คลิปเผยนาทีตี๋หนุ่มขี่จยย.มัวมองโทรศัพท์ ไม่เห็นถนนยุบ…ดิ่งผลุบ!ลงหลุมยักษ์

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. เว็บไซต์ข่าว ซีจีทีเอ็น รายงานคลิปวิดีโอเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดเผยนาทีถนนยุบตัวกลางเมืองเป๋ยไห่ เขตปกครองพิเศษกว่างซีจ้วง ทางภาคใต้ของประเทศจีน จากนั้นมีผู้ขี่รถจักรยานยนต์ที่มัวแต่มองโทรศัพท์มือถือ จึงไม่ทันเห็นหลุมยักษ์ดังกล่าว จนรถถลำตกลงไป โชคดีที่หนุ่มรายนี้ไม่บาดเจ็บ

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

เปิดวงจรปิดล่า”ไอ้หื่น”ควงปืน-ขืนใจผู้ช่วยพยาบาล เผยเดินคาบบุหรี่สบายๆ-ไม่สะทกสะท้าน

จากเหตุการณ์ที่น.ส.ต่าย (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ผู้ช่วยพยาบาลร.พ.เอกชนแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.พิทเรศ คุยเพียภูมิ รองสารวัตร(สอบสวน)สน.ประเวศ ว่าถูกคนร้ายเป็นชายบุกเข้าห้องพักและข่มขืน ที่ห้องพักของอพาร์ตเม้นต์แห่งหนึ่ง ย่านสวนหลวง กทม. โดยคนร้ายใช้ผ้าปิดตาเหยื่อ เอาปืนจ่อหัวแล้วลงมือขืนใจ 2 ครั้ง ก่อนหลบหนีคนร้ายยังพูดด้วยว่าขอเบอร์โทรศัพท์ และขอชื่อเฟซบุ๊คของเหยื่อไป โดยพูดทิ้งท้ายว่า “เดี๋ยวจะติดต่อกลับมา และจะขนของมาอยู่ด้วย”  เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 12 ก.ย. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาการผบช.น. เดินทางมาที่สน.ประเวศ เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายเป็นชายบุกขืนใจผู้ช่วยพยาบาลสาววัย 18 ปี โดยเรียกประชุมทีมสืบสวน เพื่อติดตามคนร้ายอย่างเร่งด่วน มีรายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงกับอพาร์ตเม้นต์ที่ผู้เสียหายพำนักอยู่อย่างละเอียด พบว่ากล้องวงจรปิด 2 จุดจับภาพคนร้ายรายนี้ได้อย่างชัดเจน เห็นใบหน้าชัด เป็นชายอายุประมาณ 20 ปี สวมเสื้อยืดแขนยาวสีแดงกางเกงยีนส์ รองเท้าสีดำ สะพายเป้สีดำไว้ที่หลัง เดินคาบบุหรี่ออกจากซอยที่เกิดเหตุ หลังจากลงมือขืนใจผู้เสียหายแล้ว โดยเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าคนร้ายรายนี้เป็นใคร อย่างไรก็ตาม ตำรวจคาดว่าคนร้ายอาจรู้จักผู้เสียหาย หรือไม่ก็แอบติดตามผู้เสียหายมาที่ห้องพัก จึงจำเป็นต้องปิดตาผู้เสียหายขณะลงมือทำอนาจาร

ที่มา>>>ข่าวสด

ผัวซ่อนกล้องในห้องนอน พอเปิดดูคลิปแทบช็อค! เมียสาวทำร้ายลูกทารกของตัวเอง(คลิป)

 เว็บไซต์ เมล์ออนไลน์ ของอังกฤษนำเสนอภาพกล้องวงจรปิดในบ้านหลังหนึ่ง เมืองบาเรลลี รัฐอุตตรประเทศ ทางเหนือของอินเดีย โดยสามีสงสัยว่าภรรยาทำร้ายลูกชายหรือไม่ จึงแอบนำกล้องไปติด และถึงกับช็อกเมื่อเห็นภาพภรรยาใช้ความรุนแรงกับลูก ทั้งทุบ ผลัก และจับคอเขย่าอย่างแรง พร้อมจะนำคลิปวิดีโอส่งตำรวจดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มตกงาน ขโมยรถขนของห้างอ้างดื้อๆ จะเอาขับทำงาน ตามรวบหลังโซเชี่ยลช่วยแชร์

