หวิดตกเหวลึก! รถตู้ไหลลงเขาเกาะช้าง เบรกไม่อยู่ พุ่งอัดเสาไฟ

รถตู้1

รถตู้โดยสารเกาะช้าง ลงเนินเขา เบรกไม่อยู่ พุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง คนขับสาวติดอยู่ภายใน หวิดตกเหว จนท.เร่งช่วย ก่อนนำตัวส่ง รพ. คาดปล่อยให้รถไหลลงเนินเขาด้วยความเร็วมากเกินไป ทำให้เบรกไม่อยู่

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 25 มี.ค. 59 พ.ต.ต.บรรเจิด กระจ่างแสง สว.สอบสวน สภ.เกาะช้าง รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถตู้โดยสารเสียหลักชนเสาไฟฟ้า บริเวณทางลงเนินเขา ใกล้เคียงโรงแรมเคซีแกรนด์ รีสอร์ต แอนด์ สปา หมู่ 4 ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ ไม่สามารถออกมาได้ หลังรับแจ้งจึงประสานไปยังอาสาสมัครสมาคมกู้ภัยบุญช่วยเหลือ เขต จ.ตราด นำอุปกรณ์การช่วยเหลือเข้าตรวจสอบ

รถตู้2

เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำตัวคนขับ ซึ่งได้รับบาดเจ็บ ออกมาจากรถ

ที่เกิดเหตุพบรถตู้โดยสาร ยี่ห้อ โตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน 30-0137 ตราด เสียหลักลงข้างทางไปชนเสาไฟฟ้า ด้านหน้ารถได้รับความเสียหาย ภายในรถบริเวณที่นั่งคนขับพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นผู้หญิง นอนร้องครวญคราง เนื่องจากบริเวณขาทั้ง 2 ข้าง ถูกอัดติดอยู่ด้านหน้ารถ ไม่สามารถดึงออกมาได้ เจ้าหน้าที่ต้องนำอุปกรณ์ตัดถ่างมาช่วยถ่างเหล็กที่หนีบขาคนขับอยู่ออก ก่อนจะดึงร่างผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากตัวรถ พร้อมรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะเร่งนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลเกาะช้าง ทราบชื่อต่อมา คือ นางกานดา มงกุฎสุวรรณ อายุ 35 ปี

รถตู้3

หวิดตกเหวลึก

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถตู้คันที่ประสบอุบัติเหตุดังกล่าว เป็นรถโดยสารที่ใช้บริการ รับ-ส่ง นักท่องเที่ยวบนพื้นที่เกาะช้าง ก่อนเกิดเหตุ นางกานดา กำลังขับรถตู้โดยสารมุ่งหน้าไปยังพื้นที่หาดทรายขาว เพื่อที่จะไปรับนักท่องเที่ยวจากที่พักตาม โรงแรม-รีสอร์ตต่างๆ เพื่อนำไปส่งลงเรือเฟอร์รี่ตามปกติเหมือนเช่นทุกวัน มาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางลงเนินเขาและเป็นช่วงโค้ง คาดว่าคนขับอาจจะปล่อยให้รถไหลลงเนินเขาด้วยความเร็วมากเกินไป ทำให้เบรกไม่อยู่ และไม่สามารถบังคับทิศทางรถให้เข้าโค้งได้ ก่อนจะเสียหลักพุ่งแหกโค้งไปชนอัดเสาไฟฟ้าและเหล็กกั้นทางโค้ง จนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งโชคยังดีที่รถตู้คันดังกล่าวชนแล้วหยุดอยู่ที่เสาไฟฟ้า หากชนแล้วพุ่งทะลุไปด้านหน้า จะเป็นเหวลึก อาจจะทำให้เกิดความเสียหาย และได้รับบาดเจ็บมากกว่านี้ได้.

