เตือนนักท่องเที่ยวเซลฟี่กับหมอก เดินทางด้วยความระมัดระวัง หลังหมอกจัดลงหนา

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 11 พ.ย.2559 ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ เปิดฝนตกหนักและอากาศเย็นลงอย่างต่อเนื่อง ทำได้เกิดหมอกลงหนาจัดบนพื้นที่ดอยสูง โดยบริเวณถนนเส้นเข้าอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ก็มีหมอกลงหนาจัดตลอดช่วงนี้ เนื่องจากมีทางคดเคี้ยวและมีหมอกขาวโพลนลงหนาจัดหลายแห่ง นักท่องเที่ยวที่ต้องการมาท่องเที่ยวเขตดังกล่าวในช่วงฤดูหนาวนี้ควรเช็คสภาพรถให้พร้อมก่อนออกเดินทาง และเปิดไฟหน้าและบีบแตรรถทุกครั้งที่ขับผ่านหมอกหนาจัด เพราะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากทัศนวิสัยในการขับขี่ถูกบดบังโดยหมอกหนา สามารถมองเห็นถนนเพียงระยะไม่เกิน 10 เมตร โดยมีนักท่องเที่ยวบางส่วนลงไปถ่ายเซลฟี่กับหมอกหนาดังกล่าวที่สวยงามบ้างแล้ว ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนควรระมัดระวังการขับขี่ ส่วนคนที่ลงรถควรมองซ้ายมองขวาก่อนข้ามถนนเพื่อความปลอดภัย

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ แจ้งว่า ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งอีก 1 วัน ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนลดลงและอากาศเย็นลงโดยอุณหภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว และจะแผ่ปกคลุมภาคเหนือและภาคกลางต่อไป ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนลดลงและอากาศจะเย็นลง ในช่วงวันที่ 11-12 พฤศจิกายน 2559 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น

ที่มา>>>ข่าวสด

เด็กวัย 15 ขี่ จยย.ลัดไม้กั้นรถไฟสายเส้นทางมรณะ ชาวบ้านชี้ไม้ชอบทำงานเองจนสับสน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 ต.ค.2559 พ.ต.ต.อาคม โฉมศรี สารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี รับแจ้งเหตุรถไฟชนเด็กวัยรุ่นเสียชีวิต บริเวณจุดตัดข้ามทางรถไฟบ้านดอนเสลา หมู่ที่ 3 ต.ท่าผา จึงรุดตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลบ้านโป่งและเจ้าหน้าที่มูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี
ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนมากกำลังวิพากษ์วิจารณ์และมุงดูร่างผู้เสียชีวิตบนดงหญ้าริมทางรถไฟ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดตัดทางรถไฟออกไปประมาณ 20 เมตร ทราบชื่อต่อมา คือ นายนายเจษฎา มีใหญ่ อายุ 15 ปี สวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้น มีบาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกาย แขน ขา และคอหัก โดยห่างออกไปไกลกว่า 500 เมตร พบซากรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดงเทา หมายเลขทะเบียน ขพพ 165 ราชบุรี ของผู้เสียชีวิตตกอยู่ข้างทาง ส่วนรถไฟที่ชนคือ รถไฟขบวนที่ 257 สายธนบุรี – น้ำตกไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งได้ออกเดินทางไปตามปกติ เพื่อส่งผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว
201610011255127-20041022105236สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิด นายเจษฎา ได้ขี่รถจักรยายนต์คันดังกล่าวออกจากบ้านพัก เพื่อไปซื้อของกินที่ตลาดบ้านโป่ง จนกระทั่งถึงจุดเกิดเหตุ เครื่องกั้นรถไฟแบบแขนกั้นอัตโนมัติได้ลดลงมาเพื่อปิดกั้นทางให้รถไฟผ่าน แต่ทว่านายเจษฎากลับขี่รถอ้อมแขนกั้นอัตโนมัติออกไป โดยไม่สังเกตเห็นรถไฟที่แล่นมาด้วยความเร็ว จึงชนเข้าอย่างจัง จนร่างของนายเจษฎากระเด็นไปไกลกว่า 20 เมตร แล้วเสียชีวิตอยู่ข้างดงหญ้า ส่วนรถจักรยานยนต์ถูกเกี่ยวติดไปกับหัวขบวนรถไฟ พร้อมกับบดขยี้จนเหลือแต่ซากพังยับเยิน

