในจุดนี้ได้มีการปรับปรุงระบบการจัดการของเครื่องยนต์ มอเตอร์ และอินเวอเตอร์102     ส่วนของแบตเตอรี่สำหรับ Hybrid ใช้เป็นแบบ Nickel-Metal Hydride มีการติดตั้งอยู่บริเวณด้านใต้ของเบาะที่นั่งด้านหลัง ดังนั้นจึงรับประกันในเรื่องของพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์แบบ Hybrid หรือธรรมดาก็มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายกว้างไม่ต่างกัน104     ส่วนของอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน JC08 Mode ก็ถือว่าอยู่ระดับที่ดีด้วยตัวเลขที่ทำได้ 34.4 km/l ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มรถยนต์ที่ได้รับส่วนลดของภาษีลง โดยเป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยมลพิษลดลง 75% ของปี 2005 และในปี 2020 ที่จะดีกว่ามาตรฐานอีก 20%


“สำหรับชาวอ่างทอง ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ อ่างทอง ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO อ่างทอง ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

5 วิธีที่คนรวยคิด เขาคิดอย่างไร ทำไมถึงรวยเป็นกอบเป็นกำ

5 วิธีที่คนรวยคิด เขาคิดอย่างไร ทำไมถึงรวยเป็นกอบเป็นกำมันไม่ใช่แค่ยอดคงเหลือในบัญชีธนาคารเท่านั้น ที่เป็นตัวแบ่งแยกคนชนชั้นกลางกับคนที่ร่ำรวย แต่สิ่งที่แยกคนชนชั้นกลางออกจากคนรวยด้วยก็คือ ความคิดที่แตกต่างกันในเรื่องของเงิน วิธีที่คุณคิด และสิ่งที่คุณเชื่อเกี่ยวกับเงิน วันนี้ MoneyGuru.co.th จะพาไปดูวิธีที่คนรวยคิดกันค่ะ ว่าเขาคิดอย่างไร ทำไมถึงทำให้พวกเขาร่ำรวยกันเป็นกอบเป็นกำขนาดนั้น!

พวกเขาบอกว่าตัวเองไม่มีปัญหาเรื่องเงิน

คนที่ร่ำรวยมักบอกกับตัวเองว่าพวกเขาไม่มีปัญหาเรื่องเงิน แม้ว่าพวกเขาจะมีปัญหาเรื่องเงินจริง ๆ ก็ตาม นอกจากนี้คนที่ร่ำรวยยังไม่กลัวที่จะเอาเงินของตัวเองไปลงทุนอีกด้วย อีกทั้งคนรวยรู้ว่าไม่ควรที่จะละลายเงินไปกับบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สำคัญ และที่คนรวยมักบอกกับตัวเองว่าไม่มีปัญหาเรื่องเงิน นั่นก็เพราะเขารู้อยู่เสมอว่าเงินของพวกเขาจะไปอยู่กับการลงทุน เพื่อที่จะทำให้การลงทุนเหล่านั้นทำกำไรให้พวกเขา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เงิน การ์ตูน

พวกเขาตั้งความคาดหวังสูง

ในขณะที่คนชนชั้นกลางมักจะกำหนดความคาดหวังทางการเงินของพวกเขาต่ำ เพื่อให้พวกเขาไม่ผิดหวังหากไม่ได้อย่างที่ใจคิด แต่คนรวยมักตั้งความหวังเรื่องการเงินไว้สูง ซึ่งเมื่อพวกเขาตั้งความคาดหวังทางการเงินไว้สูงแล้ว พวกเขาก็มักจะกำหนดเป้าหมาย และเริ่มมองหาวิธีการที่พวกเขาจะได้รับเงินตามที่พวกเขาคาดหวังนั่นเองค่ะ

