8 อาหารบำบัดความเครียด ดีทั้งต่ออารมณ์และสุขภาพ !

8 อาหารบำบัดความเครียด ดีทั้งต่ออารมณ์และสุขภาพ !ความเครียดเป็นสิ่งที่มักเกิดขึ้นได้ง่ายเสมอ โดยเฉพาะวิถีการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบันที่มีปัจจัยส่งเสริมกระตุ้นให้เกิดความเครียดมากมายรอบด้าน วันนี้เราเลยจะมาแนะนำ 8 อาหารบำบัดความเครียดกันค่ะ อาหารเหล่านี้นอกจากจะมีส่วนช่วยลดความเครียดได้แล้ว ยังมีส่วนบำรุงสุขภาพ ดูแลรูปร่าง และบำรุงผิวในตัวอีกด้วย เหมาะสำหรับสาวๆ ยุคใหม่อย่างมากทีเดียว ว่าแต่จะมีอาหารใดบ้างนั้น รีบตามมาดูกันเลยดีกว่า

1.กาแฟ

เครื่องดื่มยอดนิยมที่มาพร้อมกลิ่นหอมกรุ่นซึ่งสามารถช่วยเพิ่มสารโดปามีนและซีโรโทนิน โดยเป็นสารเคมีที่จะช่วยบรรเทาอารมณ์ลบๆ ในด้านจิตใจให้ลดลงได้ เพราะฉะนั้น นอกจากดื่มกาแฟเพื่อช่วยกระตุ้นความตื่นตัวให้สมองและร่างกายแล้ว ยังช่วยลดความเครียดลงได้เป็นอย่างดีอีกด้วยนะคะ

2.แซลมอน

เนื่องจากแซลมอนเป็นแหล่งของโปรตีนเพื่อสุขภาพ และยังเปี่ยมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่จะช่วยต่อกรกับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ได้ดี ทั้งยังช่วยบำรุงสมอง ทำให้คุณสามารถจดจ่อใส่ใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ดีมากขึ้น เรียกว่าเสริมสร้างสมาธิให้การทำงานของสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.ไข่

ไข่ เป็นแหล่งของโปรตีนชั้นเยี่ยม และยังมีวิตามินดีที่จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และยังช่วยลดทอนความเครียดลงได้อีกด้วย นอกจากนี้ ไข่นี่แหละที่นับเป็นอาหารสำหรับคนลดน้ำหนักโดยเฉพาะ ใครอยากลดน้ำหนักได้ผลก็ต้องหมั่นกินไข่เป็นประจำนะคะ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี

4.ผลไม้ตระกูลเบอร์รี

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี ไม่ว่าจะเป็นสตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รี เชอร์รีและมัลเบอร์รี ก็ล้วนมีสารที่เรียกว่า แอนโทไซยานินด้วยกันทั้งสั้น โดยสารนี้จะช่วยลดอาการอักเสบ ลดริ้วรอยแห่งวัย และช่วยลดความเครียด นับว่าเป็นผลดีต่อผิวพรรณสาวๆ อย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีประโยชน์ในด้านการลดน้ำหนักอีกด้วย

5.ดาร์กช็อคโกแลต

ดาร์กช็อคโกแลต แหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งยังมีแมกนีเซียมที่เป็นมิตรในการเสริมสร้างความผ่อนคลายให้สมองได้เป็นอย่างดี ช่วยลดความดันเลือด และกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือดให้ทำงานดีขึ้น เพียงสาวๆ กินโกโก้บาร์ 70% สักก้อนเล็กๆ ก็จะช่วยลดความเครียดลงได้แล้ว ทั้งยังช่วยลดอาการของภาวะ PMS ก่อนช่วงที่จะมีประจำเดือนลงได้อีกด้วย

6.อะโวคาโด

อะโวคาโด ผลไม้เพื่อสุขภาพและช่วยลดน้ำหนักได้ดี เป็นที่นิยมอย่างมากในสาวๆ ขาเฮลตี้ทั้งหลาย สำหรับอะโวคาโดนั้นจะช่วยบำรุงสมอง ช่วยควบคุมอารมณ์ บำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น และช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิว จึงสามารถป้องกันปัญหาริ้วรอยได้ดีอีกด้วย

7.กล้วย

อยากเติมพลังงานให้ร่างกายแบบไม่ต้องกลัวอ้วน ห้ามมองข้ามกล้วยเด็ดขาดเลยค่ะ เพราะนอกจากเป็นแหล่งของพลังงานแล้ว กล้วยยังมีโพแทสเซียมที่จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ลดการอุดตันของเส้นเลือดในสมอง โรคข้ออักเสบและยังเปี่ยมไปด้วยวิตามินบีที่จะช่วยลดความเครียดลงได้อีกด้วย

8.วอลนัท

วอลนัท หรืออาหารในตระกูลถั่วล้วนเป็นอาหารที่มีไขมันชนิดดีต่อร่างกาย สำหรับวอลนัทนั้นก็ยังมีเมลาโทนิน ที่จะช่วยให้นอนหลับง่าย หลับสบายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคเบาหวานและยังมีประสิทธิภาพสามารถต่อสู้กับฮอร์โมนความเครียดได้เป็นอย่างดีอีกด้วยเช่นกัน

