บุพเพสันนิวาส!! คบสาว 4 ปี หนุ่มเพิ่งรู้พิการแขนขาขาด ยังรักมั่นคง-สู่ขอวิวาห์(คลิป)

ความพิการไม่เป็นอุปสรรค แต่ทำให้รักผู้หญิงคนนี้มากยิ่งขึ้น พิธีวิวาห์ที่อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร เจ้าบ่าวแห่ขันหมากขอเจ้าสาวอายุมากกว่า 15 ปี และพิการแขนขาขาด หลังคบหา 8 ปี โดยฝ่ายหญิงปกปิดไม่ให้ฝ่ายชายเห็นความพิการ เป็นเวลากว่า 3 ปี จนเข้าปีที่ 4 ยอมเปิดเผยร่างกายที่พิการออกมา แต่ฝ่ายชายเมื่อรู้ความจริงกลับยิ่งรักเจ้าสาวมากขึ้น ตัดสินใจคบหาดูใจกันต่อ กว่า 8 ปี ที่ศึกษาดูใจและตกลงจะใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน พร้อมมีลูกด้วยกันทันที ขอแค่ 1 คน

หนุ่มรับจ้างกรีดยางยกขันหมากสู่ขอแต่งงานกับสาวพิการแขนขาขาดรายนี้ เปิดเผยขึ้นหลังจากมีเสียงชื่นชมกันหนาหูว่าเป็นบุพเพสันนิวาสของเจ้าสาวผู้พิการ ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินไปที่บ้านเขาหน้าหัก หมู่ที่ 1 ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.อ้อย หรือ ตุ๊กตา อายุ 38 ปี ว่าที่เจ้าสาวที่พิการมาแต่กำเนิด ขาขวาขาดใต้หัวเข่าลงมา ส่วนขาซ้ายอ่อนแรง และแขนขวาขาดตั้งแต่เหนือข้อศอกขึ้นไป และพบ นายพรภิรมย์ หรือ ต้น อายุ 23 ปี ว่าที่เจ้าบ่าว ที่มาช่วยเตรียมจัดงานแต่งงาน วันที่ 3 ส.ค.

น.ส.อ้อย ว่าที่เจ้าสาวเปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า สำหรับครอบครัวมีอาชีพทำสวนปาล์ม เธอเป็นลูกสาวคนโต มีน้องสาว และน้องชาย ต่างมีครอบครัวไปหมดแล้ว พิการมาแต่กำเนิด เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร หลังจากนั้นก็ไปเรียนต่อด้านคอมพิวเตอร์ และการบัญชี ที่ศูนย์คนพิการ ที่ห้าแยกปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังเรียนจบมาอาจารย์ที่ศูนย์คนพิการปากเกล็ด ก็ฝากเข้าทำงานเป็นแคชเชียร์ที่โรงแรมชมพูอินน์ อ.เมือง จ.นครปฐม ตั้งแต่ปี 56

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่เจ้าสาวว่ารู้จักกับฝ่ายชายได้อย่างไร นายพรภิรมย์ ว่าที่เจ้าบ่าว ตอบว่า เพื่อนของ น.ส.อ้อย ให้เบอร์โทรศัพท์กับตนตั้งแต่ปี 52 ตนจึงโทรศัพท์คุยกันเรื่อยมาโดยที่ไม่รู้เลยว่า ว่าที่เจ้าสาวเป็นคนพิการขาด้วนแขนด้วน โดยเริ่มแรกตนก็ส่งรูปถ่ายแบบเต็มตัวไปให้ฝ่ายหญิงดูและฝ่ายหญิงก็ส่งรูปครึ่งท่อนมาให้ตนดูก็ไม่ได้คิดอะไร พูดคุยกันทางโทรศัพท์เรื่อยมาจนกระทั่งนาน 3 ปี ได้เดินทางไปเจอกันจึงรู้ว่าหญิงสาวที่ตนคุยอยู่เป็นหญิงพิการ

