กฎ 5 ประการในการใช้อีเมลให้ประสบความสำเร็จ

กฎ 5 ประการในการใช้อีเมลให้ประสบความสำเร็จ

เอ่ยถึง”อีเมล” เชื่อว่าทุกวันนี้มีน้อยคนมากที่จะเปิดอีเมลด้วยความสนอกสนใจเหมือนเช่นในอดีต ขณะที่ฐานะของอีเมลในปัจจุบันอาจจัดได้ว่าคล้าย ๆ กับ  To-Do List  ให้ต้องคอยเช็คว่าทำครบทุกข้อแล้วหรือยังนั่นเอง

อย่างไรก็ดี ในแง่ของคนทำงาน หรือบริษัทที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย คงต้องบอกว่า อีเมลเป็นทางเลือกในการสื่อสารที่ดีตัวหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งเราขอนำเทคนิคการเขียนอีเมลให้ประสบความสำเร็จมาฝากกันสำหรับผู้ที่สนใจดังนี้

1. อย่าใช้อีเมลในสถานการณ์เร่งด่วน

แม้ว่าอีเมลจะส่งสะดวก แต่ในกรณีที่ต้องการคำตอบเร่งด่วนไม่ควรใช้อีเมล แต่ควรโทรคุย หรือวิดีโอคอลล์เพื่อให้เห็นหน้าอีกฝ่ายไปเลย ซึ่งมีแอปพลิเคชันมากมายรองรับการทำงานในลักษณะดังกล่าวเช่น Telegram, Trello, Slack, Line หรือกระทั่ง Facebook Messenger

2. ระบุชื่อ ตำแหน่ง และบริษัทของผู้ที่จะส่งอีเมลให้ถูกต้อง

การจะส่งอีเมลนั้นต้องรู้ให้แน่ชัดว่าเรากำลังจะส่งถึงใคร เพื่อจะได้ระบุชื่อลงไปได้อย่างถูกต้อง และการใส่ชื่อผู้รับที่ไม่ถูกต้องก็จะทำให้ผู้ได้รับอีเมลรู้สึกว่าผู้ส่งไม่ค่อยใส่ใจในการส่งอีเมลด้วย

3. อย่าใส่คำถามยากๆ ลงในอีเมล

บทบาทของอีเมลทุกวันนี้ไม่ใช่พื้้นที่สำหรับตอบคำถามยาก ๆ แต่อาจเป็นพื้นที่ที่เหมาะเจาะสำหรับผู้ที่ต้องการสานต่อโปรเจ็ค หรืองานระหว่างกัน ดังนั้นจึงอาจจะเหมาะกว่าหากจะใช้อีเมลเป็นเหมือนจดหมายขอนัดพบ เพื่อเจรจาหารือในเรื่องต่าง ๆ

4. อย่าให้กล่องจดหมายเต็มไปด้วยอีเมลที่ไม่ต้องการ

ข้อนี้เหตุผลมีข้อเดียว นั่นคือ การปล่อยให้กล่องข้อความมีแต่อีเมลอื่น ๆ เต็มไปหมดก็ทำให้โอกาสที่คุณจะแยกแยะว่าอีเมลใดสำคัญ อีเมลใดไม่สำคัญ ทำได้ยากมากขึ้น

5. อย่าตกเป็นทาสของอีเมล

แม้จะเห็นข้อดีของอีเมลต่อธุรกิจของเรามากพอดู แต่ก็อย่าปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นทาสอีเมล ด้วยการนั่งตอบ – ส่งอีเมลทั้งวัน แต่ให้ลองกำหนดช่วงเวลาที่จะเคลียร์อีเมลแล้วก็ทำให้ได้ตามนั้นจะดีกว่า

ที่มา>>>Sanook

8 ทิปส์สำหรับนักช้อปออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ ช้อปปิ้งบนโทรศัพท์มือถือไม่ยากอย่างที่คิด สะดวกสบาย ปลอด

8 ทิปส์สำหรับนักช้อปออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ ช้อปปิ้งบนโทรศัพท์มือถือไม่ยากอย่างที่คิด สะดวกสบาย ปลอด

