ชาวบ้านโวยลั่น เทศบาลปล่อยอนุญาตก่อสร้างไหล่เขา ชิดแนวถนน บังทัศนียภาพ

กลายเป็นภาพที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล เมื่อเพจ เสียงประชาชน คนภูเก็ต ได้โพสต์ภาพก่อนและหลังพื้นที่ข้างถนนเส้นทางจากหาดในหานไปแหลมกระทิง ซึ่งบริเวณที่พบการก่อสร้างอยู่ไหล่ทางของภูเขา พบว่ามีการก่อสร้างชิดถนน และบดบังทัศนียภาพบริเวณพื้นที่ดังกล่าว โดยพบว่า ชาวบ้านละแวกดังกล่าวพยายามร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่มีการเริ่มก่อสร้าง ว่า ตรงไหล่เขาแบบนี้สามารถออกโฉนดสร้างสิ่งปลูกสร้างได้ด้วยหรือ? แถมสิ่งก่อสร้างยังบดบังทัศนียภาพที่สวยงามอีก แต่ก็ยังไม่มีใครหรือหน่วยงานใดออกมาชี้แจ้งเทศบาลตำบลราไวย์ได้โพสต์ข้อความชี้แจงลงในแฟนเพจของเทศบาลว่า

“เทศบาลตำบลราไวย์ได้รับเอกสารขออนุญาตการก่อสร้างบ้านในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งทางกองช่างได้เข้าตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ดิน และข้อกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องตาม พรบ.ควบคุมอาคาร 2522 เมื่อกองช่างพิจารณาตามเอกสารหลักฐาน แล้วว่า สามารถที่จะก่อสร้างได้ ไม่ขัดกับกฎหมายที่ได้กำหนดไว้ข้างต้น ส่วนในเรื่องของการออกเอกสารโฉนดที่ดิน เป็นเรื่องของทางที่ดิน เมื่อเจ้าของมีเอกสารครบถ้วนก็สามารถยื่นขออนุญาตก่อสร้างได้ ตามที่กฎหมายกำหนด ในเรื่องของการออกมาแสดงความคิดเห็นก็สามารถกระทำได้ตามความรู้สึก เพราะอาจเข้าใจว่าสถานที่ตรงนั้น เป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ เมื่อก่อนสามารถเข้าไปถ่ายรูปได้ ไปนั่งชมวิวได้ ขับรถผ่านก็มีวิวสวย โดยที่เราอาจจะไม่รู้ว่าเป็นที่ดินของใคร เป็นที่อะไร เพราะไม่มีป้ายหรือสัญลักษณ์อะไรแสดงไว้ แต่ปัจจุบันผู้ครอบครองที่ดินได้ แสดงสิทธิ์และใช้สิทธิ์ มาขออนุญาตก่อสร้างบ้าน ตามกระบวนของกฎหมายที่กำหนดไว้ เทศบาลเป็นผู้พิจารณาตามระเบียบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงเรียนให้ประชาชนได้ทราบโดยทั่วกัน”

 

โดยเรื่องดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

แค้นใจ! พากิ๊กใหม่นอนบ้าน อดีต ผอ.กองช่างสกลฯ ควง 9 มม.จ่อยิงเมียดับ

อดีตผู้อำนวยการกองช่าง อบจ.สกลนคร แค้นใจเมียพากิ๊กใหม่มานอนที่บ้าน ควง 9 มม. จ่อยิงหัว 3 นัด ดับคาบ้าน ตร.ตามรวบตัวได้ทันควันขณะไปขอยืมเงินคนรู้จักในที่ทำงานเก่าเพื่อเตรียมหลบหนี

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 6 มิ.ย. พ.ต.อ.พงศ์ปณต หนูแก้ว ผกก.สภ.นิคมน้ำอูน ได้รับแจ้งเหตุยิงกันตาย ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.2 บ.หนองแคน ต.นิคมน้ำอูน อ.นิคมน้ำอูน จ.สกลนคร จึงรุดไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าเป็นบ้านชั้นเดียว ภายในบ้านพบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิง ทราบชื่อ น.ส.ชลิตฎา นาคะอินทร์ หรือ อ้อย อายุ 42 ปี สภาพศพนอนหงายจมกองเลือด มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณด้านหลังศีรษะ กระสุนทะลุใบหน้า จำนวน 3 นัด ใกล้กันพบปลอกกระสุน ขนาด 9 มม. จำนวน 3 นัด ตกในที่เกิดเหตุ

สอบถามญาติผู้ตายทราบว่า ผู้ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้คือ นายประสิทธิ์ ยอดศรี อายุ 64 ปี ชาวบ้าน ม.2 บ.หนองแคน ต.นิคมน้ำอูน อ.นิคมน้ำอูน จ.สกลนคร ซึ่งเป็นสามีผู้ตาย และเป็นอดีตผู้อำนวยการกองช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร หลังก่อเหตุได้ขับรถกระบะวีโก้ สีบรอนซ์ หลบหนีไป

โดยเขียนข้อความใส่กล่องกระดาษทิ้งไว้หน้าบ้าน มีข้อความว่า ผมฆ่าแล้วจะไปสักระยะ และจะกลับมามอบตัว พร้อมกับข้อความระบายความอัดอั้นในใจว่าโดนดูถูก ที่ภรรยาพาชายอื่นเข้าบ้าน

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผู้บังคับการตำรวจภูธรสกลนคร สั่งการให้ พ.ต.อ.พิพัฒน์ มนาปี ผกก.สส.ภ.จว.สกลนคร พร้อมกำลังออกติดตามไล่ล่าจับกุมตัว โดยตั้งด่านสกัดใกล้กับเขตพื้นที่เกิดเหตุผู้ต้องหากำลังเดินลงมาจากอาคาร อบจ.สกลนคร ให้ จนท.จับกุมโดยดี

ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. มีรายงานว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีเข้ามาในเขตเทศบาลนครสกลนคร จึงได้กระจายกำลังออกติดตาม จนกระทั่งมาพบรถต้องสงสัยจอดอยู่บริเวณถนนหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร

ขณะกำลังวางแผนเพื่อเข้าทำการจับกุมนั้น ปรากฏว่าผู้ต้องหากำลังเดินลงมาจากอาคาร อบจ.สกลนคร จนท.จึงเข้าควบคุมตัวไว้ได้โดยละม่อม โดยผู้ต้องหาไม่มีอาการขัดขืน หรือต่อสู้ใดๆ

ทั้งนี้ นายประสิทธิ์ สารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุยิงภรรยาตนเองจนเสียชีวิตจริง เนื่องจากแค้นใจที่ภรรยามีชายใหม่ ตนเป็นอดีตผู้อำนวยการกองช่าง อบจ.สกลนคร ส่วนภรรยาทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง อยู่กินกันมากว่า 10 ปี โดยตนได้สร้างบ้านในที่ดินของภรรยา และทำสวนยางด้วยกัน ต่อมา 2 ปีให้หลัง ภรรยาเริ่มตีตัวออกห่างโดยอ้างว่ารำคาญ และเริ่มกีดกันตนไม่ให้เข้าบ้าน ทั้งๆ ที่บ้านหลังดังกล่าวตนเป็นคนสร้าง แต่ตนก็ยอมไปอยู่ที่อื่นเนื่องจากความรักและไว้ใจภรรยา แต่ก็ยังคงไปมาหาสู่กันอยู่บ้างตามประสาสามีภรรยาจนท.เข้าควบคุมตัวไว้โดยผู้ต้องหาไม่มีอาการขัดขืน หรือต่อสู้

ผู้ต้องหา กล่าวต่อว่า จนกระทั่งเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนระแคะระคายว่าภรรยาไปปันใจให้กับชายอื่น ซึ่งเป็นระดับ ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในเขต อ.กุดบาก และพาเข้าบ้านด้วย ตนจึงรู้สึกไม่พอใจและรู้สึกคับแค้นใจเป็นอย่างมาก ต่อมา จึงได้มีการพูดคุยตกลงเคลียร์ปัญหากันเพื่อจะจบกันด้วยดี โดยจะแบ่งสวนยาง รถยนต์ให้เอาเข้าไฟแนนซ์เพื่อแบ่งเงินกัน ต่อมา ตนป่วยเข้าโรงพยาบาลด้วยโรคประจำตัว แต่มาทราบข่าวว่าสวนยางทั้งหมด 6 ไร่ ภรรยาจะนำไปขายเป็นเงินกว่าล้านบาท ซึ่งตนไม่ทราบเรื่อง จึงเริ่มรู้สึกโมโห รวมกับหลายเรื่องที่ถูกกระทำ

นายประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา ภรรยาได้พาผู้ชายเข้ามานอนที่บ้านจึงเกิดความคับแค้นใจ เมื่อคืนจึงนั่งคิดหาทางยุติปัญหาทั้งหมด และเขียนข้อความระบายความในใจใส่กล่องกระดาษไว้ รุ่งเช้าวันนี้จึงตัดสินใจจบปัญหาทั้งหมดโดยพกปืนไปด้วย ตั้งใจจะยิงภรรยาตนเองและผู้ชายที่อยู่ด้วยกัน เมื่อพบหน้าภรรยาด้วยแรงโทสะจึงชักปืนออกมายิงใส่ภรรยาทันที 3 นัด จนล้มฟุบจมกองเลือด ส่วนผู้ชายได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในห้องนอน ตนจึงขับรถหลบหนีออกมา ตั้งใจอยากจะหลบหนีไปสักพักแล้วกลับมามอบตัว แต่เนื่องจากไม่มีเงินติดตัวจึงได้แวะมาที่ อบจ.สกลนคร ที่เป็นที่ทำงานเก่า เพื่อมาขอยืมเงินคนรู้จักเพื่อใช้หลบหนี

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า พบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุอยู่ในกระเป๋าสีแดง วางอยู่ใต้เบาะคนขับ ยี่ห้อนอริงโก้ ทะเบียน ปน/1/2698 จำนวน 1 กระบอก ซองกระสุน 1 อัน และพบกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 16 นัด ในห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ซุกซ่อนใต้เบาะอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ยี่ห้อ นอริงโก้ ทะเบียน ปน/1/2698 จำนวน 1 กระบอก ซองกระสุน 1 อัน และพบกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 16 นัด

เบื้องต้น จนท.ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควร ควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath