ตะลึงชั้นใน 3,000 ชิ้น! วิน จยย.โรคจิตสอยตามหอพักสตรีปากน้ำ สำเร็จความใคร่

ชั้นใน1

(ภาพจาก ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ)

ตำรวจเมืองสมุทรปราการ เรียกตรวจหนุ่มวิน จยย.มีพิรุธ พบประวัติเคยลักชั้นในสตรี เปิดห้องพักถึงกับตะลึง ชุดชั้นในกองมหึมากว่า 3,000 ชิ้น รับ ขโมยมาสำเร็จความใคร่

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 59 นายชูชาติ ดุลยปภัสศร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ ด.ต.สุวัฒน์ นิสังกาศ หัวหน้าตู้ยาม กม.30 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ คุมตัว นายภานุ พลอยสุวรรณ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 ซอย 1 (ศาลเจ้าพ่อทองคำ) ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ อาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง พร้อมของกลางชุดชั้นในสุภาพสตรีที่ใช้แล้วกว่า 3,000 ชิ้น มาสอบสวน หลังจากจับกุมได้ภายในห้องเช่าไม่มีเลขที่ ในซอยวัดราษฎร์โพธิ์ทอง ต.ท้ายบ้าน อ.เมืองสมุทรปราการ

สืบเนื่องจากขณะเจ้าหน้าที่สายตรวจ ตู้ยาม กม.30 นำกำลังออกตรวจพื้นที่บริเวณซอยวัดราษฎร์โพธิ์ทอง พบ นายภานุ ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา ท่าทางมีพิรุธ จึงขอตรวจค้นแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ต่อมาจากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายภานุ เคยถูกจับในข้อหาลักชุดชั้นในผู้หญิง จึงนำตัวไปตรวจค้นในห้องเช่าดังกล่าว เมื่อเข้าไปก็ต้องตะลึง พบชุดชั้นในสตรีกองมหึมาอยู่ในห้อง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัว นายภานุ และของกลางทั้งหมดมาสอบสวน

ชั้นใน2

ของกลางเป็นชุดชั้นในสตรีจำนวนมาก

จากการสอบสวน นายภานุ สารภาพว่า ของกลางทั้งหมดได้จากการตระเวนขโมยจากหน้าห้องเช่าของสุภาพสตรีนำมาตากไว้ เพื่อนำมาสะสมและสำเร็จความใคร่ ทั้งนี้ เมื่อปี 53 เคยถูกดำเนินคดีเดียวกันมาแล้ว พร้อมของกลางกว่า 10,000 ตัว จนภรรยาเกิดความอับอายขอแยกทาง สวนสาเหตุผู้ต้องหากล่าวว่า เมื่อเห็นชุดชั้นในสตรีที่ใช้แล้วเกิดมีอารมณ์ จึงต้องขโมยมาเก็บไว้จินตนาการสำเร็จความใคร่

ด้าน พ.ต.ท.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผกก.ป.สภ.เมืองสมุทรปราการ กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำประวัติผู้ต้องหาไว้โดยยังไม่ได้แจ้งข้อหาก่อนปล่อยตัวไป เนื่องจากยังไม่มีผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม ขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงสุภาพสตรีที่อยู่ในพื้นที่ อ.เมืองสมุทรปราการ ที่สงสัยว่าชุดชั้นในที่ตากไว้ถูกผู้ต้องหาขโมยไป สามารถเดินทางมาแจ้งความได้ เพื่อแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับ นายภานุ ต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

หักหลบหมา! หนุ่มควบปิกอัพตกถนน ชนต้นไม้-เมียตาย เจ็บอีก 9

syds][

(เครดิตภาพ จากมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์)

หนุ่มแรงงานต่างด้าว ขับปิกอัพพาเมียคนไทย พร้อมลูก 2 คน  มีเพื่อนแรงงานอีก 7 คน นั่งกระบะหลัง จากสมุทรสาครมุ่งหน้าสังขละบุรี ระหว่างทางมีสุนัขวิ่งตัดหน้าหักหลบจนรถตกถนนชนต้นไม้ เมียตาย ที่เหลือบาดเจ็บ 9 คน…

