ผวจ.นำคนสุพรรณฯ ทำบุญอุทิศส่วนกุศล ‘บรรหาร’

ผวจ.สุพรรณบุรี นำ ขรก. และประชาชนชาวสุพรรณฯ กว่า 500 คน ทำบุญอุทิศส่วนบุญกุศล ให้ ‘บรรหาร’ ระบุ ก่อนหน้านี้ เตรียมทำพิธีต่ออายุ ให้หายจากอาการป่วย แต่กลับมาถึงแก่อนิจกรรมก่อน จ่อหารือจัดพิธีที่สุพรรณฯอีกแห่ง หลังชาวบ้านส่วนใหญ่ ไม่สะดวกเดินทางร่วมสวดพระอภิธรรมที่กรุงเทพฯ …

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 เม.ย. ผู้สื่อข่าวจากศูนย์ข่าวไทยรัฐสุพรรณบุรี รายงานความคืบหน้าหลังการถึงแก่อนิจกรรมของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ที่บริเวณหน้าวิหารหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ว่าที่ร้อยตรี สุพีร์พัฒน์ จองพานิช ผวจ.สุพรรณบุรี นายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงสี นายภิภพ บุญธรรม รอง ผวจ. และนายสรชัด สุจิตต์ อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี ได้นำทีมข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนชาวสุพรรณบุรีกว่า 500 คน แต่งชุดขาว-ดำ ประกอบพิธีสวดมนต์ ทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์ 108 รูป ที่นำโดยพระเทพสุวรรณโมลี เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่ออุทิศส่วนบุญกุศลให้กับนายบรรหาร ศิลปอาชา ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระบุเกือบ 40 องศา แแต่ทุกคนก็เดินทางมาร่วมงานกันอย่างเต็มใจหลังเสร็จพิธีว่าที่ ร.ต.สุพีร์พัฒน์ เผยว่า เดิมพิธีการที่จัดขึ้นในวันนี้ จะเป็นการทำบุญถวายสังฆทานส่งผลบุญเพื่อต่ออายุให้กับ นายบรรหาร ให้หายจากอาการป่วยโดยเร็ว แต่เมื่อ นายบรรหาร มาจากไปเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา จึงได้เปลี่ยนมาเป็นการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับนายบรรหารแทน ส่วนในการจัดงานที่จังหวัดสุพรรณบุรีนั้น จะได้มีการประชุมหารือกันอีกครั้ง โดยอาจจะมีการจัดพิธีเพิ่มขึ้นที่จ.สุพรรณบุรี อีกแห่ง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับชาวสุพรรณบุรี ไม่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพราะสถานที่ที่กรุงเทพฯ ไม่น่าจะเพียงพอต่อการรองรับชาวสุพรรณฯ ที่จะเข้าไปร่วมงานอย่างแน่นอน

พ่อเมืองสุพรรณบุรี เผยต่อไปว่า หลังจากเสร็จพิธีสวดพระอภิธรรม ที่วัดเทพศิรินทร์ ในวันที่ 2 พ.ค.ซึ่งอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์แล้ว จะได้มีการประชุมหารือกันของทุกภาคส่วนในสุพรรณบุรี ทั้งภาครัฐและเอกชน ว่าจะดำเนินการจัดงานกันเพิ่มขึ้นที่สุพรรณบุรีหรือไม่อย่างไร ในส่วนของงานโครงการต่างๆ ที่นายบรรหารยังคงทำค้างไว้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เนื่องจากนายบรรหาร ได้วางรากฐานไว้อย่างดีและแข็งแรงแล้ว ที่ผ่านมาเป็นการดำเนินการในนามของมูลนิธิบรรหาร-แจ่มใส ซึ่งมีระบบ ระเบียบแบบแผนที่ชัดเจน โปร่งใส มีรูปคณะกรรมการดำเนินการมาตลอด จึงไม่น่าเป็นห่วงเพียงแค่ทุกคนร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจดำเนินงานต่อให้สำเร็จตามเจตนารมณ์ของนายบรรหารให้ดีที่สุดเท่านั้นขณะเดียวกัน นายสรชัด สุจิตต์ อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี ที่ทำงานใกล้ชิดในฐานะที่เป็นเหลนของนายบรรหาร เผยว่า ชาวสุพรรณบุรีต่างช็อกกับการจากไปของ นายบรรหาร ถือเป็นการสูญเสียปูชนียบุคคลที่สำคัญ ซึ่งมีคุณูปการอย่างมากมายมหาศาลต่อคนสุพรรณบุรี นายบรรหารถือเป็นแบบอย่างของความกัตญญูต่อถิ่นกำเนิด ที่มุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละทั้งกำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ พัฒนาบ้านเกิดเมืองสุพรรณบุรี จนเจริญรุ่งเรืองอย่างที่เห็นในทุกวันนี้ ต่อจากนี้เมื่อไม่มีนายบรรหารแล้ว เราทุกคนก็จะสานงานพัฒนาที่นายบรรหาร ยังทำค้างไว้ให้สำเร็จตามเจตนารมณ์ต่อ