ทั้งนี้ จากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่บริเวณจุดตักทางรถไฟดังกล่าว พบว่าเครื่องกั้นรถไฟแบบแขนกั้นอัตโนมัติ มักทำงานเองโดยที่ไม่มีขบวนไฟแล่นผ่านเป็นประจำ จึงทำให้ไม่แน่นใจว่ามีขบวนรถวิ่งผ่านหรือไม่ รวมไปถึงแขนกั้นอัตโนมัติที่มีความยาวเพียงครึ่งถนนเท่านั้น อีกทั้งสองข้างทางรถไฟมีวัชพืชปกคลุมอย่างหนาแน่นและเป็นช่วงโค้ง จึงปิดบังทัศนวิสัยยากแก่การมองเห็น ผู้ที่ใช้เส้นทางนี้จึงต้องใช้ความระมัดระวังกันเอง จนกระทั่งเกิดเหตุเสียชีวิตดังกล่าว

 ที่มา>>>ข่าวสด

สลด!! กัปตันเรือเฟอร์รี่ลงดำน้ำเช็คใบพัดเรือ หน้ากากหลุดจมน้ำดับ

วันที่ 27 ก.ย. ร.ต.ท.ยม หรพมศาสตร์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.แหลมงอบ จ.ตราด รับแจ้งเหตุมีคนสูญหายภายในน้ำที่ท่าเรือเฟอร์รี่ อ่าวธรรมชาติ ต.บางปิด อ.แหลมงอบ จ.ตราด จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราดเขตแหลมงอบ และชุดประดาน้ำกู้ภัยเขตเมืองตราดและเขตเขาสมิง พร้อมทหารเรือ201609271315454-20041020151344ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำจำนวน 4 นาย ได้ลงไปช่วยค้นหาร่างนายสุชาติ เชยชื่น อายุ 49 ปี 22/1 หมู่ 3 ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด เป็นกัปตันเรือท่าเรือเฟอร์รี่ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 15 นาที จนพบร่างนายสุชาติ จมอยู่ใต้ทะเล ท่ามกลางนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มุงดูเหตุการณ์ ขณะรอลงเรือเพื่อไปยังเกาะช้าง จากนั้นจึงนำศพนายสุชาติ ส่งไปยังโรงพยาบาลแหลมงอบ ให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป201609271315467-20041020151344สอบถามนายเรืองวุฒิ บุญเหลา ผู้จัดการฝ่ายปฎิบัติการท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวธรรมชาติ กล่าวว่า ช่วงเวลาประมาณ 9 โมงเช้า ตนได้ให้นายสุชาติและลูกน้องอีกจำนวนหนึ่ง เตรียมอุปกรณ์ดำน้ำ เพื่อลงไปเช็คใบพัดเรือ จากนั้นตนได้เดินเข้าไปในออฟฟิศ และเมื่อกลับมาที่เรืออีกครั้ง ปรากกฎว่ามีหน้ากากดำน้ำลอยอยู่บนผิวน้ำ แต่ไม่พบตัวนายสุชาติ จึงได้สั่งลูกน้องอีกชุดลงได้ช่วยค้นหา แต่ก็ไม่พบ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราดช่วยค้นหาจนพบนายสุชาติจมอยู่ดังกล่าว

นายเรืองวุฒิ กล่าวต่อว่า โดยปกติแล้วนายสุชาติ จะลงดำน้ำเช็คใบพัดเรืออยู่เป็นประจำ โดยมีอุปกรณ์ป้องกันอันตราย รวมทั้งเชือกในการนำทางเช่นกัน แต่ครั้งนี้คาดว่าน่าจะเกิดอุบัติเหตุมากกว่าจนทำให้นายสุชาติจมน้ำเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ตนจะรายงานเรื่องนี้ให้กับผู้ใหญ่ในบริษัท เพื่อให้การช่วยเหลือครอบครัวนายสุชาติต่อไป เนื่องจากเสียชีวิตขณะปฎิบัติหน้าที่

ที่มา>>>ข่าวสด

ระดมหาสาวจีนหายลึกลับในสวนเสือศรีราชาตั้งแต่เมื่อวาน วงจรปิดพบจุดสุดท้ายตรงโชว์จระเข้

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 12 กันยายน ที่สวนเสือศรีราชา นายวรญาณ บุญณราช นายอำเภอศรีราชา พ.ต.อ.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.หนองขาม น.ส.นริศรา ทิพยางกูร ปลัดอำเภอศรีราชา ร่วมกันประชุมเจ้าหน้าที่อาสารักษาดิน แดน  ตำรวจสภ.หนองขาม ทหารคสช.ประจำอำเภอศรีราชา  เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชา รวม 200 นายกระจายกำลังทั้งหมดเป็น 5 หน่วยออกค้นหาภายในสวนเสือเพื่อหาหญิงสาวชาวจีนชื่อนางเกาลี่ปิง อายุ 35 ปีที่หายในสวนเสือ  พ.ต.อ.ชนพัฒน์เปิดเผยว่า ได้รับการประสานงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เมื่อเวลา 16.00 น.ของวันที่ 11 กันยายน มีนักท่องเที่ยวชาวจีนชื่อเกาลี่ปิง อายุ 35 ปี สัญชาติจีน Passport E10545493 ไม่มีโทรศัพท์ติดต่อ ได้หายไปจากกรุ๊ปทัวร์ ขณะที่เข้าไปท่องเที่ยวที่สวนเสือ ศรีราชา ไกด์จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ของสวนเสือและได้ออกติดตามค้นหา และเปิดดูกล้องวงจรปิด แต่ละจุด ก็ยังไม่พบ โดยทางตำรวจ ฝ่ายปกครองอำเภอศรีราชาและหน่วยกู้ภัยจำนวน 60 นายได้ร่วมกันค้นหาตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาแต่ก็ยังไม่พบตัว  พ.ต.อ.ชนพัฒน์ จนกระทั้งเช้าวันนี้ จึงได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองอำเภอศรีราชา และ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัย กว่า 200 นาย ออกค้นหาอีกครั้ง ซึ่งการแต่งกาย ของผู้สูญหายใส่เสื้อยืดสีขาวแขนสั้น กางเกงขาสั้นสีแดง สวมรองเท้าผ้าใบสีขาวใส่หมวกปีกกว้างกันแดดสีชมพู สะพายเป้สีดำ  ล่าสุดเวลา 10.00 น. ได้มีการตั้งศูนย์ ศปก.(สน)สภ หนองขามขึ้น ประชุมวิเคราะห์สถานการณ์ โดยเรียกนายจิงหยา แซ่จ๋าว อายุ 30 ปี ไกด์นำเที่ยวให้การว่านางเกาลี่ปิงที่หายไปนั้นมาซื้อทัวร์เที่ยวในชลบุรีตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย.เพียงคนเดียว โดยเมื่อวานก็ได้พามากับเพื่อนๆทัวร์ชาวจีนอีก 37 คนมาเที่ยวที่สวนเสือศรีราชา พอบ่าย 2 พบว่าไม่ได้มาขึ้นรถ จึงเดินตามหา แต่ไม่พบจึงแจ้งเจ้าหน้าที่สวนเสือศรีราชาให้ช่วยตามหา  นายจิงหยาให้การว่า จาการตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็พบว่าที่สุดท้ายที่พบคือบริเวณหน้าแสดงโชว์จรเข้ หลังจากนั้นก็แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยค้นหาจนดึกแต่ก็ไม่พบตัว โดยที่หายไปนั้นก็มีพาสสปอตอยู่ในกระเป๋าเป้สะพายโดยการที่มาเที่ยวร่วมกับกรุ๊ปทัวร์นั้นก็ซึมเศร้า ไม่พูดจา เหม่อลอย กับเพื่อนที่นั่งมาในรถก็ไม่พูดจาแต่อย่างไร  หลังจากนั้นพล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เดินทางยังศูนย์ปฏิบัติการส่วนล่วงหน้าสภ.หนองขามที่ตั้งอยู่ในสวนเสือศรีราชา สอบถามเหตุการณ์ที่เกิดข้นพร้อมสอบถามไกด์นำเที่ยวในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตำรวจ ฝ่ายปกครองอำเภอศรีราชา ทหารคสช.ประจำอำเภอศรีราชา ไม่ได้นิ่งนอนใจในเหตุการณ์ที่นางเกาลี่ปิงที่หายไปในสวนเสือศรีราชา ได้สนธิกำลังรวมกันค้นหาตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา “วันนี้ก็เรียกรวมกำลังพลสนธิกำลังกันอีกครั้งกระจายกำลังกว่า 200 คนค้นหาปูพรมค้นหาในสวนเสือศรีราชาจำนวน 5 จุด พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีออกสืบหาข่าวร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวพัทยาแล้ว โดยทราบคร่าวๆว่าผู้สูญหายเป็นโรคซึมเซา เหม่อลอย อาจคิดสั้นได้ แต่ทางเราก็จะค้นหาต่อไปโดยสั่งการให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนล่วงหน้าสภ.หนองขามขึ้นที่สวนเสือศรีราชา เป็นการสนธิกำลังวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เพื่อให้การค้นหาผู้สูญหายเป็นไปอย่างรวดเร็ว”

ที่มา>>>ข่าวสด

อาการสาวโดนเสือขย้ำยังโคม่า เผยผลสอบ”สวนสัตว์”ไม่ผิด เพราะคนลงรถเอง(คลิป)

  เพจ  China Face รายงานผลตรวจสอบกรณีเสือที่สวนสัตว์ป่าปาต๋าหลิ่ง กรุงปักกิ่ง ทำร้ายมนุษย์ ซึ่งประกาศเมื่อวันที่  24 ส.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า กรณีที่นักท่องเที่ยวสาวลงจากรถตามอำเภอใจจนถูกเสือทำร้ายจนบาดเจ็บ ส่วนแม่ของเธอรีบร้อนช่วยลูกสาว จนถูกเสือทำร้ายจนเสียชีวิตนั้น ไม่จัดเป็นอุบัติเหตุที่หน่วยงานต้องรับผิดชอบ  รายงานโรงพยาบาลระบุว่า หญิงนักท่องเที่ยวมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณขากรรไกรใบหน้าข้างขวา ลึกถึงกระดูกขากรรไกรล่าง หนังศีรษะและลำคอฉีกขาด นอกจากนี้ยังพบรอยข่วนบริเวณหลัง อก และสะโพก มีความเป็นไปได้สูงที่ต้องทำศัลยกรรมหลายครั้ง  กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ขณะขับรถเที่ยวอยู่ในโซนโลกสัตว์ป่า สวนสัตว์ป่าปาต๋าหลิ่งกรุงปักกิ่ง นักท่องเที่ยวหญิงละเมิดข้อบังคับเปิดประตูลงจากรถ จนถูกเสือที่ปล่อยเลี้ยงพุ่งเข้าทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนแม่ของเธอรีบลงจากรถเพื่อช่วยลูกสาวกลับถูกเสือกัดเสียชีวิต  ทนายความระบุว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บมีสิทธิ์เรียกขอเงินชดเชยจากสวนสัตว์ป่าปาต๋าหลิ่ง แต่ทางสวนสัตว์กลับยืนกรานปฏิเสธ เพราะไม่ได้กระทำผิดต่อกฎหมาย จึงไม่มีหน้าที่ต้องชดเชยความเสียหายใดๆ

