รู้จัก “เมืองคุราชิกิ” ของ “ญี่ปุ่น” แหล่ง “ผลิตยีนส์ดีที่สุดในโลก”

ย้อนกลับไปกว่า 300 ปีที่แล้ว โคจิม่า ในเมืองคุราชิกิ จังหวัดโอกายามะ เป็นพื้นที่น้ำเค็มเนื่องจากการถมทลักของน้ำทะเล จนเกิดเป็นแอ่งเกลือขนาดใหญ่ เป็นเหตุให้เริ่มการเพาะปลูกฝ้ายในพื้นที่นี้ได้ดี ทำให้เมืองคุราชิกิเป็นเมืองอันดับ 1 ในด้านผลิตภัณฑ์จากฝ้าย อย่าง ทาบิ ถุงเท้าแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม หรือฮานปู เสื้อผ้าเนื้อหยาบสำหรับใส่ออกเรือ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านนี้เป็นพิเศษ และเมื่อวัฒนธรรม ยีนส์ ตีตลาดแฟชั่นญี่ปุ่น จึงเกิดเป็นการสร้างสรรค์ยีนส์แบบฉบับของคนญี่ปุ่น จนกลายเป็นเดนิมญี่ปุ่น อีกหนึ่งนิยามเดนิมคุณภาพพรีเมียม“คุราชิกิ” จึงเป็นเมืองที่ได้รับสมญานามว่าเป็นแหล่งผลิตยีนส์ที่ดีที่สุดในโลก!!ม.ร.คะโอริ อิโต นายกเทศมนตรีเมืองคุราชิกิ จึงจัดงาน “เจแปน คุราชิกิ เดนิม แฟร์” เทศกาลเดนิมจากเมืองคุราชิกิ ที่ขึ้นชื่อว่าเมืองที่ผลิตยีนส์ที่ดีที่สุดในโลก มาไว้ที่ควอเทียร์ แกลอรี่ ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ ให้คนไทยได้สัมผัสกัน พร้อมขนเอาแบรนด์ยีนส์ชื่อดังของเมืองคุราชิกิ 9 แบรนด์ มาร่วมออกแสดง อาทิDenim Closet ยีนส์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับผู้หญิง สวมใส่สบายและปิดจุดบกพร่องต่างๆของสาวๆ

E Jeans โรงงานผลิตยีนส์แบบดั้งเดิมที่ได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์สุดหรูกว่า 250 แบรนด์ทั่วโลก

Senio แบรนด์ที่เน้นการตัดเย็บด้วยด้ายใหญ่พิเศษ พร้อมตะเข็บขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกแบบยีนส์ดั้งเดิม

Betty Smith ผู้ผลิตกางเกงยีนส์สำหรับผู้หญิงเจ้าแรกของญี่ปุ่น

เหตุแห่งความโด่งดังของยีนส์ที่นี่นั้น นั่นเป็นเพราะคุณสมบัติมากมายอย่าง การใช้สุดยอดเทคนิคจากช่างฝีมือและการเย็บวัตถุดิบที่หนัก และแข็งแรง พร้อมมีวิธีการย้อมสีครามสไตล์ญี่ปุ่นที่เรียกว่า โซเมะ ทั้งยังออกแบบรูปทรงเป็นอย่างดี พร้อมการติดเย็บแบบพิเศษเพื่อให้โครงร่างของเรียวขาสวยงาม

ที่มา>>>ข่าวสด

รายได้ดี! ชาวนาหันคาสู้ภัยแล้ง เก็บผักตบชวาขาย ได้กำไรอื้อ

ภัยแล้งขยายวงกว้าง! เกษตรกรในพื้นที่หันคา จ.ชัยนาท ไม่สามารถเพาะปลูกได้ เนื่องจากน้ำไม่เพียงพอ หลายครอบครัวหันเก็บผักตบชวาตามห้วย หนอง คลอง บึงขาย ได้กำไรงาม วันละ 500-600 บ.

วันที่ 20 เม.ย.59 สภาวะภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ยังคงขยายวงกว้างและทวีความรุนแรง ตรวจสอบระดับน้ำที่สถานีวัดน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท พบว่า ระดับน้ำเหนือเขื่อนทรงตัวอยู่ที่ 14.11 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ขณะที่ ระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 5.96 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยเขื่อนเจ้าพระยายังคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อผลักดันน้ำเค็ม รักษาระบบนิเวศ และเพื่อการผลิตน้ำประปาในพื้นที่ภาคกลางและ กทม. และไม่มีท่าที หรือนโยบาย ที่จะส่งน้ำให้เกษตรกร แต่อย่างใดขณะเดียวกันในพื้นที่ ตำบลสามง่ามท่าโบสถ์ อำเภอหันคา ที่ไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้เหมือนแต่ก่อน เนื่องจากตกอยู่ในสภาวะภัยแล้ง ทำให้มีน้ำไม่เพียงพอสำหรับการทำเกษตรกรรม เกษตรกรหลายครอบครัว จึงหันมาเก็บก้านผักตบชวาที่มีอยู่มากมายตามห้วย หนอง คลองบึง เพื่อนำมาตากแห้ง ส่งขายให้ผู้ผลิตเครื่องจักสานจากผักตบชวา ทั้งในและนอกพื้นที่ ราคากลางผักตบชวาที่ตากแห้งแล้วจะตกอยู่ที่ กิโลกรัมละ 18 บาท ซึ่งชาวบ้านสามารถมีรายได้เลี้ยงครอบครัวเฉลี่ยวันละ 500-600 บาท โดยลงทุนเพียงเรือ 1 ลำ และแรงงานของคนในครอบครัว ที่ช่วยกันตัด ตากแห้งและมัดรวมขาย ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพหนึ่งที่ทำเงินได้ในช่วงวิกฤตการณ์ภัยแล้งขณะนี้

ที่มา>>>Thairath