ที่มา>>>Sanook

อย. เตือน! กาแฟลดความอ้วน สาเหตุความดันโลหิตสูง-ท้องผูก

อย. เตือน! กาแฟลดความอ้วน สาเหตุความดันโลหิตสูง-ท้องผูก

อย. ออกโรงชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ค FDA Thai ว่า กาแฟที่อ้างสรรพคุณช่วยลดความอ้วนมักลักลอบใส่ยาลดความอยากอาหาร(ไซบูทรามีน) ซึ่งนอกจากอาจจะไม่ช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอีกด้วย

 

ไซบูทรามีน เป็นสารสังเคราะห์ที่แต่เดิมทำขึ้นมา เพื่อใช้รักษาผู้ที่เป็น “โรคอ้วน” โดยเฉพาะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนื่องจากเป็นสารอันตราย จึงจำเป็นต้องถูกใช้ภายใต้ดุลยพินิจขอแพทย์เท่านั้น ลักษณะของไซบูทรามีนจะเป็นผงแป้งสีขาวคล้ายเกลือหรือน้ำตาล ไม่มีกลิ่น ดังนั้นผู้ผลิตบางรายจึงนิยมนำไปใส่ในผงกาแฟสำเร็จรูป ออกวางจำหน่ายเป็นกาแฟลดน้ำหนักต่างๆ

อาการข้างเคียงของร่างกาย จากยาลดความอยากอาหาร หรือ ไซบูทรามีน

–          ความดันโลหิตสูง

–          หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ

–          ปวดศรีษะ

–          นอนไม่หลับ

–          ท้องผูก

หนำซ้ำ ไซบูทรามีน ยังไม่สามารถสังเกคเห็นได้ด้วยตาเปล่า พิสูจน์ได้เฉพาะจากการรับประทานเข้าไปจริงๆ เท่านั้น ดังนั้นหากอยากลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย และถูกวิธีจริงๆ ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควบคุมอาหาร ไม่ทานแป้ง และน้ำตาลมากจนเกินไป เท่านี้ก็สวยรูปร่างดีได้อย่างมีคุณภาพแล้วล่ะค่ะ

ที่มา>>>Sanook

จริงหรือไม่? กาแฟ เป็นหนึ่งในสาเหตุโรคมะเร็ง?

จริงหรือไม่? กาแฟ เป็นหนึ่งในสาเหตุโรคมะเร็ง?

ไม่นานมานี้หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวจากทั้งใน และต่างประเทศว่า “การดื่มกาแฟ ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง” เพราะผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ องค์การวิจัยมะเร็งนานาชาติ หรือ IARC เคยระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่กาแฟจะเป็นสารก่อมะเร็ง แต่ล่าสุด องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ออกมาชี้แจงว่า “ไม่มีหลักฐานที่ชี้ชัดว่า การดื่มกาแฟ ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง หากไม่ดื่มกาแฟขณะที่ร้อนจัดจนเกินไป”

ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ ก็ไม่ควรจะดื่มในขณะที่ร้อนเกินไป ร้อนเกินไปในที่นี้คือ ไม่ควรมีความร้อนเกิน 65 องศาเซลเซียส ไม่เช่นนั้น อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เป็นมะเร็งที่หลอดอาหารได้ โดยเฉพาะคนในประเทศที่นิยมการดื่มเครื่องดื่มในขณะร้อนจัด อย่างจีน อิหร่าน ญี่ปุ่น ตุรกี รวมทั้งอเมริกาใต้ ควรเพิ่มความระมัดระวังในการดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ เพราะพบว่าผู้คนจากประเทศเหล่านี้ มีความเสี่ยงในมะเร็งหลอดอาหาร เพราะนิยมดื่มเครื่องดื่มที่อาจมีอุณหภูมิสูงกว่า 65 องศาเซลเซียสนั่นเอง

มะเร็งหลอดอาหาร เป็นหนึ่งในมะเร็ง 8 ชนิด ที่ทำให้ผู้ป่วยต้องเสียชีวิตลงเป็นจำนวนมากในแต่ละปี โดยในปี 2012 มีการบันทึกว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ ประมาณ 400,000 คนเลยทีเดียว ดังนั้นจึงควรระมัดระวังไม่น้อยไปกว่ามะเร็งในส่วนของอวัยวะอื่นๆ

ทางด้านของ Gregory Hartl โฆษกขององค์การอนามัยโลกในกรุงเจนีวา กล่าวว่า นอกจากการดื่มเครื่องดื่มร้อนจัดแล้ว ยังพบว่า การสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็มีความเสี่ยงต่อมะเร็งหลอดอาหารเช่นกัน และการศึกษาเรื่องการดื่มของร้อน ของ IARC ก็ควรต้องได้รับการขยายผล และศึกษาเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้งเช่นกัน

ทางด้านศาสตราจารย์  David Spiegelhalter จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ กล่าวถึงผลงานของ IARC ในครั้งนี้ว่า อาจจะทำให้ผู้คนสับสนได้ เมื่อปีที่แล้ว ก็ออกมาประกาศว่า เบคอน เป็นอาหารก่อมะเร็ง ต่อมาก็บอกผลยังไม่ชัดเจน คราวนี้ ก็มาเตือนเรื่องเครื่องดื่มร้อน จริงอยู่ผลงานน่าสนใจ แต่น่าจะสรุปออกมาให้ชัดเจนกว่านี้ว่า อัตราความเสี่ยง มีมากน้อยแค่ไหน

ที่มา>>>Sanook