ที่มา>>>ข่าวสด

พบกับแพ็คเกจทัวร์แรกในไทย ที่พาคุณเล่น Pokemon GO ไล่จับ Pokemon รอบกรุงเทพ !!

takemetour-pokemon-go-tour-in-thailand-1

TakeMeTour เว็บไซต์สื่อกลางระหว่างนักท่องเที่ยวกับคนพาเที่ยวในพื้นที่ จัดแพ็คเกจทัวร์แรกในไทย ที่จะพาคุณไล่จับ Pokemon รอบกรุงเทพ !!

โดยทัวร์ในชุดนี้มีชื่อว่า “Catch ‘Em All: Pokémon (Go) Catching in Bangkok” ซึ่งในเว็บให้รายละเอียดว่าใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ BTS สยาม หลังจากนั้นก็พาไปไล่จับ Pokemon ตามสถานที่สำคัญๆ

takemetour-pokemon-go-tour-in-thailand-3

ซึ่งสถานที่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นวัดต่างๆ, ย่านเยาวราช, ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีราคาในการพาทัวร์อยู่ที่ 1,530 บาท นอกจากจะได้ท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ แล้ว ยังได้ไกด์ที่ช่วยแนะนำการไล่จับ Pokemon ตามที่ต่างๆ ด้วย

ใครที่สนใจลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ -> Take Me Tour : Pokemon (Go) Catching in Bangkok

takemetour-pokemon-go-tour-in-thailand-2

ที่มา>>>macthai

จับ 2 โจ๋เชียงรายวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวต่างชาติ ตร.ตามเช็กวงจรปิดล่าตัว (คลิป)

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 23 ก.ค. พล.ต.ต.มนตรี สัมบถุญณานนท์ ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.ปรีชา วิมลไชยจิต รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.อดุลย์ สมนึก ผกก.พ.ต.ท.สิทธิพร บัวสุก รอง ผกก.สส. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยว พร้อมของกลาง ผู้ต้องหาชื่อนายตั้ม หรือ นายเจริญ อายุ 19 ปี บ้านเดิมเลขที่ 89/พ หมู่ 23 ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย นายเจมส์ หรือนายอาเจอ หมื่นแหล่ อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 12 หมู่ 4 ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวงเชียงราย ในความผิด “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด การพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ของกลางเงินสด 4,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ ยี่ห้อ LTS จำนวน 1 คัน พล.ต.ต.มนตรี สัมบุญณานนท์ ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งเหตุคนร้าย 2 คน ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ ผู้เสียหายชาวต่างประเทศ ที่บริเวณหน้าโฮมเอนจอดนัยริ้ว ซอยข้างร้านทองเพชรทองคำ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ได้ทรัพย์สินไปจำนวนหนึ่ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนทั้งของจังหวัดและท้องที่ได้ประสานกันออกล่าตัวทันที และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุ ที่สามารถจับกุมภาพคนร้ายดังกล่าวขณะก่อเหตุไว้ได้ จึงทำให้ทราบตำหนิรูปพรรณและพาหนะของคนร้าย ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ โดยศาลได้ออกหมายจับคนร้ายเลขที่ 438/2559 ลงวันที่ 12 ก.ค.59 ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ระบบโปลิสอายส์ ตามเส้นทางทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ จนกระทั่งสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองได้ที่บริเวณหน้าอาคารไลออนส์ โรงเรียนอาชีวะศึกษาแม่สาย และที่ห้างสรรพสินค้าแม๊คโคร ต.เวียงดาวคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาจริง ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนน เพื่อจะไปรับแฟนสาว แต่ได้เห็นเหยื่อเป็นชาวต่างประเทศ จึงได้วิ่งราวทรัพย์ดังกล่าว โดยนายเจมส์เป็นคนขับขี่รถจักรยานยนต์ นายตั้มเป็นคนซ้อนท้าย ร่วมกันก่อเหตุดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวอุซเบกิสถานถึงเป็นลมถูกจับลวงหญิงมาค้ากามเมืองไทย ตร.ล็อกตัวคาห้องพักย่านสุขุมวิท

