สุดตระการตา! ชาวนครพนมน้อมใจแปรอักษร ไหลเรือไฟแสดงความอาลัยในหลวง ร.9

พสกนิกร จ.นครพนม น้อมใจแปรอักษร  ไหลเรือไฟบูชาพญานาค แสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเรือไฟเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 บริเวณลานแลนด์มาร์คพญาศรีสัตตนาคราช  พญานาคศักดิ์สิทธิ์  ริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม นายสมชาย  วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานเปิดงาน  ร้อยดวงใจ ลอยเรือไฟ ถวายพ่อหลวง  นำ ข้าราชการ พสกนิกร ทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช    พร้อมจัดการแสดงนาฏอาลัย ฟ้อนภูไทแสดงอาลัย การขับร้องเพลงในพระราชนิพนธ์  จากศิลปินแห่งชาติ และศิลปินรับเชิญ  ประกอบภาพพระราชกรณียกิจ นอกจากนี้จะได้มีการจุดเทียนถวายอาลัยแปรอักษรเลข 9 จากเยาวชน นักเรียนนักศึกษา จำนวน 956  คน เรือไฟส่วนไฮไลน์ของงาน คือ การไหลเรือไฟ จำนวน 11 ลำ กลางแม่น้ำโขง โดยตัวแทนชาวบ้านจากชุมชนหมู่บ้านต่างๆ รวม 12 อำเภอ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้น    โดยเรือไฟที่สร้างขึ้น มี ความยาวประมาณ 70-80  เมตร  ความสูง ประมาณ 30-50  เมตร  ต้องใช้ตะเกียงไฟมากกว่า 30,000 – 50,000  ดวง  ที่จะส่องสว่างออกมาเป็นลวดลายต่างๆ ใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณลำละเกือบล้านบาท  ซึ่งเน้นลวดลายตะเกียงไฟที่เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ รวมถึงภาพพระบรมฉายาลักษณ์  น้อมรำลึก 61 ปี   ครั้งเมื่อพระองค์เคยเสด็จประทับแรมที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมหลังเก่า  และชมทอดพระเนตรไหลเรือไฟ  ครั้งแรก เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2498   สร้างความซาบซึ้งให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ที่มาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก เรือไฟ เรือไฟ

ที่มา>>>Workpoint Entertainment

เตือนนักท่องเที่ยวเซลฟี่กับหมอก เดินทางด้วยความระมัดระวัง หลังหมอกจัดลงหนา

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 11 พ.ย.2559 ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ เปิดฝนตกหนักและอากาศเย็นลงอย่างต่อเนื่อง ทำได้เกิดหมอกลงหนาจัดบนพื้นที่ดอยสูง โดยบริเวณถนนเส้นเข้าอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ก็มีหมอกลงหนาจัดตลอดช่วงนี้ เนื่องจากมีทางคดเคี้ยวและมีหมอกขาวโพลนลงหนาจัดหลายแห่ง นักท่องเที่ยวที่ต้องการมาท่องเที่ยวเขตดังกล่าวในช่วงฤดูหนาวนี้ควรเช็คสภาพรถให้พร้อมก่อนออกเดินทาง และเปิดไฟหน้าและบีบแตรรถทุกครั้งที่ขับผ่านหมอกหนาจัด เพราะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากทัศนวิสัยในการขับขี่ถูกบดบังโดยหมอกหนา สามารถมองเห็นถนนเพียงระยะไม่เกิน 10 เมตร โดยมีนักท่องเที่ยวบางส่วนลงไปถ่ายเซลฟี่กับหมอกหนาดังกล่าวที่สวยงามบ้างแล้ว ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนควรระมัดระวังการขับขี่ ส่วนคนที่ลงรถควรมองซ้ายมองขวาก่อนข้ามถนนเพื่อความปลอดภัย