พวกเขาคิดว่าการทำเงินเป็นเกม

คนที่รวยคิดว่าธุรกิจ ชีวิต และรายได้เป็นเกม และมันเป็นเกมที่พวกเขาจะต้องชนะด้วย นี่คือเหตุผลที่เศรษฐียังคงออกไปทำงานทุกวัน เพื่อไล่ตามความสำเร็จของพวกเขาต่อไป การ “เล่นเกม” ของพวกเขาผลักดันให้พวกเขาเพิ่มระดับของความคาดหวัง พวกเขาจะตื่นเต้นอย่างมาก หากพวกเขาทำงานและอื่น ๆ ที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เงิน การ์ตูน

พวกเขาเห็นว่าเงินเป็นเพื่อน

คนที่รวยมักจะคิดว่าเงินคือหนึ่งในพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขา พวกเขาคิดว่าเงินคือเพื่อนที่มีอำนาจมากที่สุด อีกทั้งคนที่ร่ำรวยยังเชื่อว่าเงินจะสามารถแก้ปัญหา และซื้อความสงบของจิตใจได้ ในขณะที่คนชนชั้นกลางจะเห็นว่าเงินเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายที่ไม่มีที่สิ้นสุด และเห็นว่าเงินเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่จะต้องทนกับมัน

พวกเขาปิดกั้นความกลัว

คนที่ร่ำรวยมักคิดว่าความกลัวไม่มีอยู่จริง คนรวยมักจะคิดว่าทุก ๆ สิ่งในโลกย่อมเป็นไปได้สำหรับพวกเขาเสมอ ทุก ๆ ความฝันของพวกเขาอาจจะดูเหมือนบ้าคลั่งก็จริง แต่เชื่อไหมว่าพวกเขาสามารถทำได้ ดังนั้นในการดำเนินงานคุณจะต้องออกจาก comfort zone ของคุณเสียก่อน นักคิดระดับโลกได้เรียนรู้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าการจะเป็นเศรษฐีมันไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ดังนั้นเราต้องปิดกั้นความกลัวของเราให้ได้เสียก่อนค่ะ

การจะเป็นคนรวยไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพียงแค่เราคิดให้แตกต่างก็เท่านั้นค่ะ และหากคุณต้องการอ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเงิน บัตรเครดิต รถยนต์ และประกันรถยนต์ คุณสามารถกด Subscribe ทีนี่ได้เลยค่ะ MoneyGuru.co.th จะส่งสาระความรู้ดี ๆ แบบนี้ตรงถึงอีเมลของคุณทุก ๆ สัปดาห์

ที่มา>>>Sanook

10 ไอเท็มที่ควรมีไว้ติดรถ รับรองว่าต้องได้ใช้แน่นอน..!

10 ไอเท็มที่ควรมีไว้ติดรถ รับรองว่าต้องได้ใช้แน่นอน..!     คนใช้รถทุกวันคงรู้ดีว่า การขับรถไปสถานที่ไกลๆ หรือที่ที่ไม่คุ้นเคย อาจต้องพบเจอกับอุบัติเหตุหรือปัญหาที่ไม่คาดคิดล่วงหน้าได้ ดังนั้น จึงขอแนะนำ 10 ไอเท็มที่ควรมีไว้ติดรถ รับรองว่ามีประโยชน์มหาศาลเมื่อถึงยามจำเป็น

1.กรมธรรม์ประกันภัย-พ.ร.บ.

     ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า ทุกครั้งที่ต่อประกันรถยนต์หรือพ.ร.บ. คุณได้เก็บเอกสารสำคัญต่างๆเหล่านั้นไว้ในรถเรียบร้อยแล้ว เพราะยามเกิดอุบัติเหตุจริง คุณจำเป็นต้องใช้เอกสารเหล่านี้เพื่อประโยชน์ในการเคลมประกัน หรือแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