ที่มา>>>Thairath

เตรียมส่ง อัลฟาเจต สร้างฝนหลวง สกัดพายุลูกเห็บ 15 จังหวัดภาคเหนือ

 * เตรียมส่ง อัลฟาเจต สร้างฝนหลวง สกัดพายุลูกเห็บ 15 จังหวัดภาคเหนือ *

ฝนหลวง 2559

เตรียมส่งเครื่องบินอัลฟาเจต ปฏิบัติภารกิจฝนหลวง สกัดพายุลูกเห็บครอบคลุม 15 จังหวัดทางภาคเหนือ

วันที่ 24 มีนาคม 2559 นายสุรสีห์ กิตติมณฑล รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และนาวาอากาศเอก เสกสัณน์ ไชยมาตย์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติกิจพิเศษ กรมยุทธการทหารอากาศ ได้แนะนำการยิงสกัดพายุลูกเห็บที่อาจเกิดขึ้นในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ โดยมีการใช้พลุสารซิลเวอร์ไอโอไดด์ยิงสกัด

โดยปฏิบัติการฝนหลวง ในการยับยั้งลูกเห็บในครั้งนี้ กองทัพอากาศได้เตรียมเครื่องบินอัลฟาเจต ไปประจำการที่กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะขึ้นยิงพลุซิลเวอร์ไอโอไดด์เข้าไปในกลุ่มเมฆ เพื่อเร่งให้ก่อตัว และกลั่นเป็นฝน ก่อนที่จะมีการรวมตัวจนกลายเป็นพายุลูกเห็บ

สำหรับขั้นตอนในการปฏิบัติการนั้น จะมีการวิเคราะห์สภาพอากาศด้วยระบบเรดาร์ ควบคุมด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไตตัน ที่ติดตั้งอยู่ที่สถานตรวจอากาศอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ โดยระบบดังกล่าวจะสามารถมองเห็นผลึกน้ำแข็งภายในเมฆได้ ซึ่งต่างจากระบบเดิมที่ไม่สามารถแยกน้ำกับผลึกน้ำแข็งได้

ทั้งนี้หลังจากที่มีการตรวจพบกลุ่มเมฆที่มีแนวโน้มที่จะก่อตัวเป็นพายุลูกเห็บแล้วนั้น เครื่องบินอัลฟาเจตจะขึ้นบิน และยิงพลุสารซิลเวอร์ไอโอไดด์ ด้วยความเร็วมากกว่า 1,800 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจะถึงเป้าหมายไม่เกิน 10 นาที สำหรับปฏิบัติการดังกล่าวนั้นจะมีห้วงภารกิจตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม-20 พฤษภาคมนี้ โดยกองทัพอากาศจัดเตรียมพลุสารซิลเวอร์ไอโอไดด์ไว้ 500 นัด มีรัศมีการสกัดกั้นพายุลูกเห็บ 240 กิโลเมตร จากสถานีเรดาร์อมก๋อย ครอบคลุม 15 จังหวัดภาคเหนือ

ภาพจาก newsconnect

นึกว่างานเข้า ! ตำรวจทักแฟนที่เฝ้ารถแก๊สหมดกลางทาง ก่อนอาสาช่วยเติมน้ำมันให้

 * นึกว่างานเข้า ! ตำรวจทักแฟนที่เฝ้ารถแก๊สหมดกลางทาง ก่อนอาสาช่วยเติมน้ำมันให้ *

ตำรวจดี

หนุ่มถึงกับเหงื่อตก เมื่อตำรวจมาทักแฟนที่เฝ้ารถแก๊สหมดกลางทาง ไม่คาดคิดในโชคร้ายยังมีโชคดี คุณตำรวจอาสาเฝ้ารถและช่วยเติมน้ำมันให้ ชาวเน็ตชม ตำรวจไทยไม่ได้เลวไปหมดทุกคน

ตำรวจคือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มีหน้ารับใช้ประชาชน แต่จากที่ผ่านมาดูเหมือนตำรวจจะเป็นเป้าให้กลุ่มประชาชนโจมตีในเรื่องการทำงานอยู่ไม่น้อย อาทิ การตกเป็นจำเลยสังคมในข้อหารีดไถชาวบ้าน หรือการตั้งตัวเป็นศาลเตี้ยเสียเอง อย่างไรก็ดี ยังมีเรื่องราวบางมุม ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่ายกย่องกับตำรวจไทย ดังเช่นในกรณีนี้

โดยเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2559 ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Wan Uncontro ได้โพสต์ภาพและข้อความชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยระบุว่า รถของตนแก๊สหมด จึงต้องเดินไปหาปั๊มและทิ้งให้แฟนเฝ้ารถเอาไว้ สักพักแฟนได้โทรมาบอกว่า ตำรวจมาถามว่า รถเป็นอะไรไหม ซึ่งครั้งแรกที่รับโทรศัพท์ยังนึกว่างานเข้า จะถูกข้อหาอะไรหรือไม่ แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับช่วยเฝ้ารถให้ และยังได้ช่วยเติมน้ำมันให้อีก อย่างน้อยเรื่องนี้ก็ทำให้รู้ว่า ตำรวจดี ๆ ก็ยังมีอยู่ และต้องขอบคุณอย่างมาก

ทั้งนี้หลังจากเรื่องราวดี ๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก หลายรายแสดงความเห็นชื่นชม และยังอยากให้ฉุกคิดว่า ตำรวจในบ้านเมืองยังมีที่ดี ๆ อยู่อีกเยอะ ขออย่าให้นำไปปะปนกับตำรวจนอกรีต

โดยข้อความในเฟซบุ๊ก Wan Uncontro มีรายละเอียดดังนี้

ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Wan Uncontro

สยอง ! สาวโรคจิต ชำแหละเนื้อสุนัขกว่า 60 ตัว กระดูกเกลื่อนเพิงร้าง ชลบุรี

 * สยอง ! สาวโรคจิต ชำแหละเนื้อสุนัขกว่า 60 ตัว กระดูกเกลื่อนเพิงร้าง ชลบุรี *

สาวโรคจิต ชำแหละเนื้อสุนัขกว่า 60 ตัว พบซากโครงกระดูกถูกถลกหนังเกลื่อนบริเวณเพิงร้างที่พัก บริเวณจอมเทียนสาย 2 จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่นำตัวส่งบำบัดต่อที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา

สาวโรคจิต ฆ่าหมา 60ตัว

สาวโรคจิต ฆ่าหมา 60ตัว

วันที่ 23 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand รายงานว่า นายอำนวยธนวิทย์ สมพงษ์ธรรม สมาชิกสภาเมืองพัทยา พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจ และตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เข้าตรวจสอบ พื้นที่รกร้าง บริเวณริมถนนจอมเทียนสาย 2 ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อนำตัวหญิงเร่ร่อนมีพฤติกรรมเข้าข่ายจิตประสาท เลี้ยงสุนัขเร่ร่อนไว้จำนวนมากเข้าบำบัด

และได้ทำการเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่เป็นที่พักอาศัยของหญิงคนดังกล่าว โดยพบว่า เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล มีต้นไม้ปกคลุมไปทั่วบริเวณ และมีเพิงพักอาศัพที่ถูกรื้อถอนไปก่อนหน้านี้ ขณะที่บริเวณด้านหน้าพบภาพของหัวสุนัขที่ถูกผูกเชือกแขวนไว้กับต้นไม้ โดยบริเวณรอบพื้นที่กว่า 1 ไร่ พบซาก โครงกระดูกสุนัข ที่คาดว่า ถูกชำแหละทิ้งไว้เป็นจำนวนกว่า 50-60 ตัว ซึ่งมีกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

อ่านเพิ่มเติม สยอง ! สาวโรคจิต ชำแหละเนื้อสุนัขกว่า 60 ตัว กระดูกเกลื่อนเพิงร้าง ชลบุรี

ชื่นชม ! ป้าเมืองชลพบเงินสดค้างตู้เอทีเอ็ม รุดแจ้งตำรวจ-ตามหาเจ้าของ

 * ชื่นชม ! ป้าเมืองชลพบเงินสดค้างตู้เอทีเอ็ม รุดแจ้งตำรวจ-ตามหาเจ้าของ *

แชร์เรื่องราวน่าชื่นชม เมื่อคุณป้าใน จ.ชลบุรี พบเงินสด 8,500 บาท ค้างอยู่ที่ตู้เอทีเอ็ม จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามหาตัวเจ้าของเพื่อส่งคืนทันที

มีเงินสดที่ตู้ atm

วันที่ 24 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสม็ด อ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งจาก นางพิศมัย เมฆสัจจากุล อายุ 61 ปี พบเงินสดจำนวน 8,500 บาท ค้างอยู่ที่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกสิกรไทย บริเวณหน้าร้านค้าปลีก โลตัสเอ็กซ์เพรส สาขาเสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี ก่อนจะนำเงินทั้งหมดส่งมอบเจ้าหน้าที่เพื่อตามหาเจ้าของ

ทั้งนี้ นางพิศมัย เล่าว่า ขณะที่ตนกำลังจะมากดเงินสด ก็มีคนใช้บริการยู่ก่อนหน้าแล้ว จนกระทั่งมาถึงคิวของตน ซึ่งที่หน้าจอตู้กลับขึ้นข้อความว่า มีธนบัตรใบละ 500 จำนวน 1 ใบ และธนบัตรใบละ 1,000 บาท จำนวน 1 ใบ ค้างอยู่ ตนจึงกดยกเลิก แต่กลับมีเงินออกมาจากช่องฝากเงินของตู้ พบเงินสดจำนวน 8,500 บาท ตนจึงเก็บไว้ แล้วรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว

มีเงินสดที่ตู้ atm

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า เงินดังกล่าวน่าจะเป็นของคนที่นำมาฝากที่ตู้รับฝาก แต่ระบบทำงานไม่สมบูรณ์ เบื้องต้นได้มีการประสานไปยังธนาคาร ให้ช่วยตรวจสอบหาเจ้าของเงินแล้ว

ภาพจาก newsconnect

คนนับหมื่นไหว้หลวงพ่อเปิ่น เจ้าของลายสักเสือเผ่น จนต้องใช้สายยางฉีดน้ำมนต์

* คนนับหมื่นไหว้หลวงพ่อเปิ่น เจ้าของลายสักเสือเผ่น จนต้องใช้สายยางฉีดน้ำมนต์ *

หลวงพ่อเปิ่น

คนนับหมื่นร่วมแสดงพลังแห่งศรัทธา ร่วมสักการะหลวงพ่อเปิ่น ที่วัดบางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จนต้องใช้สายยางแรงดันสูง ฉีดน้ำมนต์ให้ลูกศิษย์

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2559 แม้ว่าหลวงพ่อเปิ่น เจ้าของตำนานสักเสือเผ่น จะละสังขารไปกว่า 14 ปี แต่ก็ยังมีประชาชนมากมายที่ยังคงศรัทธาในตัวหลวงพ่อ โดยเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2559 วัดบางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ได้มีการจัดพิธีไหว้ครูหลวงพ่อเปิ่นขึ้น และได้มีการทำพิธีบวงสรวงพรหม เทพยดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ และในคืนก่อไหว้ครู พระที่ทำหน้าที่สักยันต์ รวมถึงลูกศิษย์ที่ครอบครูสักยันต์ ต้องนั่งสักยันต์กันตั้งแต่เช้าวันศุกร์ บางคนสักไปถึงรุ่งเช้าวันเสาร์ และยิ่งใกล้ถึงเวลาทำพิธี คนก็ยิ่งแห่เข้ามาเต็มลานวัดมากขึ้น