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ แจ้งว่า ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งอีก 1 วัน ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนลดลงและอากาศเย็นลงโดยอุณหภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว และจะแผ่ปกคลุมภาคเหนือและภาคกลางต่อไป ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนลดลงและอากาศจะเย็นลง ในช่วงวันที่ 11-12 พฤศจิกายน 2559 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น

ที่มา>>>ข่าวสด

นักเรียนโรงเรียนตชด.บ้านทุ่งกบินทร์แปรอักษรถวายอาลัยในหลวงร.๙

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านทุ่งกบินทร์ ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว พ.ต.ต.สัมฤทธิ์ อุ่นมี ครูใหญ่ พร้อมคณะครูและผู้ปกครองโรงเรียน ร่วมใจจัดแสดงแปรอักษรรูปหัวใจ ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช201611080818581-20021028190236พ.ต.ต.สัมฤทธิ์ กล่าวว่า ทางเราไม่สามารถที่จะนำเด็กนักเรียนทั้งหมดไปถวายสักการะพระบรมศพ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมหาราชวังได้ เพราะโรงเรียนเราอยู่ชายแดน จึงร่วมกันจัดกิจกรรมแปรอักษรถวายความอาลัยด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงร.๙

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนักเรียนแปรอักษรแล้ว จากนั้นผู้ร่วมงานยืนสงบนิ่ง ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และในช่วงสุดท้ายของพิธีผู้ร่วมงานร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีอย่างกึกก้อง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ หลังจากกิจกรรมเสร็จแล้ว ทั้งหมดได้ร่วมกันปลูกและพัฒนาแปลงผักแบบเศรษฐกิจพอเพียง

ที่มา>>>ข่าวสด

ด่วน! “ประยุทธ์”ใช้ม.44 เด้ง”ทรงพร”พ้นปลัดดิจิทัล โยกผอ.สำนักสถิติฯมานั่งแทน

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๖/๒๕๕๙ เรื่อง การกําหนดตําแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่ง มีรายละเอียดระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรกําหนดตําแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่งเพื่อประโยชน์ ในการบริหารราชการในกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้มีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมยิ่งขึ้นอาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ให้ นางทรงพร โกมลสุรเดช พ้นจากตําแหน่ง ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม และให้ดํารงตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ตรวจราชการ
และเป็นที่ปรึกษาด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

ข้อ ๒ ให้ นางสาววิไลลักษณ์ ชุลีวัฒนกุล พ้นจากตําแหน่ง ผู้อํานวยการสํานักงานสถิติแห่งชาติ และให้ดํารงตําแหน่ง ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ข้อ ๓ ให้ข้าราชการผู้มีรายชื่อตามข้อ ๑ และข้อ ๒ พ้นจากตําแหน่งเดิมและไปปฏิบัติหน้าที่ ในตําแหน่งใหม่ตั้งแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับการเปลี่ยนแปลงตําแหน่งภายหลังวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีพิจารณา

ข้อ ๔ ให้สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สํานักงบประมาณ และส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องดําเนินการเกี่ยวกับตําแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการดังกล่าว และให้นายกรัฐมนตรี นําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่ง หรือพ้นจากตําแหน่งตามคําสั่งนี้ ตามมาตรา ๒๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗

ข้อ ๕ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๙
พลเอก ประยุทธ์ จันทรโอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่มา>>>ข่าวสด

ย้ายกลางดึกอนุสาวรีย์วงเวียนหลักสี่ หลบโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว

วันที่ 4 พ.ย. ที่อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ บริเวณวงเวียนหลักสี่ ย่านบางเขน เจ้าหน้าที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เคลื่อนย้ายที่ตั้งอนุสาวรีย์ เพื่อก่อสร้างทางวิ่งรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต–สะพานใหม่–คูคต โดยเคลื่อนย้ายจากตำแหน่งเดิมไปทางทิศเหนือ 45 องศา ฝั่งถนนพหลโยธินขาออก มุ่งหน้าสะพานใหม่ เพื่อหลบโครงสร้างสถานีวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน สำหรับการเคลื่อนย้ายอนุสาวรีย์ฯในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ รฟม.ได้ทำพิธีสักการะอย่างเงียบๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้เคยมีการย้ายตำแหน่งและปรับความสูงของอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญอยู่หลายครั้ง โดยกรมทางหลวง เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดโดยรอบอนุสาวรีย์ อาทิ เมื่อปรับภูมิทัศน์เป็นสี่แยกและการขุดอุโมงค์ลอดอนุสาวรีย์ โครงการก่อสร้างสะพานลอยข้างอนุสารีย์เพื่อเชื่อมต่อถนนแจ้งวัฒนะและถนนรามอินทรา ล่าสุดคือการย้ายตำแหน่งอีกครั้งเพื่อรองรับการก่อสร้างรถไฟฟ้าในครั้งนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

กทม. เร่งปรับปรุงพื้นที่สนามหลวงหลังฝนตกติดต่อ เทกากยางบดอัด

เมื่อเวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันที่สามที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งสำนักพระราชวังได้กำหนดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. ของทุกวัน โดยตลอดทั้งคืนวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา ยังคงมีประชาชนปักหลักค้างคืน เพื่อรอเข้าสักการะพระบรมศพเป็นจำนวนมากs__113229830เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจึงเปิดให้ประชาชนที่ตกค้าง 200 คน เข้าไปเป็นชุดแรก เมื่อเวลา 05.00 น. ขณะที่การรักษาความปลอดภัยและดูแลความสงบเรียบร้อยรอบพระบรมมหาราชวัง และท้องสนามหลวง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัคร ตั้งจุดตรวจสอบและคัดกรองบุคคลอย่างเข้มงวด ในส่วนพื้นที่สนามหลวงที่มีน้ำท่วมขัง หลังมีฝนตกลงมาอย่างหนักเมื่อหลายวันที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่ของ กทม.ต้องเร่งปรับปรุงพื้นที่เพื่อให้สามารถรองรับผู้ที่เดินทางมาร่วมงาน โดยนำกากยางและทรายมาเทในพื้นที่ที่มีน้ำขัง และเกลี่ยปรับปรุง พร้อมนำรถบดมาบดอัดให้แน่นหนามากขี้นs__113229832ด้าน เจ้าหน้าที่ของสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ทางหน่วยงานได้ใช้เวลาในช่วงค่ำปรับพื้นที่รอบบริเวณสนามหลวงอยู่ทุกวัน โดยวิธีการใช้รถบดขนาดเล็กขับรอบสนามหลวง ก่อนนำกากยางใส่รถดั้ม และใช้รถเกลี่ยพื้นที่อีกรอบ เพื่อให้ท้องสนามหลวงคงสภาพดี แต่ขณะนี้กากยางเหลือน้อยแล้ว ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการหารือว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มพิการอัมพาตครึ่งซีก จับสีวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ มานับ 10 ปี ด้วยความศรัทธา

