8 วิธีป้องกันโรคมะเร็งแสนง่าย ทำได้แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

8 วิธีป้องกันโรคมะเร็งแสนง่าย ทำได้แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

“มะเร็ง” แค่ชื่อก็ไม่อยากได้ยินแล้ว ทุกคนคงรู้ว่ามันร้ายแรงขนาดไหน น้อยคนที่จะมีชีวิตรอดหากตรวจพบ บางคนอาจตรวจเจอตอนเริ่มเป็นระยะแรกก็มีสิทธิ์ที่จะหายได้ แต่ยังไงเสียมันก็ทำลายสุขภาพจิตของเราไปไม่ใช่น้อย  Sanook! Health เลยรวบรวม 8วิธีป้องกันโรคมะเร็งมาให้อ่านกัน

1. เพิ่มโรสแมรี่และใบโหระพาในการหมักเนื้อสัตว์

หมักเนื้อเพื่อทำอาหารเมื่อไร ลองใส่โรสแมรี่และใบโหระพาลงไปด้วยสิ อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนปรุง เพราะในโรสแมรี่ และใบโหระพาเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระมากถึง 87% ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งได้

2. ดื่มน้ำเยอะๆ

การดื่มน้ำมากๆ ช่วยลดการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะได้ เพราะการรับน้ำในปริมาณที่เพียงพอจะทำให้สารก่อมะเร็งในปัสสาวะเจือจางลงและขับออกทางปัสสาวะ

3. รับประทานผักผลไม้สีเขียว

การทานผักผลไม้สีเขียวเข้มช่วยลดการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในผู้หญิงได้ เพราะในคลอโรฟิลล์จะมีแมกนีเซียมอยู่มาก ซึ่งแมกนีเซียมจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความผิดปกติในการแบ่งเซลล์ จนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง

4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันโรคอะไร ยังไงเสียการออกกำลังกายก็ช่วยได้เสมอ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ช่วยรักษาสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย ถ้าฮอร์โมนผิดปกติ ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นออกกำลังกายวันละ 30-45 นาที นอกจากจะช่วยป้องกันโรคแล้ว ยังทำให้ผ่อนคลายและสุขภาพดีอีกด้วย

5. รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

ควรรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะทางสมาคมมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกาพบว่า 20% ของผู้ชายและ 14 % ของผู้หญิงเสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั้งหมด เนื่องจากมีน้ำหนักเกินหรืออ้วนนั่นเอง ดังนั้นอย่าตามใจปากมากนักละ จะได้ห่างไกลโรคร้ายนี้

6. อย่าละเลยอาการเจ็บปวดต่างๆ

ถ้ารู้สึกมีอาการปวดบริเวณไหนมากๆ หรือบ่อยครั้ง ควรพบแพทย์โดยเร็ว อย่าปล่อยไว้ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนโรคร้ายจากร่างกายได้ สำหรับผู้หญิงหากมีอาการปวดบริเวณช่องท้องมาก และเป็นบ่อยครั้ง มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งรังไข่ได้

7. ลดการรับประทานอาหารเค็ม

ในที่นี้จะพูดถึงการทานเกลือ เกลือสามารถทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารของเราได้ หากได้รับเกิน  2400 มิลลิกรัมต่อวัน มีความเสี่ยงทำให้เกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้ ดังนั้นควรทานให้พอเหมาะ คนทานอาหารติดเค็มควรเปลี่ยนพฤติกรรมโดยเร็ว

8. รับประทานแคลเซียมให้มากขึ้น

นอกจากแคลเซียมจะช่วยให้กระดูกแข็งแรงแล้ว มีงานวิจัยพบว่ากลุ่มที่ทานแคลเซียมติดต่อกันเป็นเวลา 4 ปี อัตราการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ลดลง 36% อาหารที่มีแคลเซียมและหาซื้อได้ง่ายมีมากมาย เช่น นม และโยเกิร์ต นั่นเอง