ไม่รู้ว่าจะเป็นด้วยบุพเพสันนิวาส หรือเนื้อคู่กันมาแต่ชาติก่อน จิตใจตนที่ได้เจอครั้งแรกกลับไม่คิดอะไรเลยกลับยิ่งรักและสงสารว่าที่เจ้าสาวมาโดยตลอด มีอาชีพรับจ้างกรีดยาง อยู่ที่ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ พ่อแม่เปิดร้านขายของชำอยู่ในหมู่บ้านที่ ต.ไชยราช ฐานะครอบครัวก็ปานกลางไม่ได้ร่ำรวย ส่วนครอบครัวฝ่าย น.ส.อ้อย มีฐานะปานกลางอาชีพทำสวนปาล์ม คบกันมา 8 ปีเต็ม กระทั่ง น.ส.อ้อย ได้บอกกับตนว่าถ้ารักกันจริงก็ให้พ่อแม่ไปสู่ขอ ตนจึงบอกว่าขอเก็บเงินก่อนได้ 5 หมื่น จะพาพ่อแม่ไปสู่ขอ

นายพรภิรมย์ ระบุเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ตนพาพ่อและแม่ไปเดินทางไปสู่ขอ น.ส.อ้อย ตามประเพณี โดยพ่อแม่ของ น.ส.อ้อย เรียกสินสอดทองหมั้น เป็นเงินสด 2 หมื่นบาท สร้อยคอทองคำ หนัก 2 บาท และกำหนดพิธีแต่งานกันในวันพฤหัสบดีที่ 3 ส.ค. 60 เวลา 10.00 น. ที่บ้านเจ้าสาว โดยพิธีแห่ขันหมากจะเริ่มเวลา 8 โมง 9 นาที เสร็จพิธีก็จะเป็นงานเลี้ยงแบบโต๊ะไทยสำเร็จซึ่งทั้งตนเองและว่าที่เจ้าสาวได้แจกการ์ดเชิญแขกไปแล้วจำนวน 620 ใบ จัดโต๊ะในงานเลี้ยงไว้ 130 โต๊ะ ส่วนของชำร่วยที่แจกในงานเป็นแก้วน้ำ นายพรภิรมย์ บอกกับผู้สื่อข่าวอีกว่า หลังเสร็จพิธีแต่งงานตนก็จะอยู่ที่บ้านเจ้าสาว 3 คืน หลังจากนั้นก็จะพาเจ้าสาวไปอยู่กับพ่อแม่ที่ อ.บางสะพานน้อย ช่วยพ่อแม่ที่ร้านขายของชำ โดยตนและเจ้าสาววาดอนาคตเอาไว้ว่า จะมีลูกทันทีเพียง 1 คน แต่สำหรับตนอยากได้ลูกผู้ชาย

ด้านนางสะอื้น พานทอง แม่ของว่าที่เจ้าสาว เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจไม่คิดว่าจะมีวันนี้เพราะลูกสาวพิการมาแต่กำเนิด แต่เห็นฝ่ายชายว่าที่ลูกเขยเป็นคนจริงจังและรักลูกสาวของนางจริง ก็สบายใจว่าเขาคงจะเลี้ยงดูลูกสาวได้ สำหรับการ์ดเชิญ ตนเองได้เชิญ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน สมาชิก อบต. นายก อบต. รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สลุย ให้มาร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ด้วย

cr.สำนักข่าวไทย


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

10 สาเหตุ “ตาแดง” แบบไหนหายได้เอง แบบไหนอันตราย

10 สาเหตุ “ตาแดง” แบบไหนหายได้เอง แบบไหนอันตรายเมื่อเรามีอาการตาแดงเกิดขึ้น แน่นอนว่า จะมีคำถามที่มากมายจากคนรอบข้าง เช่น “ไม่สบายหรือเปล่า” “เสียใจเรื่องอะไร” “เมื่อคืนเมาหนักเหรอ” แต่จริงๆ แล้ว อาการตาแดงสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และบางครั้งก็เป็นอาการที่ที่บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่สำคัญเช่นกัน

