ช็อก!! ลูกเดินออกจากบ้านไปโรงเรียน เจอพ่อเป็นศพผูกกับต้นลองกอง

 เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 19 ส.ค. พ.ต.ท.สานิช หนูคง สว.(สอบสวน) สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจาก น.ส.รัศมี นันทะพรหม อายุ 39 ปีว่า สามีของตนได้ผูกคอตายใต้ต้นไม้ใกล้บ้าน ซ.หลังวัดท่าเรือ หมู่ 3 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จึงพร้อมด้วยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบต้นลองกองขนาดใหญ่สูงกว่าตึก 3 ชั้น ที่กิ่งมีเชือกไนล่อนสีขาวผูกติดอยู่ โดยมีร่องรอยการตัดจนเชือกขาด แต่ไม่พบร่างผู้เสียชีวิต ทราบจากญาติว่าได้ช่วยกันนำศพลงมาจากต้นไม้แล้ว จากนั้นได้นำศพไปไว้ที่โซฟาภายในบ้านพัก เพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาร่วมชันสูตร ทราบชื่อผู้ตาย คือ นายวิโรจน์ จัดสร้าง อายุ 43 ปี บริเวณลำคอมีรอยเขียวช้ำ สวมเสื้อโปโลสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ขาสามส่วนสีน้ำเงิน บริเวณใต้ต้นลองกอง ยังพบบันไดสแตนเลสวางอยู่ ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย สภาพศพเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ชม. นำศพส่ง รพ.ถลาง เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด สอบถาม น.ส.รัศมี ทราบว่า ผู้ตายทำงานเป็นกุ๊กของโรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต ก่อนเกิดเหตุ นายวิโรจน์ได้หายไปจากบ้านพัก จากนั้นลูกกำลังจะไปโรงเรียนและเดินออกจากบ้านพัก พบผู้ตายใช้เชือกไนล่อนผูกคอตายบนต้นลองกองแล้ว จึงได้ตะโกนของความช่วยเหลือจากญาติๆ ที่อยู่ใกล้เคียงมาช่วยกันนำศพลงมา โดยนิสัยของนายวิโรจน์มักเป็นคนคิดมาก ส่วนสาเหตุผู้ตายอาจมีปัญหาส่วนตัวและไม่ยอมบริปากพูด อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

อ่านแล้วสะเทือนใจ เปิดจม.สั่งเสียก่อน2ผัวเมียผูกคอตายคู่กัน “ลูกขอโทษ..ชีวิตมันผิดพลาด”