ที่มา>>>Sanook

10 วิธีเลิกบุหรี่ด้วยตัวเอง ง่ายๆ แบบนี้ใครๆ ก็ทำได้

10 วิธีเลิกบุหรี่ด้วยตัวเอง ง่ายๆ แบบนี้ใครๆ ก็ทำได้

เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. 2559 เราเชื่อว่าทุกคนทราบดีกันอยู่แล้วว่าโทษของบุหรี่มีอะไรบ้าง นอกจากปอดพังแล้วยังทำลายอวัยวะส่วนอื่นๆ ในร่างกาย เช่นหลอดเลือด ดวงตา เลยไปจนถึงเป็นสาเหตุของมะเร็งอีกด้วย เพราะฉะนั้นใครที่คิดอยากเลิกบุหรี่ คุณคิดถูกแล้วค่ะ เลิกบุหรี่ด้วยตัวเองอย่างไรให้ได้ผล รับรองไม่ยาก ทำตามนี้เลย

showimage_from_db

1. สร้างแรงจูงใจให้ชัดเจน จะเขียนแปะเอาไว้ในห้อง หน้าประตู หน้ากระจก หรือที่ไหนก็ได้ ว่าเราจะเลิกบุหรี่เพื่ออะไร เพื่อคนรัก เพื่อลูก เพื่อครอบครัว เพื่อสุขภาพของตัวเอง หรือแม้กระทั่งเพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

2. ขอคำปรึกษาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นจากแพทย์โดยตรง โทร Quit Line 1600 สถาบันธัญญารักษ์ หรือคลิกนิกเลิกบุหรี่ตามโรงพยาบาลทั่วไป

3. กำหนดเวลาในการเลิกบุหรี่ที่แน่นอน กางปฏิทินขึ้นมา เอาปากกาวงไว้เลย วันนี้จะต้องเป็นวันเลิกบุหรี่วันแรก นับไป 3 เดือน ต้องไม่หยิบบุหรี่ขึ้นมาอีกเด็ดขาด เป็นต้น

4. ขนอุปกรณ์ในการสูบบุหรี่เอามาทิ้งให้หมด อย่าให้เหลือ และนำขนมคบเคี้ยวที่แก้อยากบุหรี่เอาไว้ใกล้ๆ ตัว เช่น หมากฝรั่ง ลูกอม ผลไม้ เป็นต้น

5. ไม่อยู่ใกล้คนสูบบุหรี่ อันนี้สำคัญ หากเพื่อนๆ รอบตัวเรายังสูบบุหรี่ แล้วเราไปยืนข้างๆ มีโอกาสสูงที่เราจะเอาชนะความอยากไม่ได้ เหมือนลดน้ำหนักและเพื่อนลากไปกินบุฟเฟ่ต์นั่นแหละ

6. ไม่เคร่งเครียดจนเกินไป ทราบดีว่าของแบบนี้ต้องมีวินัย แต่อย่าหมกมุ่นเคร่งเครียดจนเกินไป แทนที่สมองจะคิดแต่เรื่องเลิกบุหรี่ ห้ามใจตัวเองไม่ให้อยากบุหรี่ เราเอาสมองไปคิดเรื่องอื่นดีกว่า ให้ลืมๆ เรื่องบุหรี่ไปเลยจะดีกว่า

7. หากิจกรรมอื่นๆ ทำทดแทน หากเวลาเดิมๆ ที่คุณเคยสูบบุหรี่มาถึง เช่น พักกลางวัน พักบ่าย พักช่วงเย็น ต้องเดินลงไปสูบสักมวน ให้เอาเวลาช่วงนั้นไปทำอย่างอื่นแทน อาจจะออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ดูทีวี ฟังเพลง หรือทำกิจกรรมอะไรก้ได้ที่ตัวเองชอบ ฆ่าเวลาเหล่านั้นไป

8. ต้องใจแข็งให้ถึงที่สุด ไม่มีการหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบโดยเด็ดขาด หากคุณลดน้ำหนักไปได้ 5 กิโลกรัม แล้วจะให้รางวัลกับตัวเองด้วยไอศกรีมถ้วยเล็กๆ ถ้วยหนึ่ง แบบนี้ไม่ได้ผิดอะไร แต่สำหรับบุหรี่ ที่เปรียบเสมือนยาเสพติด เลิกแล้ว ห้ามกลับไปลองโดยเด็ดขาด มวนเดียว ดูดซู้ดเดียว ก็ไม่ได้