หลวงพ่อเปิ่น
ทั้งนี้ ในช่วงพิธี ผู้ที่สักยันต์ชนิดใดก็มักจะเกิดอาการของขึ้น แสดงท่าทางตามสัตว์ชนิดนั้น เช่น ผู้ที่สักรูปเสือเผ่น ก็จะวิ่งกระโจนหน้าพิธี หรือผู้ที่สักรูปหนุมาน ก็จะกระโดดโลดเต้น ผู้ที่สักรูปหมูป่าก็แผดเสียงก้อง บางคนก็ทำท่าทางเดินกระย่องเหมือนฤาษี ซึ่งทางวัดก็ได้จัดเจ้าหน้าที่ไว้ช่วยแก้คนที่ของขึ้น คือการใช้ 2 มือตบที่หูเบา ๆ หรือใช้มือลูบหน้าตรงจมูก หรือยกขาให้สูงกว่าตัว นอกจากนี้ ในงานยังมีการใช้สายน้ำแรงดันสูง ฉีดน้ำมนต์ประพรมผู้ศรัทธาอย่างล้นหลาม บางคนก็รุมแย่งตักน้ำมนต์ขึ้นมาจากถังเพื่อมาอาบตัวเอง

พระอุดมพระชานาถ หรือ หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ เป็นพระเกจิชื่อดัง ที่มีชื่อเสียงด้านการลงเลขอักขระและการสักยันต์ โดยเฉพาะการสักยันต์เสือเผ่น ซึ่งท่านได้ละสังขารที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2545 สิริรวมอายุ 79 ปี 54 พรรษา

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Smartz Man‎
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
now26.tv

‘นิพิฏฐ์’ ชมข้อสรุป กรธ.ดีกว่าของ คสช.

นิพิฏฐ์

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชม ข้อสรุป กรธ.ดีกว่าของคสช. หวั่น หลักคิดคนไทยเปลี่ยนติดใจเผด็จการ ผลจากประชาธิปไตยถูกบิดเบือน

วันที่ 23 มี.ค. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อสรุปของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต่อข้อเสนอของ คสช. ที่ขอให้ปรับแก้รัฐธรรมนูญ ว่า ข้อสรุปของ กรธ.ที่ออกมาถือว่าดีกว่าข้อเสนอเดิมของ คสช. ทั้งระบบการเลือกตั้ง ส.ส. ที่เปลี่ยนมาใช้แบบเขตเดียวเบอร์เดียว หรือ วันแมน วันโหวต หรือการลดอำนาจของ ส.ว.ไม่ให้อภิปรายซักฟอกรัฐบาล ส่วนที่มาของนายกฯ ยังเห็นต่างว่า ควรให้พรรคที่ชนะเลือกตั้ง เลือกไปตามหลักประชาธิปไตยสากลดีที่สุด โดยไม่ต้องมีรายชื่อ 3 คน ของแคนดิเดตแต่ละพรรค แต่หากเกิดวิกฤติชาติที่คนนอกเป็นได้ดีกว่า ให้ใช้เสียง ส.ส.2 ใน 3 ของสภาฯ เลือกมาเป็นนายกฯ ไม่ยุ่งยากซับซ้อน

สำหรับที่มาของ ส.ว.ที่แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ส.ว.สรรหา 200 คน จาก คสช.เลือก และอีก 50 คน จากการเลือกไขว้ของกลุ่มอาชีพ เห็นว่า ไม่สมดุล น่าจะมาอย่างละครึ่ง

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า สูตรที่มา ส.ว.เป็นเหมือนหนูทดลองยา ทั้งที่ประเทศไทยบอบช้ำกับเรื่องทดลองมามากแล้ว พอใกล้จะตกผลึก ผู้มีอำนาจใหม่เข้ามาก็สั่งเปลี่ยนใช้แบบอื่นอีก จึงไม่ตกผลึกเสียที และส่งผลต่อหลักคิดในระบอบประชาธิปไตยของคนไทยว่า ระหว่างระบอบประชาธิปไตย กับ ระบอบเผด็จการ อะไรดีกว่ากัน จนคนไทยส่วนหนึ่งเริ่มคิดและชอบระบอบเผด็จการที่แก้ปัญหาเบ็ดเสร็จ ที่แก้ง่ายและเร็วกว่า เพราะเราเบื่อง่าย ไม่อดทน และทำผิดให้เป็นถูก ระบอบประชาธิปไตยจึงถูกบิดเบือน เช่น รัฐบาลก่อน แม้จะชนะเลือกตั้งมา แต่ใช้อำนาจเสียงข้างมากในสภาฯ ละเมิดกฎหมาย แก้กฎหมายเพื่อตัวเอง ไม่ฟังเสียงข้างน้อย ทำให้คนมองว่าประชาธิปไตยมีจุดอ่อน ซึ่งเป็นการบิดเบือนประชาธิปไตย คนจึงหันมาหนุนเผด็จการซึ่งเป็นอันตรายมาก.