วันที่ 16 มี.ค.59 พ.ต.ท.ชูวิทย์ เจริญนาค รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ว่า เกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ ตอนครึ่ง สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บบ 2953 นนทบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนถนนเส้นทาง 323 สายกาญจนบุรี-ไทรโยค หมู่ 4 ต.หนองบัว อ.เมืองกาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ในสถาพเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ได้ช่วยกันลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 10 คน นำส่ง รพ.พหลพลพยุหเสนาฯ ทราบชื่อผู้บาดเจ็บรายแรกคือ น.ส.อ้อย เจริญศิริโสภิต อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 หมู่ 2 จ.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสและเสียชีวิตลงที่โรงพยาบาล รายที่ 2 ด.ญ.จันทนา เจริญศิริโสภิต อายุ 12 ปี รายที่ 3 ด.ญ.นันทิดา เจริญศิริโสภิต อายุ 1 ขวบ ทั้งสองคนเป็นลูกสาวของ น.ส.อ้อย ส่วนอีก 7 ราย เป็นแรงงานต่างด้าวมีหนังสือเดินทางถูกต้อง แพทย์รับตัวไว้รักษา

หักหลบ

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนนายตุลา อายุ 31 ปี แรงงานต่างด้าวที่มีหนังสือเดินทาง เป็นสามีของ น.ส.อ้อย และเป็นคนขับรถคันดังกล่าว ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนพร้อมด้วยภรรยาและลูกสาว 2 คน ขับรถยนต์เดินทางมาจาก จ.สมุทรสาคร เพื่อนำแรงงานต่างด้าวกลับบ้านที่ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี มาถึงที่เกิดเหตุอยู่ๆ ก็มีสุนัขวิ่งข้ามถนนตัดหน้าอย่างกระชั้นชิด ตนตกใจหักพวงมาลัยหลบ ทำให้รถเสียหลักตกถนนพุ่งชนต้นไม้ จนนางอ้อย ภรรยาเสียชีวิตในที่สุด ส่วนแรงงานต่างด้าวที่นั่งมาด้านหลังได้รับบาดเจ็บกันระนาว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่านายตุลา น่าจะประมาท ขับรถเร็ว จึงควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

คดีเด็ด !! โจรลักจักรยานยนต์ แต่รถน้ำมันหมดกลางทาง-โดนเจ้าของยกพวกรุมอัด

 * คดีเด็ด !! โจรลักจักรยานยนต์ แต่รถน้ำมันหมดกลางทาง-โดนเจ้าของยกพวกรุมอัด *

ทอมผูกคอตาย

สาวทอมสุดเครียดทะเลาะแฟนสาว ก่อนผูกคอตายดับคาบ้าน พ่อแม่เผยไม่เอะใจเพราะลูกชอบขังตัวเองในห้อง กว่าจะทราบก็ผ่านไป 3 วันแล้ว

เมื่อเวลา 10.00 น. วานนี้ (12 มีนาคม 2559) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบ่อ เข้าตรวจสอบบ้านพักหลังหนึ่งในหมู่บ้านจัดสรรย่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ พบศพ นางสาวเยาวเรศ ชาติวีระธรรม อายุ 35 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ข้างที่นอน ในสภาพมีปลอกหมอนข้างผูกรัดที่คอ ขณะที่บริเวณคานเหล็กใต้หลังคาพบปลอกหมอนผืนเดียวกันผูกติดอยู่ และถูกตัดขาดก่อนหน้านี้

ทอมผูกคอตาย

ขณะที่การตรวจสอบภายในห้องพักของผู้ตาย พบข้อความที่ผู้ตายเขียนอยู่บนผนังห้องว่า “พี่รักปุ๊กมาก” และข้อความระบุว่ารักพ่อแม่ นอกจากนี้บริเวณข้างศพยังพบห่อยา ขวดน้ำ รวมถึงก้นบุหรี่จำนวนมากกระจายอยู่เกลื่อนพื้นห้อง โดยคาดว่าผู้ตายน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน

จากการสอบถามญาติผู้ตาย ทราบว่าก่อนหน้านี้ผู้ตาได้มีปากเสียงกับแฟนสาวที่คบหากันมาได้ระยะหนึ่ง จนผู้ตายกลับมาอยู่ที่บ้านกับพ่อและแม่ ซึ่งที่ผ่านมาทุกคนก็คอยปลอบใจผู้ตาย แต่เจ้าตัวไม่ค่อยพูดระบายออกมา เอาแต่เก็บตัวเงียบภายในห้อง จนเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 10 มีนาคม หลังจากผู้ตายลงมากินข้าวแล้วก็หายเข้าไปในห้องโดยที่คนในบ้านไม่ได้เอะใจอะไร ผ่านไปหลายวันจึงมาเคาะประตูเรียกแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ จึงพังประตูห้องเข้าไปก็พบว่าผู้ตายผูกคอตัวเองเสียแล้ว ส่วนปลอกหมอนที่เห็นถูกตัดขาดนั้น เพราะผู้เป็นพ่อเกิดอาการตกใจจึงคว้ามีดไปตัดหวังช่วยชีวิตลูกสาว

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายอาจตัดสินใจฆ่าตัวตายจากความเครียดที่มีปากเสียงกับแฟนสาว แต่จะส่งศพเข้าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ

‘บิ๊กป้อม’ ลั่นฟันไม่เลี้ยงมาเฟีย รับมีชื่อ’ตร.-ทหาร’ ติดบัญชีแบล็กลิสต์

บิ๊กป้อม

บิ๊กป้อม” เผยให้ ผบ.ทบ. รวมรายชื่อมาเฟียทั้งหมด รับมีชื่อตร.-ทหาร เอี่ยว ลั่นฟันไม่เลี้ยง ถ้าใครกลับใจเซ็นเอ็มโอยู ไม่กลับไปยุ่งเกี่ยว ระบุไม่ห่วงปม “พะจุณณ์” ขัดแย้งตำรวจ พร้อมปรับคุมเข้มความปลอดภัย กห.กันลอบบึม

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 59 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ระบุว่ารวบรวมรายชื่อกลุ่มผู้มีอิทธิพลแล้วว่า ไม่ใช่เพียงแค่ตำรวจเท่านั้น ยังมีอีกหลายคนทั้งในส่วนของเหล่าทัพ โดย พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเป็นผู้รวบรวมรายชื่อทั้งหมด ซึ่งเราตั้งใจทำให้ดีที่สุด ขอให้มั่นใจ และไม่ต้องเป็นห่วง

ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีกำลังพลทั้งในส่วนของทหารและตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยว อย่างไรก็ตาม เราได้ทำบันทึกข้อตกลงระหว่างคนที่ไม่อยากจะให้ทำผิดอีกต่อไปกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งการทำเอ็มโอยูจะครอบคลุมทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะทหาร โดยคนที่จะเข้ามาทำข้อตกลงดังกล่าว จะพิจารณาว่าการกระทำเข้าข่ายที่จะเอาผิดทางกฎหมายได้หรือไม่ ถ้าไม่สามารถเอาผิดทางกฎหมายได้ ก็จะมาลงนามในบันทึกข้อตกลงเพื่อไม่ให้กลับไปยุ่งเกี่ยวอีก ส่วนคนที่มีหลักฐานและพบว่าทำผิดจริง ก็ต้องถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามระเบียบวินัย

เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีตหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อชี้แจงความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ได้ดู ไม่ได้สนใจ ไม่ห่วงว่าจะเกิดความขัดแย้งระหว่างตำรวจกับ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ทุกอย่างต้องดำเนินการตามขั้นตอน และ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ก็ให้ข้อมูล ถ้าไม่มีอะไรก็จบ อย่างไรก็ตาม ตนถือว่าเป็นคนกันเอง อาจพูดคุยกันได้ ก็ให้ตำรวจดำเนินการต่อไป พิจารณาในเรื่องของเจตนาหรือไม่

