ชาวชุมพรนับหมื่นร่วมแปรขบวนรูปเลข 9 และพัด 8 แฉก เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เมื่อเวลา 09.09 น. วันที่ 19 ต.ค. ที่สนามหน้าศูนย์ราชการเขาสามแก้ว อ.เมือง จ.ชุมพร นายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร นายกเหล่ากาชาด ชุมพร ได้นำประชาชนชาวชุมพร โดยมีข้าราชการทุกหน่วยงานพร้อมประชาชนทั้ง 8 อำเภอ เข้าร่วมแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นรูปสัญลักษณ์ เลข 9 ไทยและพัด 8 แฉก ตามกำลังจำนวนคน 9,999 คน โดยรูปพัดเพื่อสื่อถึงพสกนิกรทั้ง 8 อำเภอ โดยในครั้งนี้นายณรงค์ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์และกล่าวคำไว้อาลัยต่อหน้าประชาชนทั้งหมดร่วมข้าราชการ จากนั้นยืนสงบนิ่งพร้อมทั้งร้องเพลงชุมพรวันนี้สุขร่มเย็นimg_1877นายณรงค์ ได้กล่าวถึง สัญญลักาณ์ในการที่คนชุมพรทำในวันนี้หมายความว่า เลข 9 ไทยหมายถึงพระบาทสมด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พัด 8 แฉก หมายถึงอำเภอของชุมพร ที่น้อมนำแนวปรัชยาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมทั้ง 8 อำเภอได้แก่s__8339474เมืองชุมพรเรื่องถึงชุมชนตลาดและชายขอบเมืองกับการพึ่งพาตนเองในนิเวศปลายน้ำ เนื่องจากเป็นชุมชนพื้นที่ปลายน้ำจึงต้องมีการบำบัดน้ำด้วยเทคโนโลยีจุลินทรีย์ กำจัดขยะการเก็บน้ำแบบแก้มลิง, อำเภอท่าแซะ ปาล์มแหล่งพลังงานธรรมชาติสายลมแสงแดดการผลิตน้ำมันปาล์มแบบครบวงจรใช้เลี้ยงสัตว์ ทำปุ๋ยอินทรีย์ เพาะเห็ดฟาง ผลิตไบโอดีเชล, อำเภอปะทิว เรื่องของคนชุมพรกับข้าวเหลืองปะทิววิถีชีวิตชาวนาและการทำนา, อำเภอสวี เรื่องของโรงเรียนจุลินทรีย์ กับบ้านน้ำยาจากวัสุดุธรรมชาติ, อำเภอทุ่งตะโก เป็นเรื่องสวนคอนโด 9 ชั้น ของสวนลุงนิล

อำเภอหลังสวน เรื่องการจัดการพื้นที่โดยอาศัยหลักธรรมชาติ เพื่อลดต้นทุน วางระบบน้ำจากแหล่งน้ำสู่พื้นที่การเกษตร และ Home Stay, อำเภอละแม เรื่องของธนาคารต้นไม้ ป่า 3 อย่างเพื่อประโยชน์ 4 อย่าง คือป่าสำหรับไม้ใช้สอย ป่าสำหรับไม้ผล ป่าสำหรับเป็นเชื้อเพลิง การอนุรักษ์ดินและน้ำ, อำเภอพะโต๊ะ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อชุมชนคนอยู่กับป่า ป่าต้นน้ำ และคนอยู่ป่ายัง รูปแบบการใช้ชีวิตของชาวบ้านที่มีส่วนร่วมในการจัดการชุมชนให้สามารอยู่ร่วมกับป่าได้ และสำหรับวงสีขาวดำด้านล่างของเลข 9 หมายถึงน้ำกระเพื่อมเป็นละลอก คือพสกนิกรคนชุมพรที่มาร่วมพิธี แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความไว้อาลัยในครั้งนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

น้ำมันหมู VS น้ำมันพืช ตกลงอันไหนมีประโยชน์มากกว่ากัน?

น้ำมันหมู VS น้ำมันพืช ตกลงอันไหนมีประโยชน์มากกว่ากัน?

