น้ำมันหมู VS น้ำมันพืช ตกลงอันไหนมีประโยชน์มากกว่ากัน?

น้ำมันหมู VS น้ำมันพืช ตกลงอันไหนมีประโยชน์มากกว่ากัน?

หลังจากที่เป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลขึ้นมาอีกระลอก ว่าน้ำมันหมูดีกว่าน้ำมันพืช จากผลงานวิจัยของนายแพทย์ต่างประเทศ แต่ก็มีบางส่วนที่ยังคงเชื่อว่า น้ำมันพืชก็ต้องดีกว่าน้ำมันหมูสิ เพราะเราร่ำเรียนกันมาแบบนี้นับสิบๆ ปี จึงทำให้มีคำถามว่า ตกลงแล้วความจริงเป็นอย่างไร
ชนิดของไขมัน

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจประเภทของน้ำมันกันก่อน ว่ามีอะไรบ้าง แล้วน้ำมันแต่ละชนิดอยู่ในประเภทไหน

1. Transfat หรือไขมันชนิดทรานส์ คือไขมันแปรรูปชนิดหนึ่ง เกิดจากนำน้ำมันพืชที่เป็นไขมันไม่อิ่มตัว มาอัดไฮโดรเจนเข้าไป เพื่อทำให้น้ำมันพืชเก็บได้นานยิ่งขึ้น คงตัวได้ดี ไม่เหม็นหืน และทำอาหารได้อร่อยขึ้น หรือสามารถเกิดขึ้นได้จากการนำน้ำมันพืชมาใช้ซ้ำ ผ่านความร้อนนานๆ เช่น การทอด สุดท้ายกลายเป็นไขมันทรานส์ได้เหมือนกัน ถือเป็นไขมันที่อันตรายที่สุด เพราะไขมันทรานส์เป็นสาเหตุของโรคภัยต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ไขมันอุดตันเส้นเลือด มะเร็ง และเบาหวาน

2. ไขมันอิ่มตัว ได้แก่ น้ำมันจากสัตว์ เช่นน้ำมันหมู และน้ำมันจากพืชบางชนิด เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว เหมาะแก่การนำไปทอด เพราะทนความร้อนได้ดีกว่า และอร่อยกว่า ไขมันอิ่มตัวทั้งมีประโยชน์ และให้โทษต่อร่างกายหากทานมากเกินไป แต่หากใช้ซ้ำๆ นานๆ ไขมันอิ่มตัวก็จะเปลี่ยนกลายเป็นไขมันทรานส์ได้เช่นกัน

3. ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน ได้แก่ น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง ซึ่งก็คือน้ำมันพืชที่เราใช้กันทั่วๆ ไป เหมาะสำหรับผัด หรือทำอาหารที่ใช้ความร้อนเร็วๆ เพราะทนความร้อนไม่ได้นาน เพราะสามารถกลายเป็นไขมันทรานส์ได้เช่นกัน แต่ไขมันอิ่มตัวมีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นไขมันดีมากกว่า

4. ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ได้แก่ น้ำมันมะกอก ทนความร้อนมากไม่ได้ เหมาะสำหรับทานสด ผสมน้ำสลัด หรือประกอบอาหารเพียงเล็กน้อย และถือว่าเป็นประเภทไขมันที่ดี มีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด

แล้วทำไมถึงมีกระแสว่า น้ำมันพืช อันตรายกว่าน้ำมันหมู?

เพราะในผลงานวิจัยของแพทย์ต่างชาติ กล่าวถึงโทษของน้ำมันพืชแบบที่อัดไฮโดรเจนเข้าไป นั่นคือไขมันทรานส์นั่นเอง ไม่ใช่น้ำมันพืชปกติ

น้ำมันพืชที่ขายอยู่ตามท้องตลาดบ้านเรา เป็นแบบอัดไฮโดรเจนหรือไม่?

ไม่ใช่ น้ำมันพืชบ้านเราเดี๋ยวนี้ได้รับการผลิตในรูปแบบที่ไม่มีไฮโดรเจนมาเกี่ยวข้องแล้ว หลังจากที่มีการรณรงค์ให้เลิกใช้วิธีนี้ในการผลิตน้ำมันพืช เพื่อยืดอายุการใช้งาน

นอกจากน้ำมันพืชอัดไฮโดนเจน อาหารประเภทใดมีไขมันทรานส์อีกบ้าง?