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงการจัดระเบียบมาตรการรักษาความปลอดภัยรอบพื้นที่กระทรวงกลาโหมใหม่ โดยเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ภายหลังจากเดินทางไปดูงานที่ประเทศรัสเซีย ทั้งนี้ มาตรการรักษาความปลอดภัยของกระทรวงกลาโหมในเบื้องต้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการทดลองการใช้งานและศึกษาข้อดีข้อเสีย โดยมีการกำหนดการเข้า-ออกประตูด้านหน้ากระทรวงกลาโหม ซึ่งจะเปิดให้เฉพาะนายทหารระดับสูงที่มีอัตราจอมพลขึ้นไป ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม, พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.ร.อ.อนุทัย รัตตะรังสี รองปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ รองปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.พอพล มณีรินทร์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม และแขกบ้านแขกเมือง ในฐานะแขกของกระทรวงกลาโหม เข้าและออกได้เท่านั้น ในส่วนของกำลังพล ข้าราชการ ลูกจ้างของกระทรวงกลาโหม จะต้องไปเข้าและออกทางประตูด้านหลังเท่านั้น

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงเรื่องการจัดระเบียบการดูแลรักษาความปลอดภัยกระทรวงกลาโหมใหม่ว่า จะมีการจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งหมดในทุกพื้นที่ ไม่ใช่เฉพาะในส่วนของกระทรวงกลาโหมเพียงกระทรวงเดียว แต่จะดำเนินการทุกกระทรวง ซึ่งตนได้เน้นย้ำในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว เนื่องจากเราต้องระมัดระวัง เพราะที่ผ่านมาหลายประเทศยังเกิดเหตุระเบิด

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์

ทุ่ม 1.4 แสนล้าน พัฒนาขยาย 6 สนามบิน-ตั้งเป้ากำไรกว่าหมื่นล้านในปี 59

 * ทุ่ม 1.4 แสนล้าน พัฒนาขยาย 6 สนามบิน-ตั้งเป้ากำไรกว่าหมื่นล้านในปี 59 *

ทุ่ม 1.4 แสนล้าน พัฒนาขยาย 6 สนามบิน-ตั้งเป้ากำไรกว่าหมื่นล้านในปี 59

ทอท. ทุ่มงบร่วม 1.4 แสนล้านบาท ขยาย 6 สนามบินใหญ่ เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น คาดปี 2559 กำไรพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์กว่า 1.8 หมื่นล้านบาท

วันที่ 8 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร และประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางท่าอากาศยานไทยเตรียมงบประมาณ 1.4 แสนล้านบาท ใช้ในการพัฒนาและขยายสนามบินไทย 6 แห่ง คือสนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินดอนเมือง, สนามบินเชียงใหม่, สนามบินแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย, สนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา และสนามบินภูเก็ต ในการรองรับผู้โดยสารที่อาจเพิ่มสูงขึ้นราว 20% ต่อปี

ทั้งนี้ นายประสงค์ กล่าวว่า ทาง ทอท. จะนำเงินทั้งหมดแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนแรกจะใช้งบราว 1.1 แสนล้านบาท มาพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ ในการเพิ่มปริมาณการรองรับผู้โดยสารที่จากเดิมรองรับได้แค่ 45 ล้านคนต่อปี เพิ่มเป็น 60 ล้านคนต่อปี รวมถึงในเรื่องสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 ที่มีการสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 รันเวย์ที่ 2 ด้วย และอีกส่วนจะใช้เงินที่เหลือทั้งหมด 3 หมื่นล้านบาท แบ่งออกไปพัฒนายังสนามบินอื่น ๆ ที่เหลืออีก 5 แห่ง

ขณะที่รายได้จากการให้บริการ ทาง ทอท. คาดว่าในปี 2559 จะมีกำไรเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์กว่า 1.8 หมื่นล้านบาท

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ | Suvarnabhumi Airport BKK

เพชร-ไกรสร ยกครอบครัวไหว้รูปปั้น พุ่มพวง เสี่ยงเซียมซีได้เลข 606

 * เพชร-ไกรสร ยกครอบครัวไหว้รูปปั้น พุ่มพวง เสี่ยงเซียมซีได้เลข 606 *

เพชร-ไกรสร

เพชร ภัควรรธน์-ไกรสร ยกครอบครัวไหว้รูปปั้น พุ่มพวง ดวงจันทร์ ในวันเกิดหนุ่มเพชร อายุ 29 ปี-เสี่ยงเซียมซีได้เลข 606 ชาวบ้านแห่ซื้อเกลี้ยงแผง

วันที่ 9 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไกรสร แสงอนันต์ และนายภัควรรธน์ ลีละเมฆินทร์ หรือ เพชร สามี และลูกชายของราชินีลูกทุ่งพุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้เดินทางไปยังวัดทับกระดาน ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วย นางสลักจิตร ดวงจันทร์, นางจันทร์จวง ดวงจันทร์, นางดวงใจ ดวงจันทร์ เพื่อนำอาหารคาวหวาน ดอกไม้ ธูป เทียน และเครื่องสังฆทานมาถวายพระภิกษุและสามเณรที่วัด เนื่องในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 29 ปีของ นายภัควรรธน์ ลูกชายคนเดียวของพุ่มพวง ดวงจันทร์

โดยนายภัควรรธน์ กล่าวว่า ในวันเกิดของตนบังเอิญเกิดสุริยุปราคา จึงตั้งใจมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้แม่พุ่มพวง เพราะในวันที่ตนเกิดมานั้นถือว่าเป็นวันที่แม่เจ็บปวด จากนี้ต่อไป ตนและครอบครัวจะรักและสามัคคีกันตลอดไป

นอกจากนี้รายงานข่าวระบุว่า นายภัควรรธน์และครอบครัว ได้ไปกราบไหว้หุ่น พุ่มพวง ดวงจันทร์ ที่ศาลาทรงไทยริมสระน้ำใกล้ต้นไทรทอง บริเวณหลังวัดทับกระดาน โดย นายภัควรรธน์ ได้เสี่ยงเซียมซี 3 ครั้ง ได้เลข 606 ซึ่งหลังจากที่ชาวบ้านทราบข่าวก็ได้นำเลข 606 และ 29 ไปเสี่ยงโชคในงวดวันที่ 16 มีนาคมนี้ ส่งผลให้เลขลอตเตอรี่ดังกล่าวขายดีจนเกลี้ยงแผง

ภาพจาก Instagram petchpoompuang

เผยผลสอบคดีฝรั่งยิงตัวตายคาสนามปืนภูเก็ต คาดเครียดตกงาน-เงินหมด

 * เผยผลสอบคดีฝรั่งยิงตัวตายคาสนามปืนภูเก็ต คาดเครียดตกงาน-เงินหมด *

ฝรั่งยิงตัวตายคาสนามยิงปืนภูเก็ต

ฝรั่งยิงตัวตายคาสนามยิงปืนภูเก็ต

คืบหน้าคดีนักท่องเที่ยวต่างชาติยิงตัวตาย คาสนามยิงปืนกะทู้ จ.ภูเก็ต พบเครียดหนักเรื่องตกงานมาหลายเดือน จนมีปัญหาด้านการเงิน และไม่ต้องการกลับประเทศ

จากกรณีเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งทอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต รับแจ้งเหตุมีนักท่องเที่ยวชายคนหนึ่งก่อเหตุใช้อาวุธปืนภายในสนามยิงปืนแห่งหนึ่งซึ่งอยู่บริเวณทางขึ้นเขาป่าตอง ม.6 ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมทิ้งจดหมาย 2 ฉบับ ฝากถึงภรรยาคนไทย และอีกฉบับถึงพี่สาวของผู้เสียชีวิต ต่อมา ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ นายแอนเดรส อายุ 43 ปี ชาวเอสโตเนีย