2.คู่มือรถยนต์

     แม้ว่าคุณจะขับรถจนเชี่ยวชาญแล้ว แต่รถรุ่นใหม่ๆ มักมีฟังก์ชั่นเพิ่มขึ้นเสมอ ดังนั้น จึงควรติดเล่มคู่มือรถยนต์เอาไว้ในรถเสมอ เผื่อกรณีที่ใช้งานอุปกรณ์ใดไม่เป็น หรือรถยนต์มีอาการประหลาดที่ไม่เคยเจอมาก่อน จะได้นำคู่มือมาอ้างอิงได้ รวมถึงเป็นประโยชน์ในกรณีต้องนำรถเข้าอู่นอก ที่ช่างอาจไม่มีความรู้ความเข้าใจในสเป็คของรถแต่ละรุ่น

3.ชุดปฐมพยายาลเบื้องต้น

     ในรถยุโรปหรูแทบทุกคันจะถูกติดตั้งชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นมาให้ ซึ่งภายในกล่องจะประกอบด้วย กรรไกร, ผ้าก็อซ, พลาสเตอร์ปิดแผล, ยาทำแผล เป็นต้น ซึ่งรถญี่ปุ่นที่ไม่มีอุปกรณ์เหล่านี้มาให้ สามารถหาซื้อแบบชุดสำเร็จรูปติดท้ายรถไว้ได้เช่นกัน จะซ่อนไว้กับยางอะไหล่ก็ดี

4.ชุดปะยางฉุกเฉิน

     แม้ว่ารถทุกคันจะมียางอะไหล่ หรือ ติดตั้งยางแบบรันแฟลตมาให้อยู่แล้ว แต่บางครั้งจะสะดวกกว่าถ้ามีชุดปะยางฉุกเฉิน เพราะสามารถซ่อมยางได้อย่างรวดเร็ว และไม่ต้องใช้แรงถอด-ยกล้อให้วุ่นวาย แต่อย่าลืมว่าต้องมีชุดปั๊มลมสำหรับเติมลมยางติดไว้ด้วยนะครับ

5.สายชาร์จโทรศัพท์มือถือ

เมื่อโทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ สายชาร์จมือถือก็เช่นเดียวกัน การเสียบสายชาร์จผ่านพอร์ต USB สามารถทำได้ แต่อาจช้ากว่าการชาร์จด้วยปลั๊กไฟบ้านมาก ทางที่ดีควรใช้หัวชาร์จแบบเสียบปลั๊ก 12 โวลต์ จะช่วยให้แบตเตอรี่เต็มเร็วขึ้น100

6.ลูกอม-น้ำดื่ม

     ใครที่ใช้รถเดินทางไกลเป็นประจำ ควรพกลูกอมและน้ำดื่มติดรถไว้ด้วย จะพอช่วยให้หายจากอาการง่วงซึมได้บ้าง ซึ่งน้ำดื่มยังมีประโยชน์ในกรณีฉุกเฉิน เช่น หม้อน้ำแห้ง, น้ำล้างกระจกหมด เป็นต้น

7.ป้ายสะท้อนแสง-เสื้อสะท้อนแสง

     ป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสงเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาให้ในรถยุโรปหลายรุ่น ใช้ในกรณีที่รถเสียหรืออุบัติเหตุยามค่ำคืน ป้ายดังกล่าวจะช่วยสะท้อนแสงเพื่อเตือนรถที่วิ่งมาด้านหลังได้ และจะดีกว่านั้นหากมีเสื้อกั๊กสะท้อนแสงติดรถไว้เพื่อสวมใส่ด้วย จะช่วยให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

8.สายพ่วงแบตเตอรี่

     แบตเตอรี่รถส่วนใหญ่จะมีอายุการใช้งานประมาณ 1-2 ปีแล้วแต่รุ่นรถ บางครั้งอาจไม่รู้ล่วงหน้าด้วยซ้ำว่าแบตอ่อนเกินไปที่จะสตาร์ทเครื่องยนต์ ดังนั้น จึงควรติดสายพ่วงแบตเตอรี่ไว้อยู่เสมอ ถึงแม้ว่าจะไม่ต้องใช้เอง ก็ยังสามารถใช้เพื่อช่วยเหลือรถคันอื่นได้ด้วย

9.สายลากรถ

     สายลากรถเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ควรมีไว้ติดรถ โดยเฉพาะรถเก่าที่มีปัญหาจุกจิกบ่อยครั้ง

10.ทิชชู่-ทิชชู่เปียก

     ชีวิตประจำวันของเราต้องใช้กระดาษทิชชู่ทุกวันอยู่แล้ว ดังนั้น จึงควรมีสิ่งนี้ติดรถไว้ด้วย รับรองว่าต้องได้ใช้อย่างแน่นอน

ที่มา>>>Sanook

คลิประทึก! ลุงขี่จยย.ปาดหน้ารถเจอชนเต็มๆ ร่างกระเด็น-นอนนิ่งไม่ขยับ

โลกโซเชียลแชร์คลิปอุบัติเหตุอันเกิดจากความประมาทของผู้ใช้ยานพาหนะ เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา รถยนต์คันหนึ่งพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่ปาดหน้าจนคนขับกระเด็นไปไกล อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตยังถกเถียงว่า กรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ ฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดและฝ่ายถูกกันแน่

669

ที่มา>>>ข่าวสด

แท็กซี่พุ่งชนเวสป้าไฟลุกวอด ลูกตำรวจแผลฉกรรจ์ดับคาที่-พ่อเห็นศพสุดเศร้า

เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 2 ส.ค. ร.ต.อ.ไพโรจน์ คล้ายสุวรรณ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์จนเกิดประกายไฟลุกไหม้ และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณสี่แยกเชิงสะพานเอกาทศรถ (ฝั่งตะวันออก) ถนนราเมศวร ตัดกับ ถนนพุทธบูชา ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก หลังรับแจ้ง จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ พร้อมประสานรถน้ำจากเทศบาลนครพิษณุโลก จำนวน 1 คัน ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้รถจักรยานยนต์สกู๊ตเตอร์ ยี่ห้อเวสป้า ทะเบียน ขมฉ-93 พิษณุโลก เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันฉีดน้ำประมาณ 20 นาที เพลิงจึงสงบลง ส่วนรถได้รับความเสียหาย ถูกไฟไหม้ทั้งคันจนเหลือแต่ซาก ใกล้กันพบรถยนต์แท็กซี่ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีน้ำเงิน–เหลือง ทะเบียน ทข-51 พิษณุโลก จอดแน่นิ่งอยู่ สภาพมีร่องรอยเฉี่ยวชนที่ฝากระโปรงหน้าจนยุบ หม้อน้ำแตก นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบในที่เกิด บริเวณริมฟุตปาธหน้าร้านเสบียงบุญ ตั้งอยู่เลขที่ 138-139 ถ.พุทธบูชา ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก ยังพบศพผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ คือ นายณัฐพงษ์ คุ้มภัย อายุ 23 ปี อยู่หมู่ 1 ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก สภาพศพสวมเสื้อแขนสั้นสีน้ำตาล นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ นอนหงายจมกองเลือดและมีบาดแผลฉกรรจ์ที่บริเวณใบหน้า ในเวลาต่อมามี ร.ต.ต.ภาณุพงศ์ คุ้มภัย รอง สวป. สภ.เมืองพิษณุโลก บิดาของผู้เสียชีวิต หลังทราบข่าวได้เดินทางมาดูศพบุตรชายด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ส่วนคนขับรถแท็กซี่ ทราบชื่อ คือ นายศราวุฒิ แสงจันทร์ ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายณัฐพงษ์ คุ้มภัย ผู้เสียชีวิต ได้ขี่รถเวสป้ากลับมาจากบ้านเพื่อน และกำลังเดินทางมุ่งหน้ากลับบ้านพัก แต่ระหว่างทางขี่มาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นสี่แยกเชิงสะพานเอกาทศรถ มีรถยนต์แท็กซี่ขับลงมาจากสะพานด้วยความเร็ว จนเป็นเหตุทำให้พุ่งชนกันอย่างจัง ส่งผลให้ร่างของนายณัฐพงษ์กระเด็นไปกระแทกกับกระถางต้นไม้ริมฟุตปาธจนเสียชีวิตคาที่

ส่วนรถเวสป้าไถลครูดไปกับพื้นถนนห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20 เมตร จนเกิดประกายไฟลุกไหม้ดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้านเสบียงบุญ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดีดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนศพของผู้เสียชีวิตได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยส่งนิติเวชโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อผ่าชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนมอบให้ญาติรับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เก๋งซิ่งเสยท้ายรถพ่วงถนนมิตรภาพ หนุ่มวัย 23 ดับโชเฟอร์คู่กรณีเผ่นหนีกลางสายฝน

 เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ร.ต.อ.สรวิศิษฐ์ มีเพียร รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองหนองคาย รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายรถบรรทุก และมีผู้ติดภายในบริเวณถนนมิตรภาพขาเข้า กม.9 หน้าศูนย์ วอลโว่ หนองสองห้อง จึงได้ประสานไปยังกู้ภัยประจักษ์หนองคาย และกู้ภัยประจักษ์สองห้อง พร้อมรุดไปตรวจสอบ
 เมื่อมาถึงที่เกิด ซึ่งฝนกำลังตกลงมาอย่างหนัก พบยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน กจ6136 หนองคาย สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน และมีไฟลุกไหม้ ก่อนที่ฝนที่ตกลงมาจะช่วยดับไฟ  มีนายชัยวัฒน์ วรโภชน์ อายุ 23 ปี เลขที่ 56 หมู่ 8 ต.สระใคร อ.สระใคร จ.หนองคาย เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยประจักษ์หนองคาย ต้องใช้เครื่องตัดถ่างตัดประตูแล้วนำตัวนายชัยวัฒน์ส่งโรงพยาบาลหนองคาย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ห่างจากรถของนายชัยวัฒน์ไปประมาณ 200 เมตร พบรถบรรทุกพ่วงยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 83-7389 อุดรธานี และตัวพ่วง หมายเลขทะเบียน 83-7390 อุดรธานี คนขับจอดรถทิ้งไว้ก่อนหลบหนี ใกล้กันยังพบรถกระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า วีโก้ สีทอง หมายเลขทะเบียน บว 9664 ระยอง ที่ได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้าเล็กน้อย
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ได้ยินเสียงเหมือนรถชนกัน ตนกับเพื่อนจึงออกมาดูพบรถยนต์ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง มีไฟกำลังลุกไหม้ จึงนำถังดับเพลิงออกมาฉีดช่วยดับไฟ  ประกอบกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ไฟที่ลุกไหม้ดับไม่ลุกลาม ตาวจดูพบมีคนติดอยู่ภายในตนช่วยออกมาไม่ได้ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง และสายด่วน 1669 ให้ออกมาช่วยเหลือ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่ารถยนต์คันดังกล่าวได้ชนท้ายรถพ่วงที่อยู่ด้านหน้า จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และทำให้ล้อของรถพ่วงหลุดออกมา เป็นจังหวะเดียวกันกับรถกระบะวีโก้ที่วิ่งตามมาอีกคันชนกับยางรถพ่วงที่หลุดออกมา ได้รับความเสียหายเล็กน้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามคนขับรถบรรทุกพ่วงมาสอบปากคำ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