ที่มา>>>Thairath

แพรวา อ้างถูกเจ้าหน้าที่คุมประพฤติลวนลาม-จี้ชี้ตัว เจอผิดจริงยินดีปลด

 * แพรวา อ้างถูกเจ้าหน้าที่คุมประพฤติลวนลาม-จี้ชี้ตัว เจอผิดจริงยินดีปลด *

แพรวา 9 ศพ

แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา อ้างถูกเจ้าหน้าที่คุมประพฤติลวนลาม ด้าน รมว.ยุติธรรม วอนเข้ามาชี้ตัว หากพบผิดจริงยินดีปลด เผยเรื่องบำเพ็ญประโยชน์ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ

วันที่ 22 มีนาคม 2559 พล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกระแสข่าวกรณีที่ นางสาวแพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ต้องหาคดีขับรถชนรถตู้โดยสารเสียชีวิต 9 ศพ แล้วไม่ได้บำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม 90 ชั่วโมง ตามคำสั่งศาลว่า ตามหลักการเมื่อศาลสั่งกรมคุมประพฤติต้องไปดำเนินการดูแล แต่เมื่อกรมคุมประพฤติตอบว่าไม่รับรู้นั้น นี่คือปัญหา ส่วนกรณีที่ นางสาวแพรวา ได้ไปบำเพ็ญประโยชน์ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ตรงนี้ก็ต้องประสานและรายงานตัวต่อกรมคุมประพฤติให้รับทราบด้วย ซึ่งทางโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ไม่ได้อยู่ภายใต้เงื่อนไขของการบำเพ็ญประโยชน์ จุดนี้จึงต้องสอบสวนกันต่อว่า นางสาวแพรวาได้ทำตามเงื่อนไขของคำสั่งศาลหรือไม่

อย่างไรก็ดี จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นางสาวแพรวา อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่คุมประพฤติลวนลามนั้น พล.อ. ไพบูลย์ กล่าวว่า ขอให้ นางสาวแพรวา ระบุตัวมาเลย ยินดีที่จะปลดออกจากข้าราชการ ขอให้มาชี้ตัวเลย เพราะการพูดเช่นนี้จะทำให้ข้าราชการที่ดีเสียหายได้ และเบื้องต้นก็ได้สั่งการให้อธิบดีหาตัวเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวแล้ว

ในส่วนของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้านั้น ที่รับรองว่า นางสาวแพรวา ไปบำเพ็ญประโยชน์จริง ก็ต้องดูว่าทางโรงพยาบาลเข้าใจถึงหลักกฎหมายหรือไม่ หากไม่ได้ไปบำเพ็ญประโยชน์จริงก็เข้าข่ายมีความผิดเช่นเดียวกัน

คสช. เมิน บิ๊กจิ๋ว ประกาศจัดตั้งกองกำลังที่ 3 เผยยังไม่พบความเคลื่อนไหว

 * คสช. เมิน บิ๊กจิ๋ว ประกาศจัดตั้งกองกำลังที่ 3 เผยยังไม่พบความเคลื่อนไหว *

บิ๊กจิ๋ว

คสช. ไม่สน ชวลิต ยงใจยุทธ ประกาศจัดตั้ง กองกำลังที่ 3 เพิ่ม เชื่อเป็นผู้ใหญ่บ้านเมือง คงคิดดีเพื่อคนไทย เผยขณะนี้ยังไม่พบความเคลื่อนไหวใด ๆ