Shopee แนะนำ 8 ทิปส์สำหรับนักช้อปออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ ช้อปปิ้งบนโทรศัพท์มือถือไม่ยากอย่างที่คิด สะดวกสบาย ปลอดภัย ง่ายแค่ปลายนิ้วสัมผัส

เมื่อเอ่ยถึงการช้อปปิ้งออนไลน์ หลายคนอาจจะนึกถึงการเข้าเว็บไซต์เพื่อเลือกซื้อสินค้าที่ต้องการผ่านคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือโน๊ตบุ๊ค ซึ่งในปัจจุบันการช้อปปิ้งออนไลน์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่นั้นเพียงอย่างเดียวแล้ว เพราะมีอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกสบายไม่แพ้กันคือ การช้อปปิ้งออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ จากการสำรวจคนไทยจำนวน 25.8%  ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อซื้อสินค้าออนไลน์และมีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่ในขณะเดียวกันก็มีนักช้อปจำนวนไม่น้อยที่กังวลว่าการช้อปปิ้งออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือนั้นปลอดภัยและเชื่อถือได้จริงหรือไม่ Shopee จึงมีเคล็ดลับง่ายๆ สำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือมาฝากทั้งนักช้อปมือโปรและนักช้อปมือใหม่ที่ต้องการใช้แอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ เพิ่มความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยในการเลือกซื้อสินค้าให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัลมิสอากาธา โซห์ หัวหน้าการตลาดส่วนภูมิภาค บริษัท ช้อปปี้ กล่าวว่า “สำหรับนักช้อปหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ แต่ไม่คุ้นชินกับฟีเจอร์และฟังก์ชั่นต่าง ๆ ทั้งยังไม่วางใจในการซื้อสินค้าออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยระหว่างการทำธุรกรรมทางการเงิน

การจัดการและขั้นตอนการจัดส่งสินค้าของแอพพลิเคชั่นเหล่านั้น ซึ่งจริงๆ แล้วการช้อปปิ้งออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือนั้น ไม่ยากอย่างที่คิด และยังสะดวกสบาย รวดเร็ว ลดทอนเวลาในการเดินทางไปห้างสรรพสินค้าสำหรับนักช้อปที่มีเวลาน้อย ดังนั้น Shopee ในฐานะผู้นำตลาดออนไลน์บนมือถือแบบผู้บริโภคสู่ผู้บริโภค จึงนำเคล็ดลับสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือมาฝากเหล่านักช้อป เพื่อเป็นข้อมูลในการซื้อสินค้าออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือมากยิ่งขึ้น และจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักช้อปทุกคนสำหรับการซื้อสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ และเพิ่มความเพลิดเพลิน สนุกสนานในการ ช้อปปิ้งของทุกคน”

8 ทิปส์สำหรับนักช้อปออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ

1. เลือกแอพพลิเคชั่นที่ถูกใจ และตรงกับไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้งออนไลน์

ก่อนการเริ่มช้อปปิ้งออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกคือ การเลือกแอพพลิเคชั่นที่ถูกใจ ดีไซน์ของแอพพลิเคชั่นสวยถูกใจตามสไตล์ที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นสีสันหรือการจัดวางหน้าตาของแพลตฟอร์มที่เข้าใจง่าย มีฟีเจอร์ที่เหมาะแก่การช้อปปิ้งตรงตามไลฟ์สไตล์ของคุณ และเป็นแอพพลิเคชั่นที่เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน เลือกซื้อสินค้า และทำธุรกรรมทางการเงินไม่ซับซ้อนจนเกินไป นอกจากนี้ยังมีคะแนน และจำนวนของผู้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นจำนวนมาก เพราะถ้ามีผู้ดาวน์โหลดมาก และได้คะแนนเรตติ้งการใช้งานดีแสดงว่าแอพพลิเคชั่นนั้นได้รับความนิยมจากผู้ใช้มาแล้วระดับหนึ่ง