หลังจากที่เป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลขึ้นมาอีกระลอก ว่าน้ำมันหมูดีกว่าน้ำมันพืช จากผลงานวิจัยของนายแพทย์ต่างประเทศ แต่ก็มีบางส่วนที่ยังคงเชื่อว่า น้ำมันพืชก็ต้องดีกว่าน้ำมันหมูสิ เพราะเราร่ำเรียนกันมาแบบนี้นับสิบๆ ปี จึงทำให้มีคำถามว่า ตกลงแล้วความจริงเป็นอย่างไร
ชนิดของไขมัน

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจประเภทของน้ำมันกันก่อน ว่ามีอะไรบ้าง แล้วน้ำมันแต่ละชนิดอยู่ในประเภทไหน

1. Transfat หรือไขมันชนิดทรานส์ คือไขมันแปรรูปชนิดหนึ่ง เกิดจากนำน้ำมันพืชที่เป็นไขมันไม่อิ่มตัว มาอัดไฮโดรเจนเข้าไป เพื่อทำให้น้ำมันพืชเก็บได้นานยิ่งขึ้น คงตัวได้ดี ไม่เหม็นหืน และทำอาหารได้อร่อยขึ้น หรือสามารถเกิดขึ้นได้จากการนำน้ำมันพืชมาใช้ซ้ำ ผ่านความร้อนนานๆ เช่น การทอด สุดท้ายกลายเป็นไขมันทรานส์ได้เหมือนกัน ถือเป็นไขมันที่อันตรายที่สุด เพราะไขมันทรานส์เป็นสาเหตุของโรคภัยต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ไขมันอุดตันเส้นเลือด มะเร็ง และเบาหวาน

2. ไขมันอิ่มตัว ได้แก่ น้ำมันจากสัตว์ เช่นน้ำมันหมู และน้ำมันจากพืชบางชนิด เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว เหมาะแก่การนำไปทอด เพราะทนความร้อนได้ดีกว่า และอร่อยกว่า ไขมันอิ่มตัวทั้งมีประโยชน์ และให้โทษต่อร่างกายหากทานมากเกินไป แต่หากใช้ซ้ำๆ นานๆ ไขมันอิ่มตัวก็จะเปลี่ยนกลายเป็นไขมันทรานส์ได้เช่นกัน

3. ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน ได้แก่ น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง ซึ่งก็คือน้ำมันพืชที่เราใช้กันทั่วๆ ไป เหมาะสำหรับผัด หรือทำอาหารที่ใช้ความร้อนเร็วๆ เพราะทนความร้อนไม่ได้นาน เพราะสามารถกลายเป็นไขมันทรานส์ได้เช่นกัน แต่ไขมันอิ่มตัวมีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นไขมันดีมากกว่า

4. ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ได้แก่ น้ำมันมะกอก ทนความร้อนมากไม่ได้ เหมาะสำหรับทานสด ผสมน้ำสลัด หรือประกอบอาหารเพียงเล็กน้อย และถือว่าเป็นประเภทไขมันที่ดี มีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด

แล้วทำไมถึงมีกระแสว่า น้ำมันพืช อันตรายกว่าน้ำมันหมู?

เพราะในผลงานวิจัยของแพทย์ต่างชาติ กล่าวถึงโทษของน้ำมันพืชแบบที่อัดไฮโดรเจนเข้าไป นั่นคือไขมันทรานส์นั่นเอง ไม่ใช่น้ำมันพืชปกติ

น้ำมันพืชที่ขายอยู่ตามท้องตลาดบ้านเรา เป็นแบบอัดไฮโดรเจนหรือไม่?

ไม่ใช่ น้ำมันพืชบ้านเราเดี๋ยวนี้ได้รับการผลิตในรูปแบบที่ไม่มีไฮโดรเจนมาเกี่ยวข้องแล้ว หลังจากที่มีการรณรงค์ให้เลิกใช้วิธีนี้ในการผลิตน้ำมันพืช เพื่อยืดอายุการใช้งาน

นอกจากน้ำมันพืชอัดไฮโดนเจน อาหารประเภทใดมีไขมันทรานส์อีกบ้าง?

เราจะพบไขมันทรานส์ได้จากอาหารหรือขนมที่ใช้เนยขาว หรือเนยเทียม (มาการีน) เช่น ขนมอบทั้งหลาย คุกกี้ แครกเกอร์ ครีมเทียม แป้งพิซซ่า เฟรนช์ฟรายด์ ไก่นักเก็ต ป็อปคอร์น ขนมปัง และอาหารหรือขนมจากโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่ง เพราะไขมันทรานส์มีราคาถูก

วิธีตรวจหาไขมันทรานส์จากอาหารที่ทาน

ดูที่ตารางส่วนประกอบของอาหารนั้นๆ บนบรรจุภัณฑ์ หาคำว่า transfat หรือคำอื่นๆ ที่ใช้แทน เช่น Hydrogenated vegetable oil, partially hydrogenated vegetable oil, vegetable oil shortening, Shortening, Hydrogenated margarine ถ้ามีปริมาณมาก ควรหลีกเลี่ยง

สรุปแล้วอย่างไร น้ำมันพืชก็ยังปลอดภัยและมีประโยชน์มากกว่าน้ำมันหมู แต่ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันชนิดไหน ห้ามใช้น้ำมันซ้ำ และหลังทานต้องออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดีด้วยนะคะ

ที่มา>>>Sanook