จากกรณีที่พบศพนายวิจักร เจริญเดช อายุ 40 ปี และนางจันทิมา เปรมศิริ อายุ 38 ปี สามีภรรยาตัดสินผูกคอตายเคียงคู่กันในบ้านพักที่ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยนางอ้อน อายุ 61 ปี ผู้เป็นแม่นายวิจักรให้การว่าทั้งสองได้อยู่กินสามีภรรยานานหลายปี แต่ไม่มีลูก ก่อนหน้านี้ลูกชายได้ออกจากงานประจำที่ธนาคารกรุงไทย ในเขตภาคกลาง จึงหันมาประกอบอาชีพขายสินค้าออนไลน์ ส่วนลูกสะใภ้เป็นพนักงานจ้างหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง แต่เกิดสูญเงินทุนประมาณ 7 แสนบาทในลงทุนเล่นแชร์ตู้คอนเทนเนอร์ส่งสินค้า เพราะถูกฉ้อโกง ทำให้มีหนี้สินเพิ่มขึ้นอีก จึงน่าจะเป็นปมสำคัญให้ทั้งคู่ผูกคอคู่กัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่เกิดเหตุตำรวจพบจดหมายลาตายเขียนด้วยลายมือวางอยู่บนโซฟาห้องรับแขก จำนวน 2 ฉบับ โดยฉบับแรกนายวิจักรเขียนถึงพ่อแม่ ระบุ “แม่พ่อ ลูกขอโทษ ลูกอยู่ไม่ได้ หนี้สินมันเยอะ อยู่ไปก็รบกวนแต่พ่อแม่ แต่ก็จะอยู่กับพ่อแม่ตลอดไป บ้านหลังนี้ ให้แม่ไปติดต่อ ธ.อ.ส. เพราะตกเป็นของแม่ แม่หาทางขายบ้าน เพราะบ้านพ่อหน่อย เอาเข้าไป 7 แสน ไม่ส่งตั้งหลายเดือน ได้เงินมาเอาไปใช้ให้ปู กับพี่หนึ่ง ลูกขอโทษครับ ชีวิตมันผิดพลาด เอาอะไรไม่ได้ กราบขอโทษพ่อแม่ครับ”  อีกฉบับนางจันทิมาเขียนร่ำลาสั่งเสียพ่อแม่ ระบุว่า “พ่อน้อยแม่ลอย หนูขอโทษ มันหาทางออกไม่มีจริงๆ ทุกอย่างมันรุมเข้ามาเยอะมาก หนูเสียดายที่ไม่ได้ขายของ ไม่ได้ขายดาวเรืองอย่างที่เคยฝันไว้ เงินฌาปนกิจของหนูที่พ่อทำเอาไว้ ให้พ่อเอาไปจ่ายค่าบ้านนะ แล้วไปถามที่ทำงานว่าหนูได้ประกันสหกรณ์กรมป่าไม้ไหม ( ถ้าได้ก็ให้พ่อไปจ่ายค่าบ้านนะ เพราะหนูค้างค่าบ้านประมาณ 140,000 บาท) หนูขอโทษที่ไม่ได้ไปจ่ายค่าบ้านเลย ยังไงบอกพี่หนึ่งทั้งหมดนะ พ่อให้พี่หนึ่งช่วยกู้ของกองบินให้ เพราะบ้านจะโดนยึด หนูบาปมากที่ทำให้พ่อแม่ลำบากมาตลอด ยังไงดูเงินประกันให้ด้วยว่าได้ไหม ไปถามที่ทำงานให้เขาช่วยนะ พ่อแม่จะได้มาจ่ายค่าบ้าน ถึงพี่หนึ่ง หน่อยขอโทษที่ทำให้พี่หนึ่งลำบาก ขอโทษจริงๆ ยังไงพี่หนึ่งต้องช่วยพ่อนะ เรื่องบ้าน (ฝากดูแลพ่อแม่ด้วย) หนูรักพ่อกับแม่มากๆ หนูขอโทษ ขอโทษทุกอย่างกับทุกคน”

ที่มา>>>ข่าวสด

เฒ่าวัย 70 ป่วยเบาหวาน ห่วงเป็นภาระลูก ตัดสินใจผูกคอดับ

เฒ่าวัย 70 ปี ป่วยโรคเบาหวานนานหลายปี รู้สึกตัวเองเป็นภาระลูกหลาน ตัดสินใจผูกคอตายเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา แต่ไม่สำเร็จ กระทั่งวันนี้ อาศัยจังหวะไม่มีใครอยู่บ้าน ใช้เชือกไนลอนผูกคอตัวเองดับสลด เหตุเกิดที่ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด

เมื่อกลางดึกของวันที่ 8 พ.ค.59 พ.ต.ท.เริงศักดิ์ สุวรรณศรี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองร้อยเอ็ด รับแจ้ง มีคนผูกคอตาย ยังบ้านเลขที่ 14 ถนนเสนาเริ่มคิด ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยนครสาเกต พบศพนายบุญพบ ศักดิ์สุระ อายุ 70 ปี ไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน นอนอยู่พื้น และพบเชือกไนลอนสีเขียวผูกอยู่เครื่องบนหลังคาในห้องหลังบ้าน มีรอยถูกตัดหน่วยกู้ภัยพบเชือกไนลอนสีเขียวผูกอยู่เครื่องบนหลังคาในห้องหลังบ้าน

 

จากการสอบสวนพบว่า ก่อนหน้า นายบุญพบ ศักดิ์สุระ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน อายุ 70 ปี ป่วยเป็นโรคเบาหวานมาหลายปี รักษามาตลอดไม่ทุเลา สงสารลูกๆ ที่คอยดูแลหาเงินมารักษา ไม่ต้องการให้เป็นภาระของลูก จึงตัดสินใจผูกคอตายมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ครั้งนั้นโชคดี เพื่อนบ้านเห็น ได้พากันเข้าช่วยเหลือรอดชีวิต

“จนกระทั่งครั้งนี้ คิดฆ่าตัวตายอีกเป็นครั้งที่ 2 ขณะอยู่คนเดียว เพราะลูกชายคนเล็ก ออกไปทำธุระนอกบ้าน กระทั่งกลับมาเห็นพ่อผูกคอตายในสภาพดังกล่าว จึงร้องบอกเพื่อนบ้านให้มาช่วยเหลือ โดยเอามีดตัดเชือกออกจากคอพ่อ แต่สิ้นลมหายใจแล้ว”

ที่มา>>>Thairath

คดีเด็ด !! โจรลักจักรยานยนต์ แต่รถน้ำมันหมดกลางทาง-โดนเจ้าของยกพวกรุมอัด

 * คดีเด็ด !! โจรลักจักรยานยนต์ แต่รถน้ำมันหมดกลางทาง-โดนเจ้าของยกพวกรุมอัด *

ทอมผูกคอตาย

สาวทอมสุดเครียดทะเลาะแฟนสาว ก่อนผูกคอตายดับคาบ้าน พ่อแม่เผยไม่เอะใจเพราะลูกชอบขังตัวเองในห้อง กว่าจะทราบก็ผ่านไป 3 วันแล้ว

เมื่อเวลา 10.00 น. วานนี้ (12 มีนาคม 2559) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบ่อ เข้าตรวจสอบบ้านพักหลังหนึ่งในหมู่บ้านจัดสรรย่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ พบศพ นางสาวเยาวเรศ ชาติวีระธรรม อายุ 35 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ข้างที่นอน ในสภาพมีปลอกหมอนข้างผูกรัดที่คอ ขณะที่บริเวณคานเหล็กใต้หลังคาพบปลอกหมอนผืนเดียวกันผูกติดอยู่ และถูกตัดขาดก่อนหน้านี้

ทอมผูกคอตาย

ขณะที่การตรวจสอบภายในห้องพักของผู้ตาย พบข้อความที่ผู้ตายเขียนอยู่บนผนังห้องว่า “พี่รักปุ๊กมาก” และข้อความระบุว่ารักพ่อแม่ นอกจากนี้บริเวณข้างศพยังพบห่อยา ขวดน้ำ รวมถึงก้นบุหรี่จำนวนมากกระจายอยู่เกลื่อนพื้นห้อง โดยคาดว่าผู้ตายน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน

จากการสอบถามญาติผู้ตาย ทราบว่าก่อนหน้านี้ผู้ตาได้มีปากเสียงกับแฟนสาวที่คบหากันมาได้ระยะหนึ่ง จนผู้ตายกลับมาอยู่ที่บ้านกับพ่อและแม่ ซึ่งที่ผ่านมาทุกคนก็คอยปลอบใจผู้ตาย แต่เจ้าตัวไม่ค่อยพูดระบายออกมา เอาแต่เก็บตัวเงียบภายในห้อง จนเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 10 มีนาคม หลังจากผู้ตายลงมากินข้าวแล้วก็หายเข้าไปในห้องโดยที่คนในบ้านไม่ได้เอะใจอะไร ผ่านไปหลายวันจึงมาเคาะประตูเรียกแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ จึงพังประตูห้องเข้าไปก็พบว่าผู้ตายผูกคอตัวเองเสียแล้ว ส่วนปลอกหมอนที่เห็นถูกตัดขาดนั้น เพราะผู้เป็นพ่อเกิดอาการตกใจจึงคว้ามีดไปตัดหวังช่วยชีวิตลูกสาว

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายอาจตัดสินใจฆ่าตัวตายจากความเครียดที่มีปากเสียงกับแฟนสาว แต่จะส่งศพเข้าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