อึ้ง!ผักตบชวาลอยแน่นเหนือเขื่อนเจ้าพระยายาวกว่า 6 กิโลเมตร

 เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา หมู่ที่ 3 ตำบลบางหลวง อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท มีผักตบชวาขึ้นสะสมอย่างหนาแน่นจนเต็มพื้นที่ของแม่น้ำเป็นระยะทางกว่า 6 กิโลเมตร นายเอกศิษฐ์ ศักดิ์ดีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงการฯเขื่อนเจ้าพระยา กล่าวว่า โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนเจ้าพระยา ได้เร่งกำจัดผักตบชวาเมื่อวันที่ 1-18 ก.ค. ที่ผ่านมา แล้วกว่า 1.8 หมื่นตัน หลังจากน้ำเหนือมาตั้งแต่ 20 ก.ค. ถึงปัจจุบันมีผักตบชวาสะสม ยาวกว่า 6 กิโลเมตร มีความหนาแน่นประมาณ 3 กิโลเมตร ส่งผลต่อการสัญจรทางน้ำ และมีการสะสมเหนือเขื่อนมีความลึก 1-2 เมตร ส่งผลกระทบด้านคุณภาพน้ำ ไม่กระทบกับตัวเขื่อนเจ้าพระยา

ขณะนี้เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำออกท้ายเขื่อน 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากน้ำเหนือเขื่อนได้ระบายน้ำออกทุ่ง ให้เกษตรกรทำการเกษตร ร้อยละ 90 และได้เร่งของบประมาณไปทางกรมชลประทาน เพื่อกำจัดผักตบชวา คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ช่วงปลายเดือนส.ค.นี้

ที่มา>>>ข่าวสด

กระบะแหกโค้งพุ่งลงสระลึก 5 เมตรหนุ่มชาวสวนร่างจมหายดับคาซากรถต่อหน้าชาวบ้าน

 เมื่อวันที่ 19 ก.ค. พ.ต.ต.สมชาย บุญเกิด สารวัตรเวร (สอบสวน) สภ.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะรถเสียหลักพุ่งตกสระน้ำ มีคนติดอยู่ภายในรถ ที่หมู่ 8 ตำบลนาสัก อ.สวี จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวนเขตเขาทะลุ ที่เกิดเหตุริมถนนในหมู่บ้าน พบว่าเป็นสระน้ำขนาดใหญ่เกิดจากขุดเพื่อใช้ในการเกษตรขนาดใหญ่ มีความลึกมากกว่า 5 เมตร ก่อนถึงสระน้ำ ตรวจสอบพบถนนเป็นทางโค้ง ที่เกิดเหตุมีชาวบ้านจำนวนมากกำลังมุงดูการช่วยเหลือกันงมหาร่างของผู้ประสบเหตุ และพบรถกระบะที่พลัดตกลงไปในสระน้ำท่ามกลางความมืดและฝนโปรยปราย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปร่วม 3 ชั่วโมง หน่วยกู้ภัยเขาทะลุพบร่างของนายประยูร เรืองฤทธิ์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 277/1 ม. 8 ตำบลนาสัก อ.สวี จ.ชุมพร ติดอยู่ใต้รถกระบะ ยี่ห้อนิสสัน บิ๊กเอ็ม สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บจ147 ชุมพร จึงช่วยกันนำร่างขึ้นมาบนตลิ่ง จากการสอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ในช่วงเวลาดึกบริเวณดังกล่าวเป็นสวนทุเรียน มีชาวสวนทุเรียนออกมาตัดทุเรียนเพื่อนำไปขาย เห็นนายประยูรอาชีพทำสวนทุเรียน ขับรถกะบะมาด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถเกิดเสียหลักแหกโค้งพุ่งตกลงไปในสระน้ำ ที่มีการขุดไว้เพื่อใช้น้ำรดสวนทุเรียนในช่วงฤดูร้อนจนกระทั่งมาถึงฤดูฝน ทำให้มีน้ำในสระจำนวนมาก ความลึกมากกว่า 5 เมตร ชาวสวนทุเรียนที่เห็นเหตุการณ์ ต่างพากันลงไปช่วยเพื่อนำร่างนายประยูรออกมาจากรถ ในขณะที่ค่อยๆจมสู่ใต้น้ำ แต่ทำได้เพียงจับมือนายประยูรที่พยายามช่วยตัวเองให้ออกมาจากรถ แต่คาดว่าร่างกายบางส่วนคงติดกับส่วนใดส่วนหนึ่งของรถ จึงจมหายไปกับซากรถยนต์ลงสู่ใต้น้ำ จนเสียชีวิตในที่สุด ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง จึงพบร่างและนำชันสูตรที่โรงพยาบาลสวี

ชาวบ้านในหมู่บ้านดังกล่าว บอกว่า ถนนเส้นดังกล่าวนอกจากจะเป็นทางโค้งแล้วยังเป็นหลุมเป็นบ่อ ชาวบ้านต้องขับรถหลบตลอดเวลา อาจะเป็นสาเหตุของการเสียหลักในการควบคุมรถของนายประยูรด้วย ชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานรับผิดชอบถนนสายดังกล่าวมานานแล้ว แต่ไม่เคยได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มออฟฟิศทำเกษตรขำๆ กำไรเดือนละแสน

“จบมัณฑนศิลป์ เปิดบริษัทรับจ้างออกแบบเป็นของตัวเอง แต่เจ๊ง เลยไปเป็นกุ๊กอยู่อเมริกาหลายปี กลับมาทำกิมจิขาย แต่ผักที่นำมาทำกิมจิ ใช้ได้แค่ครึ่งเดียวที่เหลือต้องทิ้ง รู้สึกเสียดาย คิดหาวิธีการทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์ ไปหาความรู้ที่มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ปิ๊งไอเดียเลี้ยงไส้เดือนย่อยสลายผัก เริ่มเลี้ยงจากแค่ 5-10 กะละมัง ในโรงรถ ทำไป ทำมาปุ๋ยมูลไส้เดือนมีมาก ไม่รู้เอาไปทำอะไร เลยชักชวนเพื่อนที่เป็นมนุษย์ออฟฟิศกินเงินเดือนอีก 4 คน มานั่งคุยกันว่า เราน่าจะเอาเวลาว่างมาปลูกผัก เพื่อเอาปุ๋ยไปใช้กันดีกว่า”

ชารีย์ บุญญวินิจ อดีตหนุ่มออฟฟิศ วัย 28 ปี ที่หันมาเอาดี เลี้ยงไส้เดือน เผยว่า การรวมตัว 5 คน ที่ไม่เคยมีความรู้ในเรื่องการเกษตรมาก่อนเลย ลองคิดทำกันเล่นๆ แบบขำๆ ตั้งฟาร์มขึ้น 5 ฟาร์มขนาดเล็กๆ มีทั้งฟาร์มผักสลัด หน่อไม้ฝรั่ง เห็ด ฟาร์มกุ้ง และฟาร์มไส้เดือน มีพื้นที่อยู่ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด คิดทำอะไรที่ง่ายๆ ไม่ต้องใหญ่โตเท่าไหร่ ไม่ต้องลงทุนสูง แต่ทำให้ดี ให้น่าสนใจ และที่ สำคัญให้เพียงพอกับพื้นที่อยู่อาศัย“ผลผลิตที่ได้นำมารวมกันขายที่หน้าฟาร์มสมาคมชมเดือน หน้าบ้านผมนี่แหละ อีกทางหนึ่งฝากขายตามร้านอาหาร เปิดขายทางเว็บไซต์ สมาคมชมเดือน และ LINE:uncleree แม้จะมีรายได้มากขึ้น พวกเราก็ยังไม่หยุดนิ่ง ยังคงช่วยกันขยายพื้นที่ทำกันไปเรื่อยๆ ไม่เคยเหนื่อยกับการทำเกษตร เพราะมันเห็นผลดีด้วยรายได้เดือนละแสน แถมตัวเราเองยังได้บริโภคพืชผักปลอดภัยที่ปลูกด้วยตนเอง”สำหรับ ชารีย์ ใช้โรงรถบ้านในซอยเพชรเกษม 46 บางหว้า กรุงเทพฯ เป็นจุดเริ่มเพาะขยายพันธุ์ไส้เดือน กะละมังซักผ้า 1 ใบ ใส่ขี้วัวลงไป 5 กก.ใส่ผัก 5-6 กก. และนำไส้เดือน 500 ตัว หรือประมาณครึ่ง กก.ใส่ลงไปแล้วพรมน้ำให้เกิดความชุ่มชื้นทิ้งไว้ 1 เดือน ได้ปุ๋ยร่วม 10 กก…จนโรงรถมีที่ไม่พอ ต้องขยายเพราะแค่การเลี้ยงไส้เดือนขายเป็นปุ๋ย ราคา ณ ตอนนี้อยู่ที่ตันละ 15,000 บาท ทุกวันนี้มีออเดอร์นำไปใส่บ่อเลี้ยงกุ้งเพื่อ บำบัดน้ำเสียเดือนละ 80 ตัน ขายไส้เดือนเป็นๆ กก.ละ 1,000 บาท เดือนละ 150 กก. ขายชุดเลี้ยงไส้เดือน 600 บาทต่อชุด พร้อมจัดส่งถึงบ้านอีกเดือนละ 40 ชุด เปิดอบรมการเลี้ยงไส้เดือนให้ผู้สนใจเดือนละ 60 คน รวมรายได้แล้วล้านกว่าๆ หักลบกลบหนี้และต้นทุน จะเหลือกำไรราวๆห้าแสน นำมาหารแบ่งเฉลี่ยกัน 5 คน รับไปคนละ 100,000 บาทต่อเดือนมากกว่าเงินเดือนที่ได้รับอีกต่างหาก …นี่เฉพาะเลี้ยงไส้เดือนเท่านั้นนะ

อยากเรียนรู้ชีวิตมนุษย์ออฟฟิศ หันมาทำเกษตรเล่นๆ แต่สร้างรายได้หลักเดือนละแสน ทำกันยังไง ไปสัมผัสพบตัวตนคนเป็นๆ
ได้ในงาน Fresh Food From Farms ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 15 พ.ค. ณ บริเวณน้ำพุชั้น 1ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์.

ที่มา>>>Thairath