Andrew Holzman แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก TLC Laser Eye Center ในแมรี่แลนด์ บอกว่า อาการตาแดงนั้น อาจจะเกิดจาก 10 สาเหตุต่อไปนี้

  1. ตาแดงเพราะตาแห้ง

เมื่อตาแห้ง ก็จะเกิดความระคายเคืองและมีการอักเสบได้ และการอักเสบนี่เอง ที่ทำให้ตาแดง ส่วนใหญ่แล้วเมื่อเรามีอายุมากขึ้น คือประมาณ 50 ปีขึ้นไป ก็จะมีอาการตาแห้ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าหากยังอยู่ในวัยเด็ก หรือวัยหนุ่มสาว แล้วมีอาการดังกล่าว อาจจะเป็นเพราะการจ้องมองจอคอมพิวเตอร์มากเกินไป ในขณะที่เราดูจอคอมพิวเตอร์นั้น เรามักจะไม่กระพริบตา และนั่นก็เป็นสาเหตุให้ตาแห้ง

นอกจากนี้ ยังมีอาการอื่นร่วมได้อีกเช่น เคืองตา ปวดแสบปวดร้อน คันตา วิธีแก้ก็คือ ใช้น้ำตาเทียมหยอดตา เพื่อให้ความชุ่มชื้น และลดการอักเสบ ที่เป็นสาเหตุให้ตาแดง นอกจากนั้น เวลาดูจอคอมพิวเตอร์ ก็ให้กระพริบตาให้บ่อยขึ้น โดยใช้กฏ 20-20-20 นั่นคือ ในทุก ๆ 20 นาทีที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ให้หันไปมองอย่างอื่น ที่อยู่ห่างจากตัวเราออกไปประมาณ 20 ฟุต สัก 20 วินาที แต่หากทดลองวิธีที่แนะนำไปแล้ว อาการตาแดงยังไมดีขึ้น ก็ควรปรึกษาแพทย์

  1. ตาแดงเพราะมีอาการแพ้อากาศ

บางคนมีอาการแพ้ต่างๆ เกิดขึ้นตามฤดูกาล ที่สภาพอากาศ และสภาพแวดล้อมมีความเปลี่ยนแปลงไป เช่นแพ้ละอองเกสรดอกไม้ แพ้หญ้า อาการเหล่านี้ทำให้ตาบวม แดง อักเสบได้ นอกจากนี้เมื่อเรามีอาการแพ้ เรามักจะคันตา เป็นเหตุให้ต้องขยี้ตา ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้อักเสบ และแดงมากขึ้นไปอีก

นอกจากอาการคัน และเคืองตาแล้ว อาจจะมีน้ำตาไหลได้ด้วย วิธีแก้ก็คือ ใช้ของเย็นๆ ปิดด้วยตาไว้ประมาณ 15 นาที ทำวันละหลาย ๆ ครั้ง หรืออาจจะปรึกษาแพทย์ เพื่อหาทางควบคุมอาการแพ้ เพื่อรักษาที่ต้นเหตุ

  1. ตาแดงเพราะการใช้ยาบางชนิด

ยาแก้แพ้หรือยาต้านฮีสตามีน (antihistamine)ไม่ใช้ยาชนิดเดียว ที่ทำให้เราเกิดอาการตาแห้ง ยังมียาอีกหลายชนิดที่มีผลข้างเคียงดังกล่าว เช่น ยานอนหลับ ยาคลายเครียด หรือแม้กระทั่งยาแก้ปวด พวก ibuprofen ยาพวกนี้ ทำให้ตาแห้ง และแดง เพราะมันไปลดการไหลเวียนของเลือดบริเวณเนื้อเยื่อรอบดวงตา วิธีแก้คือ การหยอดน้ำตาเทียม รวมทั้งอาจจะปรึกษาแพทย์ เพื่อลดผลข้างเคียงโดยปรับการใช้ยาบางอย่าง