พบแล้วสาว 16 ป่วยอัลไซเมอร์! หายจากนครสวรรค์ 7 วันไปโผล่ขอนแก่น

พบแล้วสาวรุ่นวัย 16 ป่วยโรคอัลไซเมอร์หายออกจากรพ.ที่นครสวรรค์ ขณะมาเฝ้าแม่ฟอกไต พ่อแม่ออกเดินเท้าตามหาทั่วเมือง ผ่านไป 1 สัปดาห์ ตร.ขอนแก่นเจอตัวเด็ก ต่อสายให้คุยกับพ่อ พร้อมส่งรูปทางไลน์ ยืนยันเป็นลูกสาวจริง รีบเดินทางไปรับตัว

ภายหลังจากที่ น.ส.อำพาภรณ์ มังคละมี หรือ น้องน้ำ อายุ 16 ปี หายตัวออกจากโรงพยาบาลรวมแพทย์ที่มาเฝ้า นางเสาวนี มังคละมี แม่ที่มาฟอกไต แต่น้องน้ำซึ่งมีอาการป่วยโรคอัลไซเมอร์ ได้ลุกออกเดินมาจากที่นั่งรอแม่ในช่วงเวลา 10.20 น. วันที่ 1 มิ.ย.59 ที่ผ่านมา ทำให้ทั้งพ่อแม่ คือ นายสมศักดิ์และนางเสาวนี มังคละมี ออกเดินเท้าตามหาลูกสาวอยู่ในเขตตลาดเทศบาลนครนครสวรรค์มานานร่วม 1 อาทิตย์

ต่อมา ช่วงเช้าวันที่ 7 มิ.ย.59 นายสมศักดิ์และนางเสาวนี ได้รับข่าวดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพบตัว น.ส.อำพาภรณ์ มังคละมี หรือ น้องน้ำ แล้วอยู่ที่อำเภอเมือง จ.ขอนแก่น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ต่อสายให้นายสมศักดิ์ได้พูดคุยกับลูก ซึ่งนายสมศักดิ์ยืนยันว่าเป็นน้องน้ำจริง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จ.ขอนแก่นได้ส่งรูปทางไลน์มาให้ดูเพื่อยืนยันด้วยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ขอเปิดเผยข้อมูลอะไรจนกว่าจะได้พูดคุยกับน้องน้ำว่า เดินทางไป จ.ขอนแก่นได้อย่างไร พร้อมกับจะให้แพทย์ตรวจร่างกายของน้องน้ำด้วย

พ.ต.อ.อำนวย โฉมฉาย ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ เผยว่า ได้จัดรถยนต์เพื่อนำทั้งพ่อและแม่ไปรับตัวน้องน้ำที่ สภ.เมืองขอนแก่น ในช่วงบ่ายนี้ คาดว่าไม่เกิน 4 โมงเย็นพ่อแม่ลูกจะได้เจอกันแน่นอน

ด้าน นายสมศักดิ์ ได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในการติดตามหาตัวน้องน้ำ เพราะว่าลูกสาวต้องกินยารักษาอาการโรคอัลไซเมอร์ ทุก 6 ชั่วโมง ส่วนเรื่องคดีความคงต้องให้เป็นไปตามกฎหมาย อยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ขอนแก่น ว่า เวลา 11.30 น. วันที่ 7  มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจของ สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากพลเมืองดีว่า พบเด็กผู้หญิงที่มีหน้าตาคล้ายกับ น.ส.น้ำ เด็กสาวที่หายตัวไปจาก จ.นครสวรรค์ จึงได้ออกไปตรวจสอบ พบพลเมืองดีคนดังกล่าวกำลังให้ น.ส.น้ำ รับประทานข้าวกล่องอยู่ภายในสวนรัชดา ถนนประชาสโมสร ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น จึงได้พาตัวมาที่ สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อรอพ่อแม่มารับ