นายสมศักดิ์ บุญส่ง อายุ 44 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 202 หมู่ที่ 4 ตำบลนาวง อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง หนุ่มพิการซีกขวาทั้งซีก จากการผ่าตัดเส้นเลือดในสมองตีบ เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว โดยมีมือข้างซ้ายที่ยังพอจะช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง ได้บรรจงวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างตั้งใจ และภายในบ้านยังมีผลงานที่ นายสมศักดิ์ ได้วาดพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีทั้ง 9 รัชกาลอย่างสวยงาม และพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี รวมไปถึงภาพขณะที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ซึ่งมีทั้งภาพวาดสีน้ำมัน และภาพวาดดินสอ อีกจำนวนหลายสิบภาพ201610280850051-20021028190209โดยนางบุปผา วารีรัตน์ ประธานชุมชน และประธาน อสม.ประจำหมู่บ้าน ที่ดูแลความเป็นอยู่ของ นายสมศักดิ์ เกิดความประทับใจในความสามารถและมองเห็นถึงความพยายามของชายพิการรายนี้ ที่แสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อพระองค์ผ่านงานศิลปะจนเป็นที่เลื่องลือกันไปปากต่อปาก ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ นั้น ในช่วงหลังจากผ่าตัดและพักฟื้นอยู่ที่บ้าน โดยที่ร่างกายยังขยับไม่ได้เมื่อ 10 กว่าปีก่อน เพราะสมองสั่งการได้ช้า ได้พยายามหยิบจับดินสอและเริ่มวาดภาพของในหลวงเรื่อยมา แต่จะขณะวาดภาพเฉพาะในช่วงกลางคืน ส่วนกลางวันจะนอนพักผ่อน เนื่องจากสมองสั่งการสลับกันจากกลางวันเป็นกลางคืน โดยแต่ละภาพ นายสมศักดิ์ จะบรรจงวาดด้วยความศรัทธาและความตั้งใจจริง โดยเฉพาะปฏิทินที่มีภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในอิริยาบถต่างๆ เขาก็จะนำมาวาดและเก็บไว้เป็นอย่างดี201610280850053-20021028190209นายสมศักดิ์ กล่าวต่อผู้สื่อข่าวอย่างปลาบปลื้มเพียงแค่ 3 คำสั้นๆ ว่า รักในหลวง โดยเขาจะสามารถสื่อสารกันรู้เรื่องทุกอย่าง แต่ไม่สามารถพูดออกมาเป็นคำพูดได้หลายคำ เนื่องจากสมองสั่งการได้ช้า แต่หากดูจากภาพที่วาดนั้น จะรับรู้ได้ว่าหนุ่มพิการรายนี้รักในหลวงมากแค่ไหน และความพิการไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อพระองค์เลย

ที่มา>>>ข่าวสด

ความทรงจำวัยเด็ก.. อ่านหนังสือเรียนภาษาไทยป.6 บท “พระมหากรุณาธิคุณ” เรื่องราวสุดซาบซึ้งใจ

เป็นอีกหนึ่งความทรงจำในวัยเด็กของหลายๆ คน สำหรับ หนังสือเรียนภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ หลักสูตรปี พ.ศ. 2521 เล่มนี้ โดย บทที่ 7 ของเล่มนี้ ยังกล่าวถึงเรื่องราวของ พระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไว้อย่างน่าซาบซึ้งใจ ดังนี้76777172737475

ที่มา>>>ข่าวสด

เสี่ยเครียดขาดทุน60ล้านยิงตัวตายคาบ้านหรู เมียเผยล็อกกุญแจกล่องปืนแล้ว ยังเลื่อยจนขาด

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 ตุลาคม ร.ต.ท.ฉัตรพล เผ่นโผน รอง สว.(สอบสวน) สน.มีนบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตในบ้านเลขที่ 290/151 หมู่บ้านศุภาลัย พาร์ควิลล์ ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ ถนนร่มเกล้า แขวงและเขตมีนบุรี จึรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นบ้านหรู 2 ชั้น เนื้อที่ 50 ตารางวา มีรั้วรอบขอบชิด14011จุดเกิดเหตุอยู่ในห้องน้ำชั้นล่างพบศพนายวรพล สุขขวัญ อายุ 39 ปี สวมกางเกงขาสั้นสีดำตัวเดียว มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าบริเวณขมับซ้ายกระสุนทะลุขมับขวา นอนจมกองเลือด ใกล้กันพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. สีดำ ตรวจสอบรอบบริเวณบ้านพบกล่องใส่อาวุธปืนวางอยู่บนโต๊ะหน้าห้องน้ำ และบริเวณโต๊ะหน้าบ้านพบแม่กุญแจแบบใส่รหัสสภาพถูกเลื่อยจนขาด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน14012จากการสอบสวนภรรยาผู้เสียชีวิตให้การว่า สามีมีความเครียดเรื่องกิจการนำเข้า-ส่งออกเหล็ก เนื่องจากขาดทุนมากว่า 8 ปี รวมมูลค่าเสียหายกว่า 60 ล้านบาท เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมาสามีเคยพยายามจะใช้ปืนยิงตัวตายมาแล้ว แต่ห้ามไว้ทัน จากนั้นตนและลูกน้องได้ให้กำลังใจและขออย่าคิดสั้น แต่อาการของสามียังไม่ดีขึ้น จึงตัดสินใจเปลี่ยนรหัสกุญแจที่ใช้ล็อกกล่องใส่ปืน ก่อนเกิดเหตุนอนหลับอยู่ในห้องตื่นมาไม่พบสามี จึงเดินตามหาและไปเปิดประตูห้องน้ำชั้นล่าง ทันทีที่เห็นร่างสามียิงตัวตายแล้ว ตกใจมากและกรีดร้องเสียงดัง จนเพื่อนบ้านได้ยินรีบเข้ามาดู