เราจะพบไขมันทรานส์ได้จากอาหารหรือขนมที่ใช้เนยขาว หรือเนยเทียม (มาการีน) เช่น ขนมอบทั้งหลาย คุกกี้ แครกเกอร์ ครีมเทียม แป้งพิซซ่า เฟรนช์ฟรายด์ ไก่นักเก็ต ป็อปคอร์น ขนมปัง และอาหารหรือขนมจากโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่ง เพราะไขมันทรานส์มีราคาถูก

วิธีตรวจหาไขมันทรานส์จากอาหารที่ทาน

ดูที่ตารางส่วนประกอบของอาหารนั้นๆ บนบรรจุภัณฑ์ หาคำว่า transfat หรือคำอื่นๆ ที่ใช้แทน เช่น Hydrogenated vegetable oil, partially hydrogenated vegetable oil, vegetable oil shortening, Shortening, Hydrogenated margarine ถ้ามีปริมาณมาก ควรหลีกเลี่ยง

สรุปแล้วอย่างไร น้ำมันพืชก็ยังปลอดภัยและมีประโยชน์มากกว่าน้ำมันหมู แต่ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันชนิดไหน ห้ามใช้น้ำมันซ้ำ และหลังทานต้องออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดีด้วยนะคะ

ที่มา>>>Sanook

ยืนยันชัดๆ! “แมลงเข้าหู” ปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไร?

ยืนยันชัดๆ! “แมลงเข้าหู” ปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไร?

เจ้าแมลงร้ายภายในบ้านเรา นอกจากจะสร้างความรำคาญให้เราแล้ว บางครั้งบางคราพวกมันยังแอบเข้าไปในรูหูของเราขณะนอนพักผ่อน แล้วไม่ยอมออกมาง่ายๆ ด้วยเนี่ยสิ หากแมลงเข้าหูขึ้นมาจริงๆ เราจะมีวิธีเอาแมลงออกมาจากหูอย่างถูกต้อง ไม่เป็นอันตรายต่อภายในหูของเราได้อย่างไร Sanook! Health เอาวิธีที่ถูกต้องมาฝากกันค่ะ

“แมลงเข้าหู” ปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไร?

1. แน่นอนว่าห้ามใช้ไม้พันสำลี ก้านไม้ หรือวัตถุใดๆ ลงไปเขี่ยแมลงในหูเด็ดขาด เพราะอาจเป็นการดันให้แมลงลงไปในหูลึกกว่าเดิม หรือก่อให้เกิดอันตรายต่อแก้วหู และหูชั้นกลางได้

2. หากไม่มั่นใจว่าเป็นอะไรเข้าไปในหู ให้ลองเอียงหูข้างนั้นลงต่ำ แล้วค่อยๆ โยกศีรษะข้างนั้นลงเบาๆ เผื่อเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ไม่มีชีวิตเข้าหู จะได้หลุดออกมาได้

3. หากมั่นใจจริงๆ ว่าเป็นแมลง ให้เอียงหูข้างนั้นขึ้น หยอดเบบี้ออยล์ (น้ำมันทาตัวเด็ก)น้ำมันพืช น้ำมันมะกอก หรือยาหยอดหู (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) ลงไปในรูหู ดึงใบหูไปด้านหลัง เพื่อให้รูหูอยู่ในแนวตรง และแมลงอาจปีนหนีออกมาจากในรูหู หรือตายแล้วลอยขึ้นมาที่ปากรูหูได้

4. แต่หากมีอาการอื่นๆ เช่น เจ็บแก้วหู ปวดหู หูอื้อ มีเลือด หรือของเหลวไหลออกมาจากรูหู หรืออาการผิดปกติอื่นๆ อย่าเพิ่งใช้อะไรหยอดหูเด็ดขาด ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

ear_1

วิธีหลีกเลี่ยง ไม่ให้แมลงเข้าหู

1. ดูแลทำความสะอาดบริเวณที่นอน และภายในบ้านให้ดี อย่าให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ต่างๆ ได้

2. อย่าทำความสะอาดรูหูด้วยการใช้สำลีพันปลายไม้ หรือคอตตอนบัดเช็ดภายในหู ควรหมั่นเช็ดขี้หูที่ไหลออกมาภายนอกเท่านั้น เพราะขี้หูเป็นกลไกธรรมชาติที่มาพร้อมกลิ่นที่แมลงไม่พึงประสงค์ และความเหนียวของขี้หูจะช่วยกันไม่ให้แมลงเข้าไปภายในหูได้

อย่างไรก็ตาม หากใช้วิธีดังกล่าวแล้วไม่ได้ผล ให้รีบแพทย์หูคอจมูกโดยด่วนค่ะ เพราะหากปล่อยไว้อาจทำการรักษายากขึ้นกว่าเดิม

ที่มา>>>Sanook