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ก.ค.พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.ทท.พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน รอง ผบก.ศูนย์สืบ สตม.พ.ต.อ.เกื้อกมล ดวงประทีป ผกก.1บก.ทท.แถลงการจับกุม นางอคาเมโดวา นิโกรา อายุ 39 ปี สัญชาติ อุซเบกิสถาน ผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากล เลขที่ A-3811/4-2016 ที่หลบหนีมาจากประเทศอุซเบกิสถาน ในข้อหาค้ามนุษย์ โดยสามารถจับกุมที่พักย่านอ่อนนุช ถ.สุขุมวิท 77 แขวงและเขต สวนหลวง กทม. พ.ต.อ.อาชยน กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันผู้กระทำผิดเกี่ยวกับอาชกรรมข้ามชาติ แฝงตัวมาในคราบนักท่องเที่ยวมีจำนวนมาก สร้างความเสื่อมเสียกับชื่อเสียงของประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปราบปรามการค้ามนุษย์เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากเทียร์ 2 โดยการจับกุมในครั้งนี้ ได้รับการประสานจาก ประเทศอุซเบกิสถานว่า นางอคาเมโดวาผู้ต้องหาค้ามนุษย์หลบหนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทย และได้มีการเข้าออกประเทศไทยมาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยจะแฝงเข้ามาเป็นนักท่องเที่ยว

พ.ต.อ.อาชยน กล่าวต่อว่า สำหรับพฤติการณ์ของนางอคาเมโดวา นั้นร่วมกันกับพวกที่ยังหลบหนีอยู่ในประเทศอุซเบกิสถาน อีก 2-3 คน ทำการล่อลวงหญิงสาวชาวอุซเบกิสถานหลายราย ให้เข้ามาค้าประเวณี และค้าแรงงาน ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย คาซัคสถาน ฯลฯ สร้างความเดือดร้อนให้เหยื่อและญาติๆ จำนวนหลายราย โดยระหว่างที่ถูกตำรวจไทยจับกุมนั้นนางอคาเมโดวา มีอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมตลอดเวลา เจ้าตัวให้การผ่านล่ามแปลภาษาอ้างว่า เดินทางมาทำธุรกิจซื้อขายสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ แต่เมื่อตรวจหาแล้วไม่มีหลักฐานตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง จึงคุมตัวส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินคดีตามกฎหมาย

ที่มา>>>ข่าวสด

“ดอกตะแบก” กว่าพันไร่บานสะพรั่งเต็มผืนป่าเขาตะเภา จังหวัดลพบุรี

14689108951468910908lวันที่ 19 กรกฏาคม 2559 เชิญนักท่องเที่ยวชมป่าตะแบกที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ เขาตะเภา ต.เนียด อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรีบนเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ ขณะนี้กำลังออกดอกชูช่อสีม่วงสลับขาวสวยงามไม่แพ้ดอกซากุระในประเทศญี่ปุ่น  ทัศนียภาพสวยงาม มองไปทางไหนก็ดูสดชื่นด้วยดอกตะแบกที่แข่งกันออกดอกเมื่อได้รับไอฝน สามารถมองไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา เหมาะสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติอย่างแท้จริงในวันหยุดเทศกาลเข้าพรรษานี้หลังจากพาครอบครัวไปทำบุญ ตักบาตร เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวแล้ว ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดลพบุรี ที่จะทำให้ท่านหลงไหลในผืนป่าที่มีดอกตะแบกที่สวยสด งดงาม เต็มพื้นที่ของเขาตะเภา ต.เพนียด อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

ที่มา>>>ข่าวสด