ล่าสุด วันที่ 10 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ท. สวรรยา เอียดทรง พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งทอง ได้เรียกตัวภรรยาของผู้เสียชีวิต มาทำการสอบสวนถึงสาเหตุการยิงตัวตาย โดยเธอเล่าว่า นายแอนเดรส ตกงานมาหลายเดือนแล้ว และกำลังประสบปัญหาทางด้านการเงินอย่างหนักจนทำให้เครียดมาก ที่ผ่านมา นายแอนเดรสบ่นว่าจะฆ่าตัวตายมาหลายครั้ง อีกทั้งอยากอยู่ประเทศไทยมาก โดยเฉพาะที่จังหวัดภูเก็ต เพราะอุตส่าห์มาหางานทำที่นี่เพื่อที่จะได้อยู่ประเทศไทยตลอดไป แต่ปรากฏว่าไม่ได้งานทำตามต้องการ เพื่อนที่เคยจะติดต่องานให้ก็หายหน้าไป ทำให้นายแอนเดรส เกิดความเครียดมากตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ พี่สาวของนายแอนเดรสก็ได้พยายามชักชวนให้นายแอนเดรสกลับประเทศ จึงทำให้นายแอนเดรสเพิ่มความเครียดมากขึ้น โดยก่อนออกจากโรงแรมที่พักนายแอนเดรสได้บอกกับตนว่าจะมายิงปืนแก้เครียด ซึ่งตอนนั้นตนก็ไม่ได้เอะใจว่า นายแอนเดรสจะฆ่าตัวตาย เพราะนายแอนเดรสเป็นที่ชอบยิงปืนมาก

อ่านเพิ่มเติม เผยผลสอบคดีฝรั่งยิงตัวตายคาสนามปืนภูเก็ต คาดเครียดตกงาน-เงินหมด

เด็กไทยดังเปรี้ยง ! หน้าคมสะดุดตา ได้แคสติ้งถ่ายแบบ GQ Germany

 * เด็กไทยดังเปรี้ยง ! หน้าคมสะดุดตา ได้แคสติ้งถ่ายแบบ GQ Germany *

เด็กไทยถ่ายแบบ GQ Germany

สุดยอด เด็กไทยดังเปรี้ยง หลังสะดุดตาทีมถ่ายแบบ GQ Germany จับแคสติ้งและแชะภาพเดี๋ยวนั้นที่สังขละบุรี เสียงตอบรับเพียบ

แจ้งเกิดในวงการถ่ายแบบระดับอินเตอร์ในชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว สำหรับเด็กหนุ่มชาวไทยเจ้าของใบหน้าคมเข้ม ที่ไปสะดุดตาทีมงานมืออาชีพของนิตยสาร GQ Germany เข้าอย่างจัง ขณะยกกองมาถ่ายแบบแฟชั่นของ Louis Vuitton กันใน อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ประเทศไทย เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมงานจึงตัดสินใจแคสติ้งและให้เด็กหนุ่มร่วมถ่ายแฟชั่นในเซ็ตดังกล่าวทันที

โดยหลังจากที่ช่างภาพ และฝ่ายแคสติ้งของ GQ Germany นำภาพของเด็กหนุ่มชายไทยซึ่งสวมใส่ชุดจากคอลเลคชั่น Spring/Summer 2016 มาโพสต์ในในอินสตาแกรมของพวกเขา ก็ปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก ขณะที่ชาวเน็ตไทยต่างก็มาร่วมแสดงความชื่นชมเด็กหนุ่มรายนี้ หลังจากที่เพจ หนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ นำเรื่องของนายแบบหนุ่มน้อยชายไทยมาบอกเล่ากันในวันนี้ (8 มีนาคม 2559) โดยชี้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีโครงหน้าที่สวยงามและเห็นแสงเงาชัดเจน ในอนาคตน่าจะโกอินเตอร์ได้ไม่ยาก

