ตายสามวัน!! ศพซุกใต้ต้นไม้หนอนไต่ทั้งร่าง-ส่งกลิ่นคละคลุ้ง รถสภาพพังยับเยิน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 มิ.ย. ร.ต.อ.วัชระพันธ์ ไชยรัตน์ พงส.สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบศพคนนอนเสียชีวิตอยู่ใต้ต้นไม้ ริมถนนลพบุรีราเมศวร์ ฝั่งขาออกตัวเมืองหาดใหญ่ ใกล้คลองกำนัน หมู่ 10 ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงได้ไปตรวจสอบพร้อมด้วย แพทย์ รพ.สงขลานครินทร์ หาดใหญ่ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยท่งเซียเซี่ยงตึ๊งหาดใหญ่ ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนใต้ต้นกระถินใหญ่ พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ ทะเบียน ขธจ 550 สงขลา ของผู้ตายชนกับต้นไม้พังยับเยินอยู่ 1 คัน ข้างรถพบชายไทยไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 45-50 ปีผิวดำ รูปร่างท้วมใหญ่ ใส่กางเกงขายาวสีดำ เสื้อยืดลาย นอนคว่ำหน้าสภาพศพมีหนอนขึ้นเต็มไปหมดทั้งตัว คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ได้นำร่างส่ง รพ.สงขลานครินทร์ เพื่อให้แพทย์ชันสูตรศพอย่างละเอียดอีกครั้ง จากการสอบถามชาวบ้านละแวกใกล้เคียงไม่มีใครรู้จักหรือเคยเห็นผู้ตายมาก่อน เบื้องต้นได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ส่วนอุบัติเหตุครั้งนี้สันนิษฐานว่า ขณะเกิดเหตุผู้ตายกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านและระหว่างทางอาจถูกรถใหญ่เบียดเสียหลักตกข้างทาง ชนกับต้นไม้เสียชีวิตหรืออาจขับรถขณะมึนเมา ทำให้ขี่รถเสียหลักตกข้างทางพุ่งชนต้นไม้ดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

เวรกรรม!! อ้างอยากพาลูกๆไปเที่ยวสวนน้ำ 2 ผัวเมียงัดตู้บริจาควัด

สองผัวเมียที่บางปะหัน พาลูก 3 คนไปไหว้หลวงพ่อสังกัจจายน์ อยากได้เงินบริจาคในตู้บนวิหาร ก่อนจะลงมืองัดได้ไป 800 บาท ตำรวจตามรวบตัวได้ อ้างตกงานไม่มีเงิน และลูกๆ อยากไปเที่ยวสวนน้ำ เลยตัดสินใจก่อเหตุ…

จากกรณีคนร้ายสองสามีภรรยาขี่รถจักรยานยนต์พาลูกๆ 3 คน ทำทีเข้าวัดไหว้พระ ภายในวิหารหลวงพ่อสังกัจจายน์ วัดสีจำปา หมู่ 6 ต.ท่าช้าง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพ พบว่าภรรยาทดลองหยอดเหรียญลงไปในตู้บริจาค เพื่อเช็กดูว่า มีจำนวนเงินอยู่ในตู้บริจาคมากน้อยเพียงใด ขณะที่สามีสะพายกระเป๋าเป้สีดำ ซึ่งภายในมีอุปกรณ์ไขควงตรงไปนั่งที่ตู้บริจาคทำจากไม้