9. ดูแลสุขภาพตามหลักง่ายๆ 3 ข้อ 1) ทานอาหารที่มีประโยชน์ 2) ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 3) พักผ่อนให้เพียงพอ หากทำได้ตามนี้ รับรองว่าสุขภาพของคุณ รูปร่างของคุณดีขึ้นทันตาเห็นแน่นอน แล้วคุณจะไม่อยากกลับไปทรมายตัวเองอีก เชื่อเถอะ

10. ทุกครั้งที่รู้สึกท้อ สู้ไม่ไหว แข็งใจไม่ได้ ความอยากครอบงำอย่างถึงที่สุด ให้กลับไปดู “แรงจูงใจ” ที่เราเขียนเอาไว้อีกครั้ง ว่าเราเลิกบุหรี่เพื่ออะไร เพื่อใคร แล้วตั้งต้นสู้ใหม่ กิจกรรมที่ทำเพื่อหนีห่างบุหรี่ก็ขอให้ทำติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ช่วงเวลาเดิมๆ ให้ติดเป็นนิสัย

e_abdghrxz1478

ที่มา>>>Sanook

เชียงราย ชาวบ้านห้วยเกี๋ยงสุดทน ถือป้ายประท้วง ไม่เอาบ่อขยะ

ชาวบ้านห้วยเกี๋ยง จ.เชียงราย สุดทน รวมตัวถือป้ายประท้วง ไม่เอาบ่อขยะเทศบาล เหตุส่งกลิ่นเหม็น มีสารพิษ ทำลายสุขภาพ ปชช. ด้าน จนท.ลงดูพื้นที่เร่งแก้ปัญหา คาดเสร็จภายในอาทิตย์นี้

วันที่ 11 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านห้วยเกี๋ยง ถือป้ายประท้วงบ่อขยะที่ส่งกลิ่นเหม็น จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่บ่อทิ้งขยะบ้านห้วยเกี๋ยง ม.8 ต.เวียง อ.เชียงแสน ซึ่งทางเทศบาลตำบลเวียงเชียงแสน และเทศบาลตำบลเวียง อ.เชียงแสน ขนขยะไปทิ้ง

ผู้สื่อข่าวได้พบกับ นายสุนทร ชายลาด ผญบ. ม.8 บ้านห้วยเกี๋ยง นายสมคิด จำนงค์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านห้วยเกี๋ยงที่เดือดร้อนกับกลิ่นเหม็นขยะ ต่างถือป้ายมีข้อความว่า “ชาวบ้านห้วยเกี๋ยงไม่เอาบ่อขยะ” “มีปัญหามากย้ายไปเลย” โดยต่างพากันส่งเสียงตะโกนดังลั่น โดยชาวบ้านได้ถือป้ายประท้วงได้ 20 นาที ก็แยกย้ายกันกลับ เพราะทนกลิ่นเหม็นเน่าของขยะไม่ได้ขยะจำนวนมาก ส่งกลิ่นเหม็น จนชาวบ้านห้วยเกี๋ยง เชียงราย จนไม่ไหว