วานนี้ (19 มีนาคม 2559) พ.อ. ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะมีการตั้งกองกำลังที่ 3 อีกเพิ่มเติม และไม่กลัว พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะดำเนินการตรวจสอบว่า ทางคสช. ก็รับฟัง เพราะ พล.อ. ชวลิต เป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง อาจจะมีการพูดคุยตามประสาทหาร ตนคิดว่าเรื่องนี้คงไม่มีอะไร เป็นการออกมาให้ข้อคิดเห็นของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่คิดดีและทำดีเพื่อคนไทย เมื่อมีการให้ข้อมูลมาทางเจ้าหน้าที่ก็จะไปติดตาม แต่ พล.อ. ชวลิต ก็บอกแล้วว่าไม่ได้เป็นกองกำลังติดอาวุธ แต่เป็นคนมาช่วยบ้านเมือง

ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวไม่น่าจะมีอะไร ตนเข้าใจว่าแนวคิดของ พล.อ. ชวลิต ปรารถนาดีต่อบ้านเมือง สิ่งใดผิดกฎหมายท่านคงไม่ทำ ยืนยันว่าไม่น่าจะมีอะไรเป็นพิเศษ และยังไม่พบความเคลื่อนไหวใด ๆ

ปึ้ง กัดเจ็บ บอก คสช. อย่าเล่นละครตบตา ขอพูดให้ชัดอยากอยู่นานหรือไม่

 * ปึ้ง กัดเจ็บ บอก คสช. อย่าเล่นละครตบตา ขอพูดให้ชัดอยากอยู่นานหรือไม่ *

ปึ้ง

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เหน็บ คสช. อย่าเล่นละครตบตา แนะพูดให้ชัดอยากอยู่ต่อหรือไม่ รับกลัว มีชัย ฤชุพันธุ์ เสียคนตอนแก่

วันที่ 20 มีนาคม 2559 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการะทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระแสคัดค้านข้อเสนอ 3 ข้อ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ส่งให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหาก กรธ. ทำตามที่ คสช. สั่งมาและท้ายที่สุดหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจากประชาชนอยากจะถาม คสช. ว่าจะเอารัฐธรรมนูญฉบับไหนมาใช้ในการเลือกตั้งตามโรดแม็ป และถ้า คสช. ห่วงช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ถ้าได้รัฐบาลใหม่แล้วจะไม่เดินตามการปฏิรูปที่แม่น้ำ 5 สาย วางไว้ ทำไม คสช. ไม่อยู่บริหารต่อไปเลยอีก 5 ปี แล้วค่อยคืนอำนาจให้ประชาชน เพราะขณะนี้การแก้ปัญหาบ้านเมืองโดย คสช. เดินหน้าไปได้ดีมาก โพลคะแนนความนิยมของรัฐบาลก็มีสูง ต่างชาติเข้าใจ เหตุใดไม่เสียสละอยู่บริหารงานต่อเดินหน้าประเทศตามที่คาดหวังไว้

ทั้งนี้ สาเหตุที่ตั้งข้อสังเกตเช่นนี้ เพราะเห็นว่าบ้านเมืองนี้ยังหาทางออกไม่ได้ อำนาจบดบังจนมองปัญหาที่แท้จริงไม่ทะลุปรุโปร่ง คนไทยต้องวนเวียนอยู่ในปัญหาเดิม จึงอยากเรียกร้องให้หัวหน้า คสช. พูดให้ชัดเจนว่าอยู่ในอำนาจต่อไปหรือไม่ ไม่ต้องแสดงละครแบบไทย ๆ ที่แสดงละครอยู่ในทีวี เอาแบบหนังเกาหลีที่แสดงตรงไปตรงมา ไม่ลูกเล่นแบบศรีธนญชัย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ และ กรธ. จะได้ไม่ต้องมาเสียชื่อเสียงตอนแก่

ข้อมูลจาก สำนักข่าว INN