ด้าน นายประภัตร โพธิสุธน อดีต รมต.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นักการเมืองคู่ใจของนายบรรหาร ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเป็นแขกของรัฐบาลเดินทางไปศึกษาดูงานด้านยางพารา และการผลิตรถยนต์ที่เมืองชิงเต่า ตอนเหนือของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดเผยกับไทยรัฐข้ามประเทศมาว่า ที่ผ่านมาตนได้ติดต่อประสานงานกับ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา และนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ถึงอาการป่วยและการเข้ารับการรักษาโดยตลอด วันนี้ตนทราบข่าวถึงกับช็อก ไม่นึกว่านายบรรหาร ที่ตนเคารพรักและให้ความนับถือมาอย่างยาวนานเกือบ 40 ปี จะจากไปรวดเร็วแบบนี้ เล่นเอาตั้งตัวไม่ทันจริงๆ เมื่อวันสงกรานต์ที่ผ่านมาตนยังเป็นผู้กล่าวนำอวยพรให้นายบรรหารอยู่เลย ซึ่งวันนั้นนายบรรหารได้กล่าวตอบอย่างอารมณ์ดี ตอนนี้ตนได้ยกเลิกกำหนดการดูงานที่เหลือทั้งหมดแล้วและจะบินกลับในทันทีนายประภัตร เผยต่อไปว่า สำหรับนายบรรหาร ถือเป็นเสาหลักของชาวสุพรรณบุรีทุกคน รวมทั้งยังเป็นเสาหลักของอดีตพรรคชาติไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และยังเป็นเสาหลักของบ้านเมืองด้วย ทั้งนี้นักการเมืองส่วนใหญ่ทั้งอดีตและปัจจุบัน จะผ่านการอยู่ร่วมกับนายบรรหาร มาแทบทั้งสิ้นทุกคนรู้ดีว่านายบรรหาร จริงๆ แล้วเป็นคนใจดี ห่วงลูกพรรคทุกคนคอยให้กำลังใจ รวมถึงแนะนำการแก้ไขปัญหาให้กับลูกพรรค แนะนำการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองให้กับรัฐบาลทุกครั้งที่เกิดวิกฤติมาตลอด จึงถือได้ว่านายบรรหาร เป็นบุคคลที่สำคัญของบ้านเมือง ของนักการเมือง และของชาวสุพรรณบุรีทั้งมวล โดยเฉพาะที่ผ่านมานายบรรหาร ได้ลงมาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับคนยากจน และเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง สำหรับตนเองยังไงก็จะไม่มีวันลืมและจะนึกถึงบุญคุณของนายบรรหารที่เป็นเสาหลักของแผ่นดินตลอดไปตามสโลแกนของนายบรรหารคือ “สัจจะ กตัญญู”