  1. ตาแดงเพราะนอนไม่พอ

การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ การนอนดึก ก็ทำให้ตื่นขึ้นมาตาแดงในตอนเช้าได้ เพราะตาก็ต้องการการปิดพักผ่อน เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมเช่นกัน กล้ามเนื้อดวงตา ก็ต้องการพัก หากไม่ได้พักอย่างเพียงพอ การโฟกัส ก็ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ วิธีการแก้ไขก็คือ ใช้น้ำตาเทียมช่วย และควรจัดเวลาสำหรับการนอนหลับพักผ่อนให้ได้วันละ 7-8 ชั่วโมง

  1. ตาแดงเพราะดื่มแอลกอฮอล์

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ก็ทำให้ตาแดง ไม่ใช่แค่ทำให้หน้าแดงเท่านั้น เพราะแอลกอฮอล์ ทำให้เส้นเลือดขยายตัว มีปริมาณเลือดไหลเวียนที่ดวงตามากขึ้น นอกจากนี้ยังอาจมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่น ปวดศีรษะ ร่างกายขับน้ำ คลื่นไส้ วิธีแก้ ต้องใช้ยาหยอดตาชนิด eye whitening drop จะช่วยลดอาการได้ ภายใน 15 นาที

  1. ตาแดงเพราะสูบบุหรี่

การสูบบุหรื่ ก็ทำให้ตาแดง เพราะบุหรี่จะไปบีบเส้นเลือดในดวงตา นอกจากนี้ ยังอาจจะเกิดอาการตาแห้งได้ด้วย อาการดังกล่าวนี้ หากเป็นไปในระยะยาว อาจจะส่งผลถึงขั้นทำให้สูญเสียการมองเห็น หรือตาบอดได้ วิธีแก้ก็คือ การเลิกบุหรี่ และพยายามอยู่ในที่ที่อากาศบริสุทธิ์

  1. ตาแดงเพราะติดเชื้อ

โรคตาแดงของจริงแล้วล่ะทีนี้ โรคตาแดงเกิดอาการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ที่ดวงตาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง โรคตาแดงนี้ แพร่กระจายไปติดคนอื่นได้ง่ายมาก เมื่อติดก็จะเกิดอาการอักเสบ ตาบวม แดง และอาจมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่น ปวดแสบปวดร้อน น้ำตาไหล ตาปิด ไวต่อแสง โรคตาแดงหากเป็นแล้วต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษา หากแพทย์ตรวจพบว่าเป็นไวรัส ก็อาจจะให้พักผ่อน 2-3 สัปดาห์ ให้ยาหยดตาเพื่อลดอาการ และรอให้เชื้อไวรัสนั้นหายไปเอง หากเป็นแบคทีเรีย ก็จะต้องใช้ยาหยอดตาแอนตี้ไปโอติก เพื่อรักษาอาการ

  1. ตาแดงเพราะว่ายน้ำ

น้ำทะล มีความเค็ม ซึ่งนำไปสู่อาการตาแดงได้  ส่วนน้ำในสระว่ายน้ำ ก็มีสารเคมีอย่างคลอรีน ซึ่งทำให้เกิดอาการระคายเคืองและตาแดงได้เช่นกัน วิธีแก้คือ ให้ล้างตาด้วยน้ำเกลือสำหรับล้างตา หรือใช้น้ำตาเทียมหยอดตา จะช่วยบรรเทาอาการได้ ที่สำคัญ ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ ไม่ควรใส่ลงน้ำ

  1. ตาแดงเพราะเส้นเลือดในตาแตก

อาการดังกล่าวนี้ อาจจะเกิดขึ้นเพราะไอบ่อย มีแรงกดที่ตา มีโรคบางอย่าง หรือแม้กระทั่งอุบัติเหตุ อาการแบบนี้ มักไม่ทำให้เจ็บปวด เพียงแต่จะรู้สึกหนักๆ ที่ตาเท่านั้น และแก้ไขไม่ได้ ต้องรอให้ค่อย ๆ หายไปเอง ซึ่งอาจจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์