นายสุนทร ผู้ใหญ่บ้านห้วยเกี๋ยง เผยว่า บ่อขยะแห่งนี้ มีเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ เป็นที่ น.ส.ล.(หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง) อยู่ในเขต ม.2 ต.เวียง อ.เชียงแสน แต่เป็นพื้นที่อยู่ในการดูแลของชาวบ้าน ม.8 บ้านห้วยเกี๋ยง ซึ่งได้จัดให้เป็นที่เทศบาลตำบลเวียง และเทศบาลตำบลเวียงเชียงแสน ใช้เป็นที่ทิ้งขยะ วันละไม่ต่ำกว่า 50 ตัน ซึ่งทางเทศบาลได้ขุดร่องแนวยาวเพื่อให้รถขยะมาเทขยะลงเพื่อฝังกลบ แต่ทุกวันนี้ขยะมีมาก การฝังกลบของเทศบาลก็ไม่มีมาตรฐาน จัดฝังกลบขยะไม่ทัน ส่งผลให้ขยะส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้าน ซึ่งจริงๆ แล้ว เนื้อที่กว้างขวางมาก แต่เทศบาลนำขยะมาทิ้งในบ่อขยะใกล้บ้านชาวบ้าน ช่วงไหนที่มีฝนตกลงมาขยะจะเน่า แมลงวันตอม และส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วหมู่บ้านห้วยเกี๋ยง ซึ่งทำลายสุขภาพจิตของชาวบ้าน และถึงขั้นล้มป่วยไปหลายราย อยากให้ย้ายบ่อขยะแห่งนี้ออกไปนอกพื้นที่ ให้อยู่ห่างไกลบ้านของชาวบ้าน เพราะทุกวันนี้ชาวบ้านห้วยเกี๋ยงกว่า 400 หลังคาเรือน ต้องสูดดมกลิ่นเหม็นที่มีสารพิษมานาน เสี่ยงกับการเป็นมะเร็งอีก

“หากหน่วยงานที่นำขยะมาทิ้งยังไม่มีการจัดการที่ดีให้กับชาวบ้าน ตนก็เกรงว่า ชาวบ้านจะลุกฮือปิดไม่ให้ทิ้งขยะบริเวณนี้ จะเดือดร้อนแน่” ผู้ใหญ่บ้านห้วยเกี๋ยง กล่าวทิ้งท้าย…สภาพบ่อขยะที่อยู่ใกล้ชุมชนมาก จนชาวบ้านได้รับผลกระทบ ทั้งกลิ่น เชื้อโรค แมลงวัน

ด้าน นายสมคิด จำนงค์ ตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ บอกว่า นอกจากชาวบ้านจะทนสูดดมกลิ่นเหม็นของขยะแล้ว ยังต้องเสี่ยงต่อเชื้อโรคจากแมลงวัน แม้จะทำการฝังกลบ แต่ก็เป็นการกำจัดที่ยังไม่ถูกวิธี ประกอบกับปริมาณขยะจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็จะเป็นปัญหาในอนาคตอีกอย่างแน่นอน หากทางเทศบาลยังไม่เข้าจัดการให้การฝังกลบดีกว่านี้

ขณะที่ นายชยกฤษณ์ นิสสัยสุข รักษาการนายกเทศมนตรีตำบลเวียงเชียงแสน หลังรู้ว่า มีชาวบ้านห้วยเกี๋ยงถือป้ายประท้วงบ่อขยะที่ส่งกลิ่นเหม็น ได้ออกไปตรวจบริเวณบ่อขยะร่วมกับ นายพินิจ แก้วจิตคงทอง นายอำเภอเชียงแสน พบว่า มีขยะกองอยู่จำนวนมาก และเศษถุงพลาสติกปลิวอยู่เต็มพื้นที่

นายชยกฤษณ์ ได้กล่าวว่า กองขยะจำนวนมาก ซึ่งทางเทศบาลตำบลเวียงเชียงแสน ได้ขุดดินเป็นร่องยาวจะทำการฝังกลบขยะให้เสร็จภายในอาทิตย์นี้ และจะระดมเก็บเศษถุงพลาสติกให้หมด เพื่อไม่ให้ส่งกลิ่นเหม็นกระทบกับชาวบ้านห้วยเกี๋ยงอีกเทศบาลเร่งขุดหลุมเพื่อแก้ปัญหา ขยะ

จากการสำรวจรอบบริเวณบ่อขยะ ผู้สื่อข่าวพบว่า บ่อขยะแห่งนี้อยู่ใกล้กับชุมชนมาก ห่างจากวัดบ้านห้วยเกี๋ยง เพียง 6-7 ร้อยเมตร และภายในบ่อขยะมีขยะกองใหญ่อยู่จำนวนมาก ยาวร่วม 200 เมตร ที่ยังไม่ได้ฝังกลบ ส่งกลิ่นเหม็นโชยตลอดเวลา.

ที่มา>>>Thairath