14696851981469685298lเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 ก.ค. พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหัวหิน , พ.ต.ต.สมพงษ์ อยู่ยืด สวป.สภ.หัวหิน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุขโมยรถยนต์กระบะส่งสินค้าของห้างเทสโก้โลตัสหัวหิน ซึ่งจอดอยู่ด้านหลังศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. ของ วันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหารายนี้คือ นายณัฐวุฒิ หรือแบงค์ อารีย์ อายุ 29 ปี พร้อมด้วยของกลางคือ รถยนต์กระบะตอนเดียว ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 1ฒง 3594 กรุงเทพมหานคร โดยที่กระบะมีการติดตั้งตู้บรรจุสินค้า และมีสติกเกอร์ เทสโก้โลตัสขนาดใหญ่ติดอยู่ โดยก่อนหน้านี้นายแบงค์ ได้มาอาศัยอยู่ที่อำเภอหัวหิน โดยทำงานบริษัทกำจัดแมลงแห่งหนึ่ง ก่อนจะตกงานได้ไม่นาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ บ้านพักบริเวณหาดทรายน้อย ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งติดตามตัวคนร้าย ด้วยการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในศูนย์การค้า จนทราบตัวคนร้าย รวมทั้งมีการเผยแพร่ข้อมูลในโลกโซเซี่ยลมีเดีย เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันแจ้งเบาะแส ซึ่งก็มีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสเข้ามาทางหมายเลข 191 ว่าพบรถยนต์คันดังกล่าว จอดอยู่ที่หาดทรายน้อย ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้คืนภายในวันเดียวทางด้าน พันตำรวจเอกสิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหัวหิน กล่าวว่า จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้เป็นผู้ก่อเหตุขโมยรถยนต์คันดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ ประมาณ 1 สัปดาห์ นายแบงค์ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ มาบริเวณด้านหลังศูนย์การค้าฯ เพื่อสมัครงานที่ศูนย์ล้างรถ กระทั่งพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดและมีกุญแจเสียบคาอยู่ จึงขโมยกุญแจก่อนล๊อกประตูรถยนต์คันดังกล่าวไว้ จากนั้นเมื่อเช้าวานนี้ (วันที่ 27 ก.ค.) จึงได้ย้อนกลับมาขโมยรถ โดยที่นายแบงค์ ใช้กุญแจที่ขโมยมาขับออกไปได้ โดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็นความผิดปกติ เบื้องต้นนายแบงค์ ให้การว่า ต้องการจะนำเอารถยนต์ไปใช้เองเพื่อขับรถไปทำงาน ซึ่งตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ต้องสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้นายแบงค์ เองยังมีคดีในท้องที่อื่นอีก 2 คดี ทั้งคดีลักทรัพย์และครอบครองยาเสพติด พร้อมกันนี้จึงอยากวอนประชาชนอย่าประมาท ทิ้งกุญแจรถไว้กับรถ แม้ว่าจะจอดรถอยู่ใกล้ๆ หรือในพื้นที่ส่วนบุคคลก็ตาม

ที่มา>>>ข่าวสด

จับ 2 โจ๋เชียงรายวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวต่างชาติ ตร.ตามเช็กวงจรปิดล่าตัว (คลิป)

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 23 ก.ค. พล.ต.ต.มนตรี สัมบถุญณานนท์ ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.ปรีชา วิมลไชยจิต รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.อดุลย์ สมนึก ผกก.พ.ต.ท.สิทธิพร บัวสุก รอง ผกก.สส. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยว พร้อมของกลาง ผู้ต้องหาชื่อนายตั้ม หรือ นายเจริญ อายุ 19 ปี บ้านเดิมเลขที่ 89/พ หมู่ 23 ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย นายเจมส์ หรือนายอาเจอ หมื่นแหล่ อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 12 หมู่ 4 ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวงเชียงราย ในความผิด “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด การพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ของกลางเงินสด 4,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ ยี่ห้อ LTS จำนวน 1 คัน พล.ต.ต.มนตรี สัมบุญณานนท์ ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งเหตุคนร้าย 2 คน ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ ผู้เสียหายชาวต่างประเทศ ที่บริเวณหน้าโฮมเอนจอดนัยริ้ว ซอยข้างร้านทองเพชรทองคำ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ได้ทรัพย์สินไปจำนวนหนึ่ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนทั้งของจังหวัดและท้องที่ได้ประสานกันออกล่าตัวทันที และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุ ที่สามารถจับกุมภาพคนร้ายดังกล่าวขณะก่อเหตุไว้ได้ จึงทำให้ทราบตำหนิรูปพรรณและพาหนะของคนร้าย ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ โดยศาลได้ออกหมายจับคนร้ายเลขที่ 438/2559 ลงวันที่ 12 ก.ค.59 ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ระบบโปลิสอายส์ ตามเส้นทางทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ จนกระทั่งสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองได้ที่บริเวณหน้าอาคารไลออนส์ โรงเรียนอาชีวะศึกษาแม่สาย และที่ห้างสรรพสินค้าแม๊คโคร ต.เวียงดาวคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาจริง ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนน เพื่อจะไปรับแฟนสาว แต่ได้เห็นเหยื่อเป็นชาวต่างประเทศ จึงได้วิ่งราวทรัพย์ดังกล่าว โดยนายเจมส์เป็นคนขับขี่รถจักรยานยนต์ นายตั้มเป็นคนซ้อนท้าย ร่วมกันก่อเหตุดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