  1. ตาแดงเพราะใช้น้ำยาหยอดตาประเภท eye whitening drops มากเกินไป

น้ำยาหยอดตาประเภทนี้ อาจทำให้ปัญหาตาแดงยิ่งแย่ลงไปอีกหากใข้ไม่เหมาะสม เพราะมันไปลดปริมาณเลือดที่เข้ามาหล่อเลี้ยงบริเวณดวงตา  เมื่อหยอดตาแดงก็หายไป แต่เมื่อหยุด มันก็กลับมาใหม่ และอาจจะเกิดผลที่เรียกว่า rebound effect ทำให้ตายิ่งแดงมากขึ้นอีก ยาประเภทนี้ ไม่ควรใช้บ่อย หรือใช้เป็นประจำ หากนาน ๆ ใช้ทีก็จะไม่ก่อให้เกิดผลเสียแต่อย่างใด

ที่มา>>>Sanook

คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ รวมเชื้อโรคอันตรายกว่าโถส้วม!

คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ รวมเชื้อโรคอันตรายกว่าโถส้วม!ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนส่วนใหญ่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ทุกวัน ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานออฟฟิศ ทำงานราชการ ฟรีแลนซ์ หรือแม้กระทั่งการใช้งานคอมพิวเตอร์เพื่อความบันเทิง แต่จำได้หรือเปล่าว่า ครั้งสุดท้ายที่ทำความสะอาดคีย์บอร์ด หรือแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ คือตอนไหน?

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์

ลองส่องดูคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ของคุณดูตอนนี้สิ…

หากพบเจอฝุ่น คราบสกปรก เศษกระดาษ หรือแม้กระทั่งคราบซอส ครอบพริกเกลือทีเคยทำหกใส่คีย์บอร์ดเอาไว้เมื่อนานมาแล้วล่ะก็ บอกได้เลยว่าคุณกำลังเพาะพันธุ์เชื้อโรคบนคีย์บอร์ดของคุณเอง เมื่อคุณจิ้มๆ ปุ่มเสร็จ คุณก็หันไปหยิบอาหารใส่ปาก เชื้อโรคต่างๆ ก็เข้าสู่ร่างกายคุณอัติโนมัติ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์

อันตรายจากคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ที่สกปรก

คีน์บอร์ดคอมพิวเตอร์ของคุณอาจตรวจพบเจอเชื้อโรคที่มีชื่อว่า “เอ็นเทอโรค็อกคัส ฟีเชียม” ที่อาจทำให้เกิดอาการติดเชื้อในช่องท้อง และอวัยวะขับถ่าย เป็นเหตุให้มีอาการปวดท้อง ท้องเสีย หรืออาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอื่นๆ ร่วมด้วย มีความเสี่ยงเป็นโรคปอดบวม หรือถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือดเลยทีเดียว

วิธีทำความสะอาดคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์

ไม่เพียงแต่ปัดฝุ่นออกเท่านั้น แต่ควรใช้ผ้าหรือสำลี ชุบน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือแอลกอฮอล์ เช็ดทำความสะอาดปุ่มคีย์บอร์ดด้วย หากสามาถแกะปุ่มคีย์บอร์ดออกมาทำความสะอาดได้ก็จะสะอาดยิ่งขึ้น อย่าให้มีอะไรไปตกค้างในปุ่มคีย์บอร์ดมากนัก และควรทำความสะอาดคีย์บอร์ดเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค และแบคทีเรียต่างๆ

ที่มา>>>Sanook

Apple ออกโฆษณา iPad Pro ใหม่ เน้นการทำงานแทนคอมพิวเตอร์

apple-new-ipad-pro-commercial-computer

Apple ได้ออกโฆษณาใหม่ของ iPad Pro ทาง YouTube โดยรอบนี้เน้นการใช้ iPad Pro แทนคอมพิวเตอร์ โดยใช้หัวข้อว่า What’s a Computer?