ในส่วนของ นายจองชัย เที่ยงธรรม อดีต รมช.คมนาคม ที่เป็นลูกพรรคก้นกุฏิของนายบรรหารอีกคนกล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเสียใจอย่างสุดซึ้ง และเสียดายแทนคนไทยทั้งมวลโดยเฉพาะคนสุพรรณบุรี ถึงเวลานี้ตนยังมองไม่เห็นว่าจะมีใครมาเป็นตัวแทนของนายบรรหาร รวมทั้งมาสานต่องานจากนายบรรหารได้ เพราะสิ่งที่นายบรรหารทำไว้นั้นยิ่งใหญ่มาก ในเรื่องของทางการเมืองตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะตอบอะไร เพราะยังอีกนานกว่าจะมีการเลือกตั้ง ถึงตอนนนั้นค่อยว่ากันอีกที ตอนนี้ว่ากันเรื่องการจัดงานให้นายบรรหารก่อน

ล่าสุด นายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงสี รอง ผวจ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ จ.สุพรรณบุรี ได้มีมติจัดสถานที่ให้ชาวสุพรรณบุรี ที่ไม่สะดวกในการเดินทางไปยังกรุงเทพมหานคร ได้ไปแสดงความไว้อาลัยต่อนายบรรหาร ศิลปอาชา ไว้แล้วรวม 4 จุด ได้แก่ หอเกียรติยศนายบรรหาร ศิลปอาชา หลังโรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก, สวนเฉลิมภัทรราชินี หอคอยบรรหาร-แจ่มใส, พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร ในบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และที่บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ อ.เดิมบางนางบวช โดยทั้ง 4 จุด เป็นจุดที่นายบรรหาร ได้สร้างไว้ให้กับชาวสุพรรณบุรี

ที่มา>>>Thairath

สั่นไม่หยุด! ญี่ปุ่นยังระทึก อาฟเตอร์ช็อกเขย่าต่อเนื่อง กว่า 600 ครั้ง

สำนักธรณีวิทยาญี่ปุ่นเตือนประชาชนบนเกาะคิวชูระวังอันตรายจากอาฟเตอร์ช็อกหลังแผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 7.3 ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่องถึงเกือบ 600 ครั้งแล้ว ขณะที่ยอดเหยื่อธรณีพิโรธเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตที่ จ.คุมาโมโต้เพิ่มเป็น 45 และยังต้องอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวกว่า 1.2 แสนคน

เมื่อวันที่ 19 เม.ย.59 สถานีโทรทัศน์ NHK (เอ็นเอชเค) ของญี่ปุ่นรายงานความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงเขย่าเกาะคิวชู ทางภาคใต้ของญี่ปุ่นสองครั้งซ้อน เมื่อ 14 และ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยจังหวัดคุมาโมโต้ ซึ่งอยู่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหวได้รับความเสียหายอย่างหนักว่า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตใน จ.คุมาโมโต้เพิ่มเป็น 45 รายแล้ว จนถึงวันนี้ (19 เม.ย.) และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 1,000 คน (เฉพาะในคุมาโมโต้ จังหวัดเดียว)

เอ็นเอชเคแจ้งว่า ยังคงเกิดอาฟเตอร์ช็อก หรือแผ่นดินไหวต่อเนื่องเขย่าพื้นที่ในเขตจังหวัดคุมาโมโต้ และโออิตะ ภูมิภาคคิวชู โดยเจ้าหน้าที่สำนักธรณีวิทยาของญี่ปุ่นกำลังแจ้งเตือนและเรียกร้องให้ประชาชนควรดูแลตนเอง ระมัดระวังอันตรายจากอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นแล้วเกือบ 600 ครั้งนับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.3 และมีความลึก 10 กม.ที่เกาะคิวชู เมื่อเวลา 01.25 น. ของวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมาทหารเร่งค้นหาผู้ประสบภัยที่อาจติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ เอ็นเอชเค ระบุว่า มีประชาชนในจังหวัดคุมาโมโต้ประมาณ 125,000 คน และที่จังหวัดโออิตะกว่า 3,500 คน ประสบภัยแผ่นดินไหว ต้องอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็นตามสำนักงานของทางการ และโรงเรียน รวมทั้งลานจอดรถ โดยขณะนี้ มีบ้านเรือนประมาณ 11,000 หลังใน จ.คุมาโมโต้ไม่มีไฟฟ้าและ 89,000 หลัง ไม่มีน้ำประปาใช้ ขณะที่ถนนไฮเวย์บางจุดพังเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว และรถไฟหัวกระสุน ชินกันเซนสายคิวชูยังหยุดให้บริการรับอาหาร

ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่เมืองมาชิกิ จ.คุมาโมโต้ ต้องกินข้าวกันในรถ

ที่มา>>>Thairath

ปิดตำนาน “ถนนข้าวสุก” ไม่มีน้ำ แก้ปัญหาจัดสงกรานต์แค่ 1 วัน

ถนนข้าวสุก1

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (11 เม.ย.) สภาพคลองชลประทาน ริมถนนสายชันสูตร-เสนา ตั้งแต่แยกไฟแดงวิเศษชัยชาญผ่านหน้าสำนักงานเทศบาลวิเศษไชยชาญ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ระยะทางกว่า 5 กม. อยู่ในสภาพที่ไม่มีน้ำติดก้นคลอง หลังประสบปัญหาภัยแล้ง

โดยบริเวณดังกล่าวเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลสงกรานต์ ถนนข้าวสุก ที่โด่งดังแห่งหนึ่งของภาคกลาง ซึ่งเป็นที่นิยมของวัยรุ่นในอ่างทองและจังหวัดใกล้เคียง แต่ในปีนี้เหลืออีกเพียงวันเดียวก็จะถึงเทศกาลสงกรานต์ ก็ยังไม่มีน้ำที่จะให้ประชาชนเล่นสาดน้ำในสงกรานต์ปีนี้

นายวิชัย ลิมป์วัฒนชัย นายกเทศมนตรีเทศบาลวิเศษไชยชาญ เปิดเผยว่า ปีนี้ทางเราจัดกิจกรรมขบวนแห่งานสงกรานต์ในวันที่ 13 เม.ย.เพียงวันเดียวเท่านั้น ส่วนการละเล่นสาดน้ำบนถนนข้าวสุกปีนี้ ทางเราไม่มีการปิดถนนเพื่อจัดงานเช่นทุกปี เนื่องจากประสบปัญหาขาดน้ำ และไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพอเพียงในการดูแลความปลอดภัย แต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็จะมีประชาชนเดินทางเข้ามาเล่นน้ำในบริเวณดังกล่าว ซึ่งทางเราก็ไม่ได้ห้ามแต่อย่างใดเพียงแต่ไม่มีน้ำสนับสนุนให้เช่นทุกปี

ถนนข้าวสุก2

จากการตรวจสอบบริเวณพื้นที่ซึ่งเคยเป็นสถานที่จัดงานถนนข้าวสุกของจังหวัดอ่างทอง บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่คึกคักเช่นทุกปี โดยไม่มีการนำป้ายปิดถนนหรือป้ายประเพณีสงกรานต์มาติดตั้งเพื่อประกาศให้คนมาร่วมงานแต่อย่างใด ทำให้งานสงกรานต์ถนนข้าวสุกปีนี้น่าจะไม่มีความคึกคักเช่นทุกปีที่ผ่านมา

ที่มา>>>Thairath

ครม.ไฟเขียว ลดหย่อนภาษีกินข้าวนอกบ้าน ช่วงสงกรานต์

เพื่อสนองมาตรการจัดเต็มของรัฐบาลและให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดเกี่ยวกับการนำรายจ่ายค่าอาหาร ที่พักและบริการนำเที่ยวช่วงสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงนี้ มาใช้ลดหย่อนภาษี ดังนั้น วันนี้ “ไทยรัฐออนไลน์” จึงได้นำข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ มานำเสนอแบบเข้าใจง่ายๆ รวมทั้งกรณีนำค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับท่องเที่ยวภายในประเทศทั้งปีมาลดหย่อนภาษีเด้งที่ 2 ด้วย.

ที่มา>>>Thairath