จากนั้น ภรรยาทำทีเป็นจุดธูปไหว้พระขอพรตามปกติ และลูกสาวลูกชาย ก็เดินเล่น วนเวียนอยู่ตรงที่เกิดเหตุ ประมาณ 10 นาทีจึงงัดตู้บริจาคสำเร็จ และโกยเงินที่อยู่ในตู้บริจาค ที่มีทั้งแบงก์และเหรียญ ใส่กระเป๋าเป้ได้ไปประมาณ 800 บาท ก่อนพากันเดินออกไปจากวิหาร ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 พ.ค.59 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพวงจรปิด ทราบตัวคนร้าย จึงได้ออกหมายจับสองสามีภรรยาล่าสุด วันที่ 2 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ. อนุสรณ์ กลิ่นขจร ผกก.สภ.บางปะหัน พ.ต.ท นิติธร ผิวแดง สว.สืบสวน สภ.บางปะหัน ร.ต. สมบัติ หาเรือนจักร หัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็ว ม.พัน 24 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ. ท่าช้าง ได้ร่วมกันจับกุม นายอ่ำ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี และภรรยาวัย 24 ปี สองสามีภรรยา ชาวบ้าน ต.บ้านม้า อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาตามหมายศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในข้อหาร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์ในเคหสถาน ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าสกู๊ปปี้ สีดำแดง หมายเลขทะเบียน 1 กช 3106 พระนครศรีอยุธยา คันที่ใช้ก่อเหตุ อยู่บริเวณถนนสาธารณะ หมู่ 2 ต.บ้านม้า อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ควบคุมตัวพาไปตรวจค้นที่บ้าน พบเสื้อผ้าและกระเป๋าเป้ที่ใช้ในวันที่เกิดเหตุ พร้อมอุปกรณ์งัดแงะ จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนนายอ่ำ ให้การว่า ตนเองและภรรยา มีอาชีพรับจ้างทั่วไป แต่มาระยะหลังไม่มีงานทำ จึงไม่มีเงินใช้ ในวันที่เกิดเหตุ ตั้งใจพาภรรยา พร้อมลูกสาว และลูกชายฝาแฝด ไปให้อาหารปลา ที่วัดสีจำปา เมื่อไปถึงที่วัด ภรรยาตั้งใจจะเข้าไปไหว้พระ และตนเองซึ่งไม่มีเงินใช้ ก็มองเห็นตู้บริจาค จึงเกิดความอยากได้เงิน เนื่องจากต้องการจะพาลูกไปเที่ยวสวนน้ำ เพราะลูกๆ อยากไปเที่ยว จึงตัดสินใจลงมือ โดยใช้มือดันฝาตู้บริจาคจนพังเสียหาย โกยเงินในตู้ไปจำนวน 800 บาท และให้การปฏิเสธ ว่า ภรรยาไม่มีสวนรู้เห็นแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้ทั้งหมด จึงได้ควบคุมตัวสองสามีภรรยาไว้ดำเนินคดีต่อไป

ต่อมาเวลา 09.30 น. วันที่ 2 มิ.ย. พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางมาสอบปากคำสองสามีภรรยาที่ สภ.ท่าช้าง อ.นครหลวง แล้วนำตัวไปทำแผนรับคำสารภาพที่วัดสีจำปา หมู่ 6 ต.ท่าช้าง ที่เกิดเหตุ.

ที่มา>>>Thairath

ดักยิงเฒ่าชุมพร ทะลุท้ายทอย ดับคาหน้าบ้าน คาดปมแค้นส่วนตัว

ดับแค้น!! ซุ่มพงหญ้าควักลูกซองกระหน่ำยิงเฒ่าวัย 65 ปี อดีตเคยพัวพันคดีชิงทรัพย์ดับคาหน้าบ้าน ตำรวจคาดปมแค้นส่วนตัว…

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 9 เม.ย. 59 ร.ต.อ.สมยศ อิ้ววังโส รอง สว.สอบสวน สภ.ละแม รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลสวนแตง อ.ละแม จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.สำราญ อุชุภาพ ผกก.สภ.ละแม พ.ต.ท.นวัชนันท์ ศิธราชู รอง ผกก.ป พ.ต.ท.อิทธิพัทธ์ กุลรัศมีชลากร สวป. พ.ต.ต.นพรัตน์ มาเมือง สารวัตรสอบสวน แพทย์โรงพยาบาลละแม ชุดสืบสวนและหน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปเขตอำเภอละแม โดยที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 32 หมู่ 1 ต.สวนแตง อ.ละแม จ.ชุมพร ติดกับถนนลูกรังในหมู่บ้านซึ่งเป็นที่เปลี่ยวและมืด พบศพนายอุทัย จันทร์ประดิษฐ์ อายุ 65 ปี เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว สภาพศพสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีแดง สวมกางเกงขาสั้นสีดำ นอนคว่ำหน้า ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่กลางหลัง 1 นัด และที่กกหูด้านขวาทะลุท้ายทอยจนกะโหลกเปิดเป็นแผลขนาดใหญ่ 1 นัด เสียชีวิตคาที่

ใกล้ๆ กับศพผู้ตายพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิกสีดำ หมายเลขทะเบียน คงธ 393 สุราษฎร์ธานี ล้มตะแคงอยู่ ตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบปลอกกระสุนลูกซองเบอร์ 12 ตกอยู่ 3 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายเคยถูกจับ และพัวพันคดีชิงทรัพย์เมื่อหลายปีก่อน ขณะเกิดเหตุผู้ตายได้ไปดูหนังตะลุงซึ่งอยู่ห่างจากบ้านผู้ตายประมาณ 1 กม. และกำลังกลับเข้าบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็ถูกคนร้ายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 2 คน ซึ่งซุ่มรออยู่ในพงหญ้าข้างทาง ใช้อาวุธปืนลูกซองกระหน่ำยิงผู้ตายจนเสียชีวิตดังกล่าว โดยมุ่งประเด็นความแค้นส่วนตัว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการสอบสวน.

ที่มา>>>Thairath