น.ส.น้ำ บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้เดินทางด้วยรถโดยสาร จากหน้าโรงพยาบาล ใน จ.นครสวรรค์ มาลงที่ จ.ขอนแก่น โดยมีเงินติดตัวมา 1,500 บาท เพื่อตามหาเพื่อนที่เป็นทหารในขอนแก่น แต่ไม่ทราบว่าเป็นทหารที่ค่ายไหน ขณะเดียวกันก็มีการพูดจาสับสน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดต่อไปยังพ่อกับแม่ของ น.ส.น้ำ เพื่อให้มารับตัวกลับบ้าน ซึ่งขณะนี้ น.ส.น้ำ ปลอดภัย ไม่มีอาการหวาดกลัวแต่อย่างใด บอกเพียงว่าอยากตามหาเพื่อนที่เป็นทหารเท่านั้น

ขณะที่ พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า จากการสอบถาม น.ส.น้ำ บอกว่ามาที่ขอนแก่นเองไม่มีใครลักพาตัว แต่เบื้องต้นยังพูดจาวกวนสับสน อาจเป็นเพราะอาการโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งได้ประสานกลับไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อแจ้งพ่อแม่เด็กมารับตัวแล้ว.

ที่มา>>>Thairath

หักหลบหมา! หนุ่มควบปิกอัพตกถนน ชนต้นไม้-เมียตาย เจ็บอีก 9

syds][

(เครดิตภาพ จากมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์)

หนุ่มแรงงานต่างด้าว ขับปิกอัพพาเมียคนไทย พร้อมลูก 2 คน  มีเพื่อนแรงงานอีก 7 คน นั่งกระบะหลัง จากสมุทรสาครมุ่งหน้าสังขละบุรี ระหว่างทางมีสุนัขวิ่งตัดหน้าหักหลบจนรถตกถนนชนต้นไม้ เมียตาย ที่เหลือบาดเจ็บ 9 คน…

วันที่ 16 มี.ค.59 พ.ต.ท.ชูวิทย์ เจริญนาค รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ว่า เกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ ตอนครึ่ง สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บบ 2953 นนทบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนถนนเส้นทาง 323 สายกาญจนบุรี-ไทรโยค หมู่ 4 ต.หนองบัว อ.เมืองกาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ในสถาพเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ได้ช่วยกันลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 10 คน นำส่ง รพ.พหลพลพยุหเสนาฯ ทราบชื่อผู้บาดเจ็บรายแรกคือ น.ส.อ้อย เจริญศิริโสภิต อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 หมู่ 2 จ.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสและเสียชีวิตลงที่โรงพยาบาล รายที่ 2 ด.ญ.จันทนา เจริญศิริโสภิต อายุ 12 ปี รายที่ 3 ด.ญ.นันทิดา เจริญศิริโสภิต อายุ 1 ขวบ ทั้งสองคนเป็นลูกสาวของ น.ส.อ้อย ส่วนอีก 7 ราย เป็นแรงงานต่างด้าวมีหนังสือเดินทางถูกต้อง แพทย์รับตัวไว้รักษา

หักหลบ

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนนายตุลา อายุ 31 ปี แรงงานต่างด้าวที่มีหนังสือเดินทาง เป็นสามีของ น.ส.อ้อย และเป็นคนขับรถคันดังกล่าว ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนพร้อมด้วยภรรยาและลูกสาว 2 คน ขับรถยนต์เดินทางมาจาก จ.สมุทรสาคร เพื่อนำแรงงานต่างด้าวกลับบ้านที่ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี มาถึงที่เกิดเหตุอยู่ๆ ก็มีสุนัขวิ่งข้ามถนนตัดหน้าอย่างกระชั้นชิด ตนตกใจหักพวงมาลัยหลบ ทำให้รถเสียหลักตกถนนพุ่งชนต้นไม้ จนนางอ้อย ภรรยาเสียชีวิตในที่สุด ส่วนแรงงานต่างด้าวที่นั่งมาด้านหลังได้รับบาดเจ็บกันระนาว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่านายตุลา น่าจะประมาท ขับรถเร็ว จึงควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บต่อไป.

ที่มา>>>Thairath