ภาพจาก Instagram brett_lloyd, gq_germany, เฟซบุ๊ก หนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ

ตำรวจแจง สาวเปลือยโวยวายนอกรถ ป่วยไบโพลาร์ เร่งนำตัวรักษาก่อนดำเนินคดี

 * ตำรวจแจง สาวเปลือยโวยวายนอกรถ ป่วยไบโพลาร์ เร่งนำตัวรักษาก่อนดำเนินคดี *

สาวแก้ผ้า รถเฟียสต้าขาว

แห่แชร์คลิปสาวเปลือยกายลงมาจากรถ หลังรถประสบอุบัติเหตุชนกับรถแท็กซี่ ชาวเน็ตวิจารณ์ยับ สติครบมั้ย ? หรือทำอะไรกันอยู่ขณะขับรถ ? ตำรวจเผยเป็นผู้ป่วย “ไบโพลาร์” เร่งนำตัวไปรักษาก่อนดำเนินคดีต่อไป

วันที่ 7 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Toon Cartoonz ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอหนึ่ง ความยาวประมาณ 1.30 วินาที เผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะหญิงสาวรายหนึ่งลงมาโวยวายนอกรถเก๋งสีขาว หลังเกิดอุบัติชนประสานงากับรถแท็กซี่ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่แปลกเลยถ้าหญิงสาวรายนี้ไม่ลงมาด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่า ไม่มีเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว สร้างความแตกตื่นต่อประชาชนในละแวกนั้นอย่างมาก

ทั้งนี้เมื่อคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปยังสังคมออนไลน์ เหล่าชาวเน็ตก็ให้ความสนใจพร้อมแสดงความเห็นต่าง ๆ มากมายว่าหญิงรายนี้เป็นอะไร สติดีหรือไม่ หรือว่ากำลังทำอะไรกันอยู่บนรถกันแน่ ? จนทำให้เกิดเหตุรถชนขึ้น

อย่างไรก็ดี รายงานข่าวล่าสุดระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการติดต่อไปยังญาติของหญิงรายดังกล่าวทราบว่า หญิงรายดังกล่าวมีอาการป่วยเป็นโรค 2 บุคลิก หรือ “ไบโพลาร์” โดยมีประวัติการรักษาอยู่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ จ.สุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สงวนชื่อ-นามสกุลของผู้ป่วยไว้ตามการคุ้มครองตามสิทธิ และแจ้งไม่ให้มีการส่งต่อคลิปดังกล่าวเพราะมีความผิดทางกฎหมาย สำหรับขั้นตอนต่อไปจะนำตัวหญิงรายดังกล่าวเข้ารับการรักษา ก่อนสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Toon Cartoonz

ชลธี ธารทอง ศิลปินแห่งชาติ ถูกแบนเพลง เงินสั่งมา เนื้อหาเสียดสีวงการสงฆ์

 * ชลธี ธารทอง ศิลปินแห่งชาติ ถูกแบนเพลง เงินสั่งมา เนื้อหาเสียดสีวงการสงฆ์ *

เนื้อเพลง เงินสั่งมา เนื้อเพลง เงินสั่งมา

ชลธี ธารทอง ศิลปินแห่งชาติ แต่งเพลง “เงินสั่งมา” สะท้อนวงการพระสงฆ์ เตือนสติสังคมที่เริ่มผิดเพี้ยน ล่าสุดถูกสั่งห้ามเผยแพรออกทีวี

กลายเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจอยู่ไม่น้อย หลังจากครูเพลงชื่อดัง ชลธี ธารทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง ปี 2542 ได้แต่งเพลง “เงินสั่งมา” ซึ่งเพลงลูกทุ่งที่มีเนื้อหาในเชิงสะท้อนวงการพระสงฆ์ที่เริ่มเสื่อมและผิดเพี้ยน เผยแพร่ทางช่องยูทูป ME Infinity Channel เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา

โดย ชลธี ธารทอง เผยว่า ตนเขียนเพลงนี้เมื่อปีที่แล้ว ตอนคอนเสิร์ต 78 ปีตำนานแห่งสายน้ำ เป็นความตั้งใจให้เนื้อหาไปเกี่ยวโยงกับวงการพระสงฆ์ สะท้อนสังคม สังเกตได้จากเนื้อเพลงท่อนสุดท้าย “บวชเป็นพระแล้วท่านไม่ยอมปล่อยวาง ปลูกต้นสตางค์ไว้บนแผ่นหลังญาติโยม” เพราะอยากให้เพลงนี้ช่วยเตือนสติสังคมเมืองไทยที่เริ่มตกต่ำ ทั้งเรื่องการเมือง ศาสนา ผู้คน ความมีน้ำใจ รวมไปถึงเรื่องศาสนาที่นับว่าสำคัญมาก ยิ่งพระสง์บางรูปมีความประพฤติไม่เหมาะสมกิริยาท่าทางไม่เหมือนเป็นพระ มันเลยพลอยทำให้ศาสนาเสื่อมไปด้วย ก็อยากให้มาช่วยกันแก้ไขปัญหาและจุดบกพร่องประเทศ

สำหรับการแต่งเพลงนี้ ผมเคยบวชมา 2 พรรษา สอบนักธรรมตรีกับสอบโอวาทปาติโมกข์ได้ ซึ่งโอวาทปาติโมกข์ก็คือหัวใจของศาสนาพุทธ สิ่งสำคัญที่สุดของการครองผ้าเหลืองคือเครื่องอัฐบริขาร 8 อย่าง พระควรจะอยู่แบบสมถะ แต่สมัยนี้พระนั่งรถเก๋งราคาล้านกว่าบาท มีเงินทองเป็นร้อยล้าน มีที่ดิน รับกิจนิมนต์ครั้งละเป็นหมื่นเป็นแสน มันดูผิดจากความเป็นพระ เพราะประชาชนที่มาใส่บาตรทำบุญยังเป็นคนที่ต้องหาเช้ากินค่ำ ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน จริง ๆ เมื่อบวชเป็นพระแล้ว ท่านควรจะเป็นตัวอย่างให้ประชาชน หากท่านยังตัดกิเลสไม่ได้จะไปสอนญาติโยมได้อย่างไร เวลานี้เลยกลายเป็นว่าศาสนาของเราเริ่มมีปัญหา มีบางคนแปลงเจตนาของศาสนาไปในแบบผิด ๆ จนพระไม่ปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบของพระ

ในฐานะศิลปินแห่งชาติเลยเขียนเพลงนี้ขึ้นมา เพราะเพลงคือภาพสะท้อนหรือเงากระจกของสังคม ช่วยขัดเกลาจิตใจคนในสังคม ช่วยเตือนว่างสิ่งไหนดี สิ่งไหนไม่ดี ปัจจุบันไม่ค่อยมีใครกล้าเขียนเพลงแนวเสียดสีเท่าไร เพราะทางการไม่ให้เผยแพร่ รวมถึงผู้ลงทุนมองว่ามันไม่คุ้ม ทางรัฐบาลควรจะเข้ามาช่วยประคับประคองเพลงลูกทุ่งดี ๆ ให้อยู่ในตลอดต่อไป ให้มีแนวเพลงเนื้อหาสร้างสรรค์บ้าง ไม่ใช่เอาแต่เรื่องผัว ๆ เมีย ๆ

ทั้งนี้เพลง เงินสั่งมา ที่แต่งและขับร้องโดย ชลธี ธารทอง ล่าสุดถูกสั่งห้ามเผยแพร่ออกทีวีแล้ว ซึ่งเพลง เงินสั่งมา มีเนื้อหาดังนี้ ..

ภาพจาก ME Infinity Channel