ตัวโฆษณาจะเน้นถามว่าผู้ใช้นึกถึงว่าคอมพิวเตอร์นั้นจะนึกถึงอะไรบ้าง และให้ลืมไปเลย เนื่องจาก iPad Pro เป็นคอมพิวเตอร์ในตัวอยู่แล้ว

ตัววิดีโอมีการโชว์อุปกรณ์เสริมของ Apple ไม่ว่าจะเป็น Smart Keyboard, Apple Pencil รวมถึงซอฟต์แวร์และความสามารถของตัว iOS เช่น split-view, picture-in-picture ฯลฯ

โฆษณาสามารถชมได้ด้านล่างนี้

ที่มา>>>macthai

Apple ปล่อย iOS 10 Public Beta 3 ให้กับผู้ใช้ทั่วไปแล้ว

ios-10หลังจากที่เมื่อวานแอปเปิลได้ปล่อย iOS 10 Beta 4 ให้กับนักพัฒนาได้ทดสอบกัน และวันนี้แอปเปิลได้ปล่อย iOS 10 Public Beta 3 ให้กับผู้ใช้ทั่วไปแล้วเช่นกัน

โดยฟีเจอร์หลัก ๆ ที่เพิ่มเข้ามาใน Public Beta 3 นั้นก็จะคล้าย ๆ กับ iOS 10 Beta 4 นั่นก็คือเพิ่ม Emoji แบบใหม่, เสียงกดคีร์บอร์ดแบบใหม่, แสดงวันที่บน Notification Center แล้ว, ปิด Haptic Feedback ตอนปลดล็อกเครื่อง และอื่น ๆ

img_3155

ผู้ใช้ที่สนใจ Apple แนะนำว่าซอฟต์แวร์นี้ยังคงเป็นเวอร์ชันทดสอบซึ่งไม่ทราบว่าจะเกิดปัญหาขึ้นเมื่อไร จึงแนะนำให้ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์หรือ iPhone, iPad เครื่องสำรอง เพราะการติดตั้งบนเครื่องหลักอาจทำให้ค้างและเสียงานการได้

สำหรับผู้สนใจสามารถสมัครสมาชิกได้ผ่าน Apple Beta Software Program ส่วนผู้ใช้ที่เคยทดสอบ Public Beta มาแล้วสามารถใช้บัญชีเดิมล็อกอินได้เลย ซึ่งในเว็บจะมีวิธีตั้งค่าอุปกรณ์อธิบายให้เรียบร้อย

ที่มา – MacRumors

วิธีเซฟแชท LINE for Android เปลี่ยนเครื่องใหม่ แชทก็ไม่หาย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ แอพพลิเคชัน LINE เป็น เครื่องมือสนทนาบนสมาร์ทโฟน ที่ไม่ว่าเด็กวัยเรียน วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงรุ่นคุณพ่อ คุณแม่ และในทุกๆ วัย ต่างยกให้เป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ สำหรับการแชทแต่หากถึงคราวจำเป็นต้องเปลี่ยนสมาร์ทโฟน หรือต้องล้างเครื่องใหม่จะด้วยปัญหาใดก็ตามแต่ สิ่งที่คนใช้LINE มักกังวลนั่นคือ บทสนทนาหรือแชทที่พุดคุยกับเพื่อนจะหายไป ซึ่งปัญหานี้แก้ได้ไม่ยากครับ โดยวันนี้แอดมินมีวิธีเซฟแชท LINE สำหรับผู้ใช้สมาร์ตโฟนAndroid มาแนะนำทุกท่านครับ

1. เริ่มต้นจากเปิดแอพ LINE และเข้าไปที่หน้าแชทของเพื่อนที่สนทนาด้วย

2. จากนั้นสังกตที่มุมของหน้าแชทจะมีลูกศรชี้ลง ให้เลือกที่ลูกศรนั้น พร้อมกับไปที่เมนู “ตั้งค่าแชท”