2. ดาวน์โหลด และศึกษาข้อมูล เพราะยิ่งรู้จักแอพพลิเคชั่นมาก ยิ่งส่งผลดีต่อการช้อปในอนาคต

เมื่อเลือกแอพพลิเคชั่นได้แล้วก็ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นนั้น ๆ ที่คุณชื่นชอบ จากนั้นใช้เวลาทำความรู้จัก และศึกษาแอพพลิเคชั่นอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นความน่าเชื่อถือของบริษัทผู้ผลิตแอพพลิเคชั่น หน้าตาแพลตฟอร์ม และวิธีการใช้รวมไปถึงศึกษาบริการเสริมต่าง ๆ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการซื้อสินค้าที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายเมื่อใช้งานจริง และที่สำคัญที่สุดคือการทดลองใช้แอพพลิเคชั่นด้วยตัวเอง สมัครใช้งาน ทดลองใช้ฟังก์ชั่น และฟีเจอร์ต่าง ๆ ของแอพพลิเคชั่นบ่อยๆ เพื่อให้คุ้นเคย และคุ้นมือเพราะประสบการณ์จากคำบอกเล่าของผู้อื่นมีหรือจะเท่าประสบการณ์จากการใช้งานจริงด้วยตัวเอง


3. ลงมือจดลิสต์สินค้าที่ต้องการไว้ แล้วค่อยลุยช้อป

เชื่อว่าในบางครั้งนักช้อปหลายๆ คนมีความต้องการสินค้าที่อยากได้มากกว่า 1 รายการ และหลายประเภทอย่างแน่นอน ดังนั้นก่อนที่จะกดเลือกรายการลงในตะกร้าช้อปปิ้ง นักช้อปควรจดรายการของที่อยากได้ไว้ก่อนเพื่อความรวดเร็ว แม่นยำ และไม่หลงลืมลิสต์สินค้ารายการใดรายการหนึ่งระหว่างการทำรายการซื้อ จากนั้นทดลองค้นหาสินค้าที่ต้องการจากฟังก์ชั่นเสริมในแอพพลิเคชั่น เช่น Shopee มีฟังก์ชั่นการค้นหาสินค้าโดยคำสำคัญด้วยการใช้แฮชแท็ค เพื่อช่วยให้นักช้อปออนไลน์หาสินค้าได้รวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น


4. ยิ่งตัวเลือกมาก ยิ่งต้องเปรียบเทียบราคา

จากนั้นพอค้นหาสินค้าที่ต้องการแล้ว นักช้อปอาจจะเจอสินค้าที่มีหลากหลายรูปแบบ และมีจำหน่ายในหลายๆ ร้าน ดังนั้น นักช้อปผู้อยู่ในฐานะผู้บริโภคจึงมีสิทธิเลือกและเปรียบเทียบราคาสินค้าก่อนตัดสินใจกดสั่งซื้อ การใช้แฮชแท็คค้นหาสินค้าที่ต้องการ นอกจากช่วยให้นักช้อปเปรียบเทียบราคาสินค้าจากหลายๆ ร้านได้ในเวลาเดียวกันแล้ว ยังสามารถช่วยให้คุณเข้าไปดูและศึกษาร้านค้าแต่ละร้านค้าได้อีกด้วย นอกจากนี้นักช้อปยังสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โดยการพูดคุยกับผู้ขายสินค้าโดยตรงผ่านแอพพลิเคชั่นแบบเรียลไทม์ อาทิ ฟังก์ชั่น live chat ที่ Shopee สร้างสรรค์ขึ้น


5. สินค้าคุณภาพดีและราคาย่อมเยามีจริงในโลก

นักช้อปออนไลน์ทั้งมือโปร และมือใหม่ต้องไม่ลืมคอยมองหาแคมเปญ และโปรโมชั่นเสริมทั้งในช่วงเวลาธรรมดา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเทศกาลหรือใกล้วันพิเศษต่างๆ เพราะเหล่าร้านค้าในแอพพลิเคชั่นหรือตัวแอพพลิเคชั่นเอง มักสร้างสรรค์แคมเปญ โปรโมชั่นพิเศษ ส่วนลดและข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟต่างๆ ให้เหล่านักช้อปได้ช้อปกันอย่างจุใจ ได้สินค้าคุณภาพดีในราคาย่อมเยา นอกจากนี้บางแอพพลิเคชั่นยังมีฟังก์ชั่นช่วยทุ่นแรงในการช่วยให้นักช้อปไม่พลาดความพิเศษที่กล่าวมา ด้วยการแจ้งเตือนหรือส่งข้อความทุกครั้งที่มีแคมเปญ โปรโมชั่นพิเศษ ส่วนลดและข้อเสนอต่างๆ อีกด้วย


6. ระบบการจ่ายเงินเป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้

สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ขั้นตอนใดๆ และมองข้ามไม่ได้คือ ระบบการจ่ายเงิน ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินผ่านช่องทางออนไลน์หรือออฟไลน์หรือการชำระผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิตก็ตาม แอพพลิเคชั่นที่คุณเลือกต้องเชื่อถือได้ มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรมีการการันตีจากแอพพลิเคชั่นว่า ระบบการจ่ายเงินปลอดภัยและไว้ใจได้ เช่น Shopee การันตี (Shopee Guarantee) ที่เป็นระบบการรันตีในเรื่องการโอนเงินของผู้ซื้อว่าเงินจะถูกโอนไปถึงมือผู้ขายเมื่อผู้ซื้อได้รับสินค้าแล้วเท่านั้น และในส่วนของผู้ขายก็สามารถไว้วางใจได้ว่าจะได้รับเงินจากผู้ซื้อจริง ดังนั้นระบบการจ่ายเงินสำหรับนักช้อปออนไลน์ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขายได้อย่างลงตัว


7. อย่าปล่อยผ่านเรื่องการขนส่งสินค้า

แม้จะเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนสินค้าจะถูกส่งมาถึงมือนักช้อป เหล่านักช้อปต้องไม่ลืมศึกษาให้ดีว่าแอพพลิเคชั่นที่เลือกนั้น มีระบบการจัดส่งสินค้าด้วยวิธีใด เช่น จัดส่งโดยระบบขนส่งของบริษัทเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ และจัดส่งโดยร้านค้าที่เลือกซื้อสินค้าหรือจัดส่งโดยตัวแอพพลิเคชั่นเอง นอกจากนี้นักช้อปควรคำนึงถึงค่าจัดส่งด้วยว่ามีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าจัดส่งนี้ ผู้ซื้อ ผู้ขายหรือแอพพลิเคชั่นมีการนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษที่เกี่ยวกับการจัดส่งหรือไม่ เพื่อความคุ้มค่าในช้อปปิ้งออนไลน์อย่างสูงสุด


8. อย่าวางใจ wi-fi สาธารณะ

ข้อแนะนำสุดท้ายสำหรับเหล่านักช้อปออนไลน์ที่มีความสำคัญไม่แพ้ข้ออื่นๆ คือ เมื่อตั้งใจจะช้อปปิ้งออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ wi-fi สาธารณะที่ให้บริการฟรี โดยเฉพาะเมื่อถึงขั้นตอนการจ่ายเงินหรือโอนเงิน เนื่องจากระบบ wi-fi สาธารณะมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินของผู้ที่ทำการจ่ายเงินหรือโอนเงินได้ง่าย ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่จะช้อปปิ้งออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือควรปิดระบบ wi-fi และใช้อินเตอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 3G หรือ 4G เพื่อความปลอดภัยเท่านั้น

“Shopee หวังว่าเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ จะช่วยให้เหล่านักช้อปซื้อสินค้าออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือได้อย่างเพลิดเพลิน และมั่นใจในการช้อปปิ้งออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องความปลอดภัย การได้รับสินค้าครบถ้วนในสภาพสมบูรณ์ และถูกต้องตรงตามความต้องการอย่างไร้กังวล” มิสอากาธา กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา>>>Sanook