เวรกรรม!! อ้างอยากพาลูกๆไปเที่ยวสวนน้ำ 2 ผัวเมียงัดตู้บริจาควัด

สองผัวเมียที่บางปะหัน พาลูก 3 คนไปไหว้หลวงพ่อสังกัจจายน์ อยากได้เงินบริจาคในตู้บนวิหาร ก่อนจะลงมืองัดได้ไป 800 บาท ตำรวจตามรวบตัวได้ อ้างตกงานไม่มีเงิน และลูกๆ อยากไปเที่ยวสวนน้ำ เลยตัดสินใจก่อเหตุ…

จากกรณีคนร้ายสองสามีภรรยาขี่รถจักรยานยนต์พาลูกๆ 3 คน ทำทีเข้าวัดไหว้พระ ภายในวิหารหลวงพ่อสังกัจจายน์ วัดสีจำปา หมู่ 6 ต.ท่าช้าง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพ พบว่าภรรยาทดลองหยอดเหรียญลงไปในตู้บริจาค เพื่อเช็กดูว่า มีจำนวนเงินอยู่ในตู้บริจาคมากน้อยเพียงใด ขณะที่สามีสะพายกระเป๋าเป้สีดำ ซึ่งภายในมีอุปกรณ์ไขควงตรงไปนั่งที่ตู้บริจาคทำจากไม้

จากนั้น ภรรยาทำทีเป็นจุดธูปไหว้พระขอพรตามปกติ และลูกสาวลูกชาย ก็เดินเล่น วนเวียนอยู่ตรงที่เกิดเหตุ ประมาณ 10 นาทีจึงงัดตู้บริจาคสำเร็จ และโกยเงินที่อยู่ในตู้บริจาค ที่มีทั้งแบงก์และเหรียญ ใส่กระเป๋าเป้ได้ไปประมาณ 800 บาท ก่อนพากันเดินออกไปจากวิหาร ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 พ.ค.59 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพวงจรปิด ทราบตัวคนร้าย จึงได้ออกหมายจับสองสามีภรรยาล่าสุด วันที่ 2 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ. อนุสรณ์ กลิ่นขจร ผกก.สภ.บางปะหัน พ.ต.ท นิติธร ผิวแดง สว.สืบสวน สภ.บางปะหัน ร.ต. สมบัติ หาเรือนจักร หัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็ว ม.พัน 24 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ. ท่าช้าง ได้ร่วมกันจับกุม นายอ่ำ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี และภรรยาวัย 24 ปี สองสามีภรรยา ชาวบ้าน ต.บ้านม้า อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาตามหมายศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในข้อหาร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์ในเคหสถาน ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าสกู๊ปปี้ สีดำแดง หมายเลขทะเบียน 1 กช 3106 พระนครศรีอยุธยา คันที่ใช้ก่อเหตุ อยู่บริเวณถนนสาธารณะ หมู่ 2 ต.บ้านม้า อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ควบคุมตัวพาไปตรวจค้นที่บ้าน พบเสื้อผ้าและกระเป๋าเป้ที่ใช้ในวันที่เกิดเหตุ พร้อมอุปกรณ์งัดแงะ จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนนายอ่ำ ให้การว่า ตนเองและภรรยา มีอาชีพรับจ้างทั่วไป แต่มาระยะหลังไม่มีงานทำ จึงไม่มีเงินใช้ ในวันที่เกิดเหตุ ตั้งใจพาภรรยา พร้อมลูกสาว และลูกชายฝาแฝด ไปให้อาหารปลา ที่วัดสีจำปา เมื่อไปถึงที่วัด ภรรยาตั้งใจจะเข้าไปไหว้พระ และตนเองซึ่งไม่มีเงินใช้ ก็มองเห็นตู้บริจาค จึงเกิดความอยากได้เงิน เนื่องจากต้องการจะพาลูกไปเที่ยวสวนน้ำ เพราะลูกๆ อยากไปเที่ยว จึงตัดสินใจลงมือ โดยใช้มือดันฝาตู้บริจาคจนพังเสียหาย โกยเงินในตู้ไปจำนวน 800 บาท และให้การปฏิเสธ ว่า ภรรยาไม่มีสวนรู้เห็นแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้ทั้งหมด จึงได้ควบคุมตัวสองสามีภรรยาไว้ดำเนินคดีต่อไป