วิธีเซฟแชท LINE for Android

3. เมื่อเข้ามาที่หน้าตั้งค่าแชท ให้เลือกที่เมนู “สำรองข้อมูลประวัติการแชท”

line-andoid-backup-chat-2

4. ทันทีที่เลือก จะแสดงป็อบอัพให้เลือกอีก 2 เมนู ได้แก่ สำรองข้อมูลเป็นไฟล์ข้อความ กับ สำรองข้อมูลทั้งหมด ซึ่งตัวเลือกแรกจะเซฟเฉพาะข้อความ ส่วนตัวเลือกที่สองจะเซฟทั้งข้อความ รูปภาพ รวมไปถึงสติ๊กเกอร์ที่ส่งกันในแชทด้วย โดยในที่นี่แอดมินจะเลือกสำรองข้อมูลทั้งหมดครับ

line-andoid-backup-chat-3

5. ทันทีที่โหลดข้อมูลเสร็จเรียบ ร้อย จะมีป็อปอัพโชว์ขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จะบอกว่าแชทที่เซฟไว้จะไปอยู่ที่ใดในสมาร์ทโฟน โดยในข้อความจะเห็นว่าแชทของเราถูกบันทึกไว้ในโฟลเดอร์ LINE_Backup ในชื่อLINE_Android-backup-chat1584xxxxx.zip

line-andoid-backup-chat-4

นอกจากนี้ข้อความต่อท้ายจะระบุด้วยว่าคุณต้องการส่งไฟล์นี้ไปทางอีเมล์หรือใหม่ หากต้องการให้กดใช่

6. หากต้องการเช็คว่าไฟล์ที่เราเซฟ อยู่ในสมาร์ทโฟนรึเปล่า ให้ไปที่แอพไฟล์ส่วนตัว จากนั้นเลือกไปยังที่จัดเก็บในเครื่อง จะพบกับโฟลเดอร์ LINE_Backup เมื่อกดเข้าไปจะพบกับชื่อไฟล์แชทที่เซฟไว้ก่อนหน้านี้

7.ในกรณีที่ต้องการย้ายไปใช้สมาร์ทโฟน Android เครื่องใหม่ แนะนำว่าควรนำสมาร์ทโฟน Android มาต่อกับคอมพิวเตอร์ และเข้าไปที่ความจำตัวเครื่อง พร้อมกับเซฟโฟลเดอร์ LINE_Backup มาไว้ในคอมพิวเตอร์เสียก่อน

8.เมื่อเสร็จเรียบร้อย ให้นำสมาร์ทโฟน Android เครื่องใหม่ต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ พร้อมก็อปปี้โฟล์เดอร์LINE_Backup มาไว้ในความจำตัวเครื่อง

9. หากต้องการนำประวัติแชทของเพื่อนคนไหนกลับมา ให้เข้าไปที่หน้าแชทของเพื่อนคนนั้น แล้วเลือกไปที่ ตั้งค่าแชท เลือกที่เมนู นำเข้าข้อมูลประวัติแชท จากนั้นระบบจะทำการซิงค์ข้อมูลจาก LINE_Backup และแสดงบทสนทนา รูปภาพ และสติ๊กเกอร์ ที่เคยคุยกันแอพ LINE ของสมาร์ทโฟนเครื่องเก่า มายังหน้าแชทในสมาร์ทโฟน Android เครื่องใหม่แล้วครับ

line-andoid-backup-chat-7-1

หรือในกรณีที่เซฟไฟล์แชทลงใน คอมพิวเตอร์อาจยุ่งยากเกินไป เราสามารถเซฟและส่งไปยังอีเมล์ส่วนตัวของเราได้ เมื่อต้องการนำประวัติแชทมาที่สมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ เพียงเข้าไปที่อีเมล์ และดาวน์โหลดไฟล์ของLINE ที่ทำการ Backup ไว้

line-andoid-backup-chat-8-1

จากนั้นให้ทำตามเหมือนเช่นขั้นตอนที่ 9 ทุกประการ เท่านี้เราก็จะเรียกประวัติการสนทนาของเพื่อนเรามาที่แอพ LINE ในสมาร์ทโฟน Android เครื่องใหม่ได้เลย.

ที่มา>>>Sanook