พ.ต.ท.ถาวรกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตเครียดจัดเรื่องกิจการ พิษเศรษฐกิจหนี้สินรุมเร้า จึงพยายามฆ่าตัวตาย โดยการหาใบเลื่อยขนาดเล็กมานั่งเลื่อยแม่กุญแจที่ล็อกกล่องใส่ปืน บริเวณโต๊ะหน้าบ้านตั้งแต่เวลา 07.00 น. แล้วใช้อาวุธปืนยิงศีรษะตัวเองด้วยมือซ้าย ทั้งนี้เนื่องจากขนาดบ้านที่ใหญ่และก่อเหตุในห้องน้ำชั้นล่างทำให้ภรรยาที่นอนอยู่ในห้องนอนชั้นสองไม่ได้ยินเสียงปืน เบื้องต้นนำส่งศพส่งชันสูตรที่รพ.ตำรวจ

ที่มา>>>ข่าวสด

จับชาวบ้าน20คนเก็บเห็ดโคนในป่าห้วยขาแข้ง รับแค่หารายได้ช่วงพืชไร่ตกต่ำ

เมื่อวันที่ 24 ต.ค. นายจะนัย พุ่มทอง เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าห้วยขาแข้ง หัวหน้าชุดลาดตระเวน พร้อมกำลัง 5 นาย ออกเดินเท้าในพื้นที่รับผิดชอบของส่วนจัดการที่ 1 ในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้และสัตว์ป่า ระหว่างเดินเท้าออกมาจากหน่วยพิทักษ์ป่าทุ่งแฝก มาถึงริมลำห้วยทับเสลา โป่งช้างเผือก ในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง พบกลุ่มชาวบ้านกว่า 20 คน ด้านหลังสะพายตะกร้า ภายในมีเห็ดโคน แต่ละคนจำนวนหลายกิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมด201610251353273-20041020185849สอบสวนชาวบ้านทราบว่า ได้เดินเก็บเห็ดโคนมาเรื่อยๆ และเห็นแนวรั้วลวดหนามของเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ภายในเขตรั้วลวดหนามมีเห็ดโคนขึ้นจำนวนมาก เนื่องจากไม่มีชาวบ้านเข้าไปเก็บ พวกตนจึงชักชวนกันเข้าไป เนื่องจากคิดว่าปีละครั้ง เจ้าหน้าที่คงไม่ว่าอะไร ประกอบกับราคาเห็ดโคนมีราคาสูงมาก จึงทำให้อยากเข้าไปเก็บมาขาย เนื่องจากราคาพืชไร่ตกต่ำมาก และอยู่บ้านไม่รู้จะทำอะไรกัน จึงชักชวนออกไปหาเห็ดที่เคยไปหาทุกปี และก็ทราบดีว่าได้บุกรุกเข้าไปเขตอนุรักษ์จริง

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาในความผิดตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

ที่มา>>>ข่าวสด