ต่อมาเวลา 09.30 น. วันที่ 2 มิ.ย. พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางมาสอบปากคำสองสามีภรรยาที่ สภ.ท่าช้าง อ.นครหลวง แล้วนำตัวไปทำแผนรับคำสารภาพที่วัดสีจำปา หมู่ 6 ต.ท่าช้าง ที่เกิดเหตุ.

ที่มา>>>Thairath

ตกลงใครผิด! ปิกอัพชนรถ รพ. เปิดไซเรนฝ่าไฟแดง

เกิดอุบัติเหตุสี่แยกไฟแดง ถ.สุขุมวิทเมืองชลบุรี รถปิกอัพชนรถตู้โรงพยาบาลพลิกคว่ำบนถนน ต่างฝ่ายต่างอ้าง โชเฟอร์ปิกอัพยืนยันวิ่งมาตามทางและเป็นไฟเขียว ส่วนคนขับรถฉุกเฉินบอกเปิดไซเรนขอทาง คันอื่นจอดกันหมดแล้ว…

วันที่ 14 พ.ค. ร.ต.ท.ชัยวัฒน์ หิรัญเกื้อ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชลบุรี ไปตรวจที่เกิดเหตุรถชนกันกลางสี่แยกไฟแดงบ้านสวน ถนนสุขุมวิท เขตเทศบาลเมืองชลบุรี

พบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ของ รพ.เอกชล ชลบุรี ทะเบียน กม 6360 ชลบุรี พลิกตะแคงขวา ด้านข้างประตูขวามีรอยยุบ กู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ ช่วยเหลือ นายณัฐเก้า โชควัฒนธารากุล อายุ 47 ปี คนขับและพยาบาล พร้อมผู้ช่วยพยาบาล รวม 5 คน ออกมาจากรถทุกคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ใกล้กันมีรถกระบะแวน ยี่ห้อ อีซูซุ สีเขียว ทะเบียน กฉ 3718 ชลบุรี ด้านหน้าพังยับเหตุรถชน บริเวณสี่แยกไฟแดง ถ.สุขุมวิท เมืองชลบุรี

สอบถาม นายณัฐปกรณ์ ชูจิตร อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 7 ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี คนขับรถกระบะ เผยว่า ตนและผู้สูงอายุชายหญิง อีก 2 คนอยู่ในรถ พากันไปพบหมอเพื่อตรวจสุขภาพ กำลังจะกลับบ้าน ถึงที่เกิดเหตุ ตนขับรถขึ้นมาจากถนนอัคนิวาต ถึงสี่แยกฝั่งตนเป็นไฟเขียวเหลือเวลาประมาณ 20 วินาที ตนจึงไม่ได้หยุดและไม่รู้ว่า รถตู้โรงพยาบาลจะฝ่าไฟแดงมา จึงเบรกไม่ทันพุ่งชนดังกล่าว

ขณะที่นายณัฐเก้า โชควัฒนธารากุล คนขับรถตู้โรงพยาบาล เผยว่า จะไปรับคนป่วยฉุกเฉินที่หลังตลาดโรงหนังอพอลโลเก่า จึงวิ่งเปิดไฟ และเสียงไซเรนขอทางมาตลอด ฝั่งตนไฟแดงก็จริง แต่รถคันอื่นเบรก และชะลอรถหมดแล้ว มีแต่รถกระบะคู่กรณีที่ไม่เบรก จึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจดูภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath