10 ผลไม้แก้ “ท้องผูก” อยากท้องแฟ่บเมื่อไร จัดเลย!

10 ผลไม้แก้ “ท้องผูก” อยากท้องแฟ่บเมื่อไร จัดเลย!

ปัญหา “ท้องผูก” เป็นปัญหากวนใจของสาวๆ หลายคน ถึงแม้บางคนอาจจะเป็นคนธาตุอ่อน ทานอะไรก็ถ่ายคล่องสะดวกสบายตัว แต่หากมีช่วงหนึ่งที่ต้องดำรงชีวิตต่างที่ต่างเวลา ต้องทานอาหารที่ไม่เหมือนที่เคยทานอยู่ทุกวัน อาจทำให้ปัญหา “ท้องผูก” มาเยือนก็เป็นได้ แทนที่จะหายาถ่าย หรือยาระบายมาทาน เราใช้วิธีธรรมชาติ โดยการทานผลไม้เหล่านี้ เพื่อช่วยแก้ท้องผูกกันดีกว่าค่ะ

1. มะละกอ

 นอกจากมะละกอจะช่วยขับปัสสาวะแล้ว ยังช่วยขับถ่ายได้ดีอีกด้วย เพราะมะละกอสุกมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ รสชาติหวานฉำ ทานง่าย ย่อยง่าย แถมยังมีวิตามินเอสูง มีไขมัน และคอเลสเตอรอลน้อย แต่อย่าทานมากเกินไป เพราะอาจเสี่ยงต่อโรคกระดูก ข้อต่อ และอาจมีอาการเบื่ออาหาร เซื่องซึม หรือนอนไม่หลับได้

2. แอปเปิ้ล

 แอปเปิ้ลมีสารแพคติน ที่ช่วยเพิ่มกากใยให้กับทางเดินอาหาร จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบขับถ่ายให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้วิตามินซี ที่ช่วยป้องกันโรคหวัด ป้องกันโรคลักปิดลักเปิด และยังช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย

3. กล้วย

 เขาว่ากันว่าหากมีอุจจาระที่มีความแข็งระดับกล้วย ถึงจะเรียกว่าเป็นอุจจาระที่ดี ไม่เหลว และแข็งจนเกินไป ดังนั้นไม่แปลกที่ทานกล้วยแล้วจะช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น กากใย และสารอาหารในกล้วยช่วยลดอาการท้องผูกได้อย่างเห็นผล แล้วยังช่วยปรับสมดุลของระบบขับถ่ายให้เป็นปกติได้อีกด้วย

4. มะม่วงสุก

 มะม่วงสุกมีวิตามินซีสูง และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน และยังช่วยทำให้อุจจาระอ่อนนุ่มขึ้นอีกด้วย แต่ข้อควรระวังคือ อย่าทานมะม่วงสุกมากจนเกินไป เพราะมะม่วงสุกมีน้ำตาลมาก ระวังอ้วนได้นะคะ

5. ส้ม

 เรารู้กันดีว่าส้มอุดมไปด้วยวิตามินซี ที่ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคหวัด หากอยากทานส้ม เพื่อช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ควรทานทั้งกากใยส้ม เพราะส่วนที่จะช่วยเรื่องระบบขับถ่ายคือเจ้ากากใยของส้มนี่ล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นหากทานเพียงน้ำส้มคั้น อาจจะได้ประสิทธิภาพดีไม่เท่าทานทั้งผลนะคะ (ปลอกเปลือกด้วยล่ะ)

6. ลูกพรุน

 สาวๆ หลายคนรู้จักกิตติศัพท์ของลูกพรุนกันดี ว่าทานปุ๊บ พุ่งปั๊บ เพราะลูกพรุนมีคุณสมบัติเด่นในเรื่องช่วยการขับถ่าย แถมยังอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน สารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ บำรุงหัวใจ บำรุงสายตา และยังช่วยเสริมสร้างกระดูก และฟันให้แข็งแรงอีกด้วย

7. สัปปะรด

 อีกหนึ่งผลไม้ที่เนื้อสุกมีรสฉ่ำหวาน (หากเลือกพันธุ์หวานมาทานนะ) ช่วยย่อยอาหารจำพวกโปรตีน (มื้อไหนที่ทานเนื้อสัตว์เยอะๆ เช่น เพิ่งลุยหมูกระทะมา อย่าลืมตบด้วยสัปปะรด) วิตามินซีสูง ลดการอักเสบบวมต่างๆ ในร่างกาย และที่สำคัญ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบขับถ่ายได้ดีสุดๆ

8. ละมุด

 บางพื้นที่โดยเฉพาะคนในเมืองอาจจะหาทานยากสักหน่อย แต่หากได้ลองลุยตลาด แล้วพบละมุด รีบคว้าไว้ได้เลย เพราะละมุดเป็นผลไม้ที่มีกากใยอาหารมาก (หรือไฟเบอร์นั่นแหละ) จึงช่วยป้องกันโรคท้องผูกได้ดีเยี่ยม แต่ละมุดสุกน้ำตาลแอบสูงอยู่เหมือนกัน อย่าทานบ่อยจนเกินไปนะคะ

9. มะเฟือง

 มาถึงอีกหนึ่งผลไม้ที่ต้องลุยตลาดถึงจะพบ แต่รับรองว่าไม่ได้หายากอย่างที่คิดแน่นอน มะเฟืองนอกจากมีคุณสมบัติเป็นยาระบายอ่อนๆ แล้ว ยังช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย

10. องุ่น

 รสชาติหวานอมเปรี้ยวขององุ่น นอกจากจะนำไปมาทำเป็นเครื่องดื่ม เพื่อเพิ่มความสดชื่น ถูกใจสาวๆ หนุ่มๆ หลายคนแล้ว องุ่นยังเป็นมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ที่ช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหาท้องผูกเรื้อรังได้อีกดีอีกด้วย แต่ก็อีกแหละ องุ่นหวานๆ ทานมากก็ระวังน้ำตาลขึ้นนะจ๊ะ

หลักสำคัญของการทานผลไม้เพื่อช่วยการขับถ่าย คือทานในปริมาณที่พอเหมาะ อย่าทานมากจนเกินไป ดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยให้อุจจาระอ่อนนุ่มลง และที่สำคัญ เชื่อหรือไม่ว่าการออกกำลังกาย ก็ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติด้วยเช่นเดียวกัน ไม่เชื่อลองลงไปวิ่งตอนเช้าๆ ดูสิ ทำเป็นประจำรับรองว่านอกจากจะหายท้องผูกแล้ว ยังช่วยให้ขับถ่ายตรงเวลาขึ้นอีกด้วยนะ

ที่มา>>>Sanook

Blackberry ประกาศหยุดผลิตมือถือ เนื่องจากยอดขายต่ำมาก

Blackberry ประกาศหยุดผลิตมือถือ เนื่องจากยอดขายต่ำมากเรียกว่าเป็นข่าวร้ายสำหรับคนที่ติดตามข่าวของ Blackberry เพราะครั้งนี้ถือว่าเป็นการปิดตำนานมือถือของ Blackberry เลยก็ว่าได้ เพราะ RIM ได้ออกมาบอกว่า หยุดการออกแบบและผลิตมือถือในนามของ Blackberry แล้ววันนี้

ถ้าย้อนไปในช่วงที่ iPhone เข้ามาทำให้ Blackberry พยายามเพิ่มความสามารถในเรื่องของการสั่งงานด้วยหน้าจอแบบ Touch Screen จนออกมาเป็น Blackberry Z10 แต่ก็ออกมาช้าเกินไปจนทำให้คู่แข่งรายสำคัญตีตลาดเข้ามา แม้ว่าปลายปีที่แล้ว Blackberry เปิดตัว Priv ซึ่งเป็นมือถือจอโค้งขนาดใหญ่และเป็นมือถือที่คาดว่าจะประสบความสำเร็จ แต่ด้วยราคาที่สูงและความสามารถเน้นเรื่องความปลอดภัยทำให้ออกเป็นมือถือที่เหมาะกับองค์กรมากกว่า ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง DTEK50 ที่เพิ่งเปิดตัวไปในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แม้จะมีราคาถูกลงมาแล้วแต่จังหวะดันไม่เหมาะสม เลยเป็นที่มาของการสิ้นสุดการผลิตมือถือของ Blackberry แบบน่าเสียดายอย่างที่สุดอย่างไรก็ดีแผนก Software ที่พัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยใน Android ที่ใช้งานกับมือถือได้ทุกยี่ห้อยังคงเปิดอยู่และจะพัฒนาระบบความปลอดภัยให้ Android ต่อไป

เรียกว่า แม้ยุคที่รุ่งเรืองสุดของ Blackberry ที่มีการใช้คุยและสนทนาในช่วงปี 2009 จนมาถึงตอนนี้ ที่ต้องลาจาก เวลาเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยนนั่นแหล่ะ

ที่มา>>>Sanook

รายงานเผย กว่าครึ่งล้านแบรนด์ทั่วโลก ซื้อโฆษณาผ่าน Instagram

รายงานเผย กว่าครึ่งล้านแบรนด์ทั่วโลก ซื้อโฆษณาผ่าน Instagramหลังจาก Instagram เปิดตัวให้ซื้อโฆษณาได้เกือบปี แพลตฟอร์มดังกล่าวก็เริ่มสร้างรายได้ให้กับ Facebook อย่างต่อเนื่อง จากยอด 200,000 แบรนด์ในเดือนกุมภาพันธ์ กลายเป็น 500,000 แบรนด์แล้วในปัจจุบัน

Jim Squires ซึ่งเป็นผู้อำนวยการด้านการทำตลาดของ Instagram เล่าว่า การประสบความสำเร็จที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงเพราะ Instagram เปิดเสรีให้นักการตลาดทุกคนสามารถซื้อโฆษณาด้วยตัวเอง แต่ทีมงานได้สร้างฟีเจอร์ปุ่มโปรโมทไว้ เพื่อให้แบรนด์สามารถจ่ายเงินบูสต์โพสต์ได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิ๊ก

ทุกวันนี้มีมากกว่า 1.5 ล้านธุรกิจที่หันมาใช้ business profile ตั้งแต่มีเครื่องมือดังกล่าว นอกจากยังมีการวิจัยกลุ่มย่อยพบว่า การซื้อโฆษณาผ่านมือถือช่วยเพิ่มยอดให้กับหน้าร้านได้ 2%

Instagram ยังเผย 5 อันดับแรกของประเทศที่มีแบรนด์ซื้อโฆษณามากที่สุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา บราซิล อังกฤษ ออสเตรเลีย และแคนาดา ซึ่งประเภทส่วนใหญ่ที่ทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์มนี้ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค อีคอมเมิร์ซ สิ่งบันเทิงและเทคโนโลยีSquires ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า “ธุรกิจขนาดเล็กมีพลังในการซื้อสื่อมากพอๆ นักการตลาด”

เมื่อปีที่แล้วเขาเองก็เคยเผยว่า มีคนมาปฏิสัมพันธ์กับโฆษณาของ Instagram ราว 1 พันล้านครั้ง  (รวมยอดคลิ๊ก, ไลก์, แชร์, ติดตั้งแอปพลิเคชัน เป็นต้น) แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายได้ที่เกิดจากแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง Facebook กับ Instagram แต่เชื่อว่าน่าจะมีจำนวนมหาศาลแน่นอน ซึ่ง Instagram จะเปิดเผยตัวเลขรายได้ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้

ที่มา>>>Sanook

8 ทิปส์สำหรับนักช้อปออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ ช้อปปิ้งบนโทรศัพท์มือถือไม่ยากอย่างที่คิด สะดวกสบาย ปลอด

8 ทิปส์สำหรับนักช้อปออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ ช้อปปิ้งบนโทรศัพท์มือถือไม่ยากอย่างที่คิด สะดวกสบาย ปลอด

Shopee แนะนำ 8 ทิปส์สำหรับนักช้อปออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ ช้อปปิ้งบนโทรศัพท์มือถือไม่ยากอย่างที่คิด สะดวกสบาย ปลอดภัย ง่ายแค่ปลายนิ้วสัมผัส

เมื่อเอ่ยถึงการช้อปปิ้งออนไลน์ หลายคนอาจจะนึกถึงการเข้าเว็บไซต์เพื่อเลือกซื้อสินค้าที่ต้องการผ่านคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือโน๊ตบุ๊ค ซึ่งในปัจจุบันการช้อปปิ้งออนไลน์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่นั้นเพียงอย่างเดียวแล้ว เพราะมีอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกสบายไม่แพ้กันคือ การช้อปปิ้งออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ จากการสำรวจคนไทยจำนวน 25.8%  ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อซื้อสินค้าออนไลน์และมีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่ในขณะเดียวกันก็มีนักช้อปจำนวนไม่น้อยที่กังวลว่าการช้อปปิ้งออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือนั้นปลอดภัยและเชื่อถือได้จริงหรือไม่ Shopee จึงมีเคล็ดลับง่ายๆ สำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือมาฝากทั้งนักช้อปมือโปรและนักช้อปมือใหม่ที่ต้องการใช้แอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ เพิ่มความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยในการเลือกซื้อสินค้าให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัลมิสอากาธา โซห์ หัวหน้าการตลาดส่วนภูมิภาค บริษัท ช้อปปี้ กล่าวว่า “สำหรับนักช้อปหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ แต่ไม่คุ้นชินกับฟีเจอร์และฟังก์ชั่นต่าง ๆ ทั้งยังไม่วางใจในการซื้อสินค้าออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยระหว่างการทำธุรกรรมทางการเงิน

การจัดการและขั้นตอนการจัดส่งสินค้าของแอพพลิเคชั่นเหล่านั้น ซึ่งจริงๆ แล้วการช้อปปิ้งออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือนั้น ไม่ยากอย่างที่คิด และยังสะดวกสบาย รวดเร็ว ลดทอนเวลาในการเดินทางไปห้างสรรพสินค้าสำหรับนักช้อปที่มีเวลาน้อย ดังนั้น Shopee ในฐานะผู้นำตลาดออนไลน์บนมือถือแบบผู้บริโภคสู่ผู้บริโภค จึงนำเคล็ดลับสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือมาฝากเหล่านักช้อป เพื่อเป็นข้อมูลในการซื้อสินค้าออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือมากยิ่งขึ้น และจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักช้อปทุกคนสำหรับการซื้อสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ และเพิ่มความเพลิดเพลิน สนุกสนานในการ ช้อปปิ้งของทุกคน”

8 ทิปส์สำหรับนักช้อปออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ

1. เลือกแอพพลิเคชั่นที่ถูกใจ และตรงกับไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้งออนไลน์

ก่อนการเริ่มช้อปปิ้งออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกคือ การเลือกแอพพลิเคชั่นที่ถูกใจ ดีไซน์ของแอพพลิเคชั่นสวยถูกใจตามสไตล์ที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นสีสันหรือการจัดวางหน้าตาของแพลตฟอร์มที่เข้าใจง่าย มีฟีเจอร์ที่เหมาะแก่การช้อปปิ้งตรงตามไลฟ์สไตล์ของคุณ และเป็นแอพพลิเคชั่นที่เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน เลือกซื้อสินค้า และทำธุรกรรมทางการเงินไม่ซับซ้อนจนเกินไป นอกจากนี้ยังมีคะแนน และจำนวนของผู้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นจำนวนมาก เพราะถ้ามีผู้ดาวน์โหลดมาก และได้คะแนนเรตติ้งการใช้งานดีแสดงว่าแอพพลิเคชั่นนั้นได้รับความนิยมจากผู้ใช้มาแล้วระดับหนึ่ง


2. ดาวน์โหลด และศึกษาข้อมูล เพราะยิ่งรู้จักแอพพลิเคชั่นมาก ยิ่งส่งผลดีต่อการช้อปในอนาคต

เมื่อเลือกแอพพลิเคชั่นได้แล้วก็ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นนั้น ๆ ที่คุณชื่นชอบ จากนั้นใช้เวลาทำความรู้จัก และศึกษาแอพพลิเคชั่นอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นความน่าเชื่อถือของบริษัทผู้ผลิตแอพพลิเคชั่น หน้าตาแพลตฟอร์ม และวิธีการใช้รวมไปถึงศึกษาบริการเสริมต่าง ๆ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการซื้อสินค้าที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายเมื่อใช้งานจริง และที่สำคัญที่สุดคือการทดลองใช้แอพพลิเคชั่นด้วยตัวเอง สมัครใช้งาน ทดลองใช้ฟังก์ชั่น และฟีเจอร์ต่าง ๆ ของแอพพลิเคชั่นบ่อยๆ เพื่อให้คุ้นเคย และคุ้นมือเพราะประสบการณ์จากคำบอกเล่าของผู้อื่นมีหรือจะเท่าประสบการณ์จากการใช้งานจริงด้วยตัวเอง


3. ลงมือจดลิสต์สินค้าที่ต้องการไว้ แล้วค่อยลุยช้อป

เชื่อว่าในบางครั้งนักช้อปหลายๆ คนมีความต้องการสินค้าที่อยากได้มากกว่า 1 รายการ และหลายประเภทอย่างแน่นอน ดังนั้นก่อนที่จะกดเลือกรายการลงในตะกร้าช้อปปิ้ง นักช้อปควรจดรายการของที่อยากได้ไว้ก่อนเพื่อความรวดเร็ว แม่นยำ และไม่หลงลืมลิสต์สินค้ารายการใดรายการหนึ่งระหว่างการทำรายการซื้อ จากนั้นทดลองค้นหาสินค้าที่ต้องการจากฟังก์ชั่นเสริมในแอพพลิเคชั่น เช่น Shopee มีฟังก์ชั่นการค้นหาสินค้าโดยคำสำคัญด้วยการใช้แฮชแท็ค เพื่อช่วยให้นักช้อปออนไลน์หาสินค้าได้รวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น


4. ยิ่งตัวเลือกมาก ยิ่งต้องเปรียบเทียบราคา

จากนั้นพอค้นหาสินค้าที่ต้องการแล้ว นักช้อปอาจจะเจอสินค้าที่มีหลากหลายรูปแบบ และมีจำหน่ายในหลายๆ ร้าน ดังนั้น นักช้อปผู้อยู่ในฐานะผู้บริโภคจึงมีสิทธิเลือกและเปรียบเทียบราคาสินค้าก่อนตัดสินใจกดสั่งซื้อ การใช้แฮชแท็คค้นหาสินค้าที่ต้องการ นอกจากช่วยให้นักช้อปเปรียบเทียบราคาสินค้าจากหลายๆ ร้านได้ในเวลาเดียวกันแล้ว ยังสามารถช่วยให้คุณเข้าไปดูและศึกษาร้านค้าแต่ละร้านค้าได้อีกด้วย นอกจากนี้นักช้อปยังสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โดยการพูดคุยกับผู้ขายสินค้าโดยตรงผ่านแอพพลิเคชั่นแบบเรียลไทม์ อาทิ ฟังก์ชั่น live chat ที่ Shopee สร้างสรรค์ขึ้น


5. สินค้าคุณภาพดีและราคาย่อมเยามีจริงในโลก

นักช้อปออนไลน์ทั้งมือโปร และมือใหม่ต้องไม่ลืมคอยมองหาแคมเปญ และโปรโมชั่นเสริมทั้งในช่วงเวลาธรรมดา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเทศกาลหรือใกล้วันพิเศษต่างๆ เพราะเหล่าร้านค้าในแอพพลิเคชั่นหรือตัวแอพพลิเคชั่นเอง มักสร้างสรรค์แคมเปญ โปรโมชั่นพิเศษ ส่วนลดและข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟต่างๆ ให้เหล่านักช้อปได้ช้อปกันอย่างจุใจ ได้สินค้าคุณภาพดีในราคาย่อมเยา นอกจากนี้บางแอพพลิเคชั่นยังมีฟังก์ชั่นช่วยทุ่นแรงในการช่วยให้นักช้อปไม่พลาดความพิเศษที่กล่าวมา ด้วยการแจ้งเตือนหรือส่งข้อความทุกครั้งที่มีแคมเปญ โปรโมชั่นพิเศษ ส่วนลดและข้อเสนอต่างๆ อีกด้วย


6. ระบบการจ่ายเงินเป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้

สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ขั้นตอนใดๆ และมองข้ามไม่ได้คือ ระบบการจ่ายเงิน ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินผ่านช่องทางออนไลน์หรือออฟไลน์หรือการชำระผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิตก็ตาม แอพพลิเคชั่นที่คุณเลือกต้องเชื่อถือได้ มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรมีการการันตีจากแอพพลิเคชั่นว่า ระบบการจ่ายเงินปลอดภัยและไว้ใจได้ เช่น Shopee การันตี (Shopee Guarantee) ที่เป็นระบบการรันตีในเรื่องการโอนเงินของผู้ซื้อว่าเงินจะถูกโอนไปถึงมือผู้ขายเมื่อผู้ซื้อได้รับสินค้าแล้วเท่านั้น และในส่วนของผู้ขายก็สามารถไว้วางใจได้ว่าจะได้รับเงินจากผู้ซื้อจริง ดังนั้นระบบการจ่ายเงินสำหรับนักช้อปออนไลน์ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขายได้อย่างลงตัว


7. อย่าปล่อยผ่านเรื่องการขนส่งสินค้า

แม้จะเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนสินค้าจะถูกส่งมาถึงมือนักช้อป เหล่านักช้อปต้องไม่ลืมศึกษาให้ดีว่าแอพพลิเคชั่นที่เลือกนั้น มีระบบการจัดส่งสินค้าด้วยวิธีใด เช่น จัดส่งโดยระบบขนส่งของบริษัทเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ และจัดส่งโดยร้านค้าที่เลือกซื้อสินค้าหรือจัดส่งโดยตัวแอพพลิเคชั่นเอง นอกจากนี้นักช้อปควรคำนึงถึงค่าจัดส่งด้วยว่ามีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าจัดส่งนี้ ผู้ซื้อ ผู้ขายหรือแอพพลิเคชั่นมีการนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษที่เกี่ยวกับการจัดส่งหรือไม่ เพื่อความคุ้มค่าในช้อปปิ้งออนไลน์อย่างสูงสุด


8. อย่าวางใจ wi-fi สาธารณะ

ข้อแนะนำสุดท้ายสำหรับเหล่านักช้อปออนไลน์ที่มีความสำคัญไม่แพ้ข้ออื่นๆ คือ เมื่อตั้งใจจะช้อปปิ้งออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ wi-fi สาธารณะที่ให้บริการฟรี โดยเฉพาะเมื่อถึงขั้นตอนการจ่ายเงินหรือโอนเงิน เนื่องจากระบบ wi-fi สาธารณะมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินของผู้ที่ทำการจ่ายเงินหรือโอนเงินได้ง่าย ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่จะช้อปปิ้งออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือควรปิดระบบ wi-fi และใช้อินเตอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 3G หรือ 4G เพื่อความปลอดภัยเท่านั้น

“Shopee หวังว่าเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ จะช่วยให้เหล่านักช้อปซื้อสินค้าออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือได้อย่างเพลิดเพลิน และมั่นใจในการช้อปปิ้งออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องความปลอดภัย การได้รับสินค้าครบถ้วนในสภาพสมบูรณ์ และถูกต้องตรงตามความต้องการอย่างไร้กังวล” มิสอากาธา กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา>>>Sanook

จริงหรือไม่? ผู้ป่วยโรคไต ห้ามทาน “มะเฟือง”

 จริงหรือไม่? ผู้ป่วยโรคไต ห้ามทาน “มะเฟือง”

เฟซบุ๊ค “หมอแล็บแพนด้า” กล่าวถึงกรณีของบทความออนไลน์ว่า “ผู้ป่วยโรคไต ไม่ควรทานมะเฟือง” ว่าเป็น “เรื่องจริง” เพราะผู้ป่วยโรคไตต้องควบคุมการทานอาหารที่ไม่มีโพแทสเซียมมากจนเกินไป แล้วมะเฟืองเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงมาก (ใน 100 กรัม มีโพแทสเซียมถึง 133 มก.)

นอกจากนี้ในมะเฟืองยังมีออกซาเลตที่สูงมากอีกด้วย จากงานวิจัยพบว่ามีผู้ป่วยโรคไตหลายคนที่ไตแย่ลงจากการกินมะเฟือง เพราะมันจะทำให้เกิดผลึกแคลเซียมออกซาเลตไปอุดตันภายในท่อไต และมีการกระตุ้นให้เซลล์ของหน่วยไตตายนั่นเอง

แต่ไม่ใช่เพียงมะเฟืองที่ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยง ยังมีผักอย่าง มันสำปะหลัง ผักโขม ผักแพว ปวยเล้ง ใบชะพลู แครอท หัวไชเท้า ใบยอ และกระเทียม ที่มีกรดออกซาเลตสูง และผักผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง ได้แก่ ใบกระเพรา ผักคะน้า เห็ดฟาง ฟักทอง ทุเรียน กล้วยหอม กล้วยไข่ และส้มสายน้ำผึ้ง เป็นต้น รายละเอียดเพิ่มเติมของผักผลไม้ที่เหมาะ และไม่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคไต คลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่เลยค่ะ

ที่มา>>>Sanook

สุขภาพดี ผิวสวย หุ่นเป๊ะ! เนรมิตได้ด้วยน้ำผึ้ง

สุขภาพดี ผิวสวย หุ่นเป๊ะ! เนรมิตได้ด้วยน้ำผึ้งน้ำผึ้ง.. ไอเท็มจากธรรมชาติที่ให้เรามากกว่าแค่ความหอมหวาน สาวๆ รู้มั้ยคะว่า ประโยชน์ของน้ำผึ้งจะมีดียังไงบ้าง ในวันนี้ใครที่ยังไม่รู้ เราเลยรีบหยิบมาฝาก มาติดตามกันสิคะ

ประโยชน์ของน้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง แม้มีรสหอมหวาน แต่กลับเปี่ยมไปด้วยคุณสมบัติทางยาสูง เพราะสามารถช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี มีความเข้มข้นของระดับน้ำตาลสูง กำจัดปริมาณของเหลวที่แบคทีเรียอาศัยเพื่อการเจริญเติบโตได้ นอกจากนี้ น้ำผึ้งยังมีค่าความเป็นกรดสูง มีโปรตีนต่ำ โดยจะทำให้เชื้อแบคทีเรียไม่สามารถได้รับไนโตรเจนที่จำเป็นได้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังพบอีกว่าในน้ำผึ้งยังมีสารไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ให้คุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งได้ด้วย เพราะฉะนั้น หากเราทาบาดแผลด้วยน้ำผึ้ง มันจึงสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและช่วยป้องกันรวมถึงลดอาการอักเสบของแผลได้ดีนั่นเองสุขภาพดี ผิวสวย หุ่นเป๊ะ! เนรมิตได้ด้วยน้ำผึ้งสูตรบำรุงสุขภาพและป้องกันโรคมะเร็ง

ให้นำน้ำผึ้ง 3 ช้อนชา ผสมกับน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิล 3 ช้อนชา และน้ำเปล่า 1 แก้ว คนส่วนผสมให้เข้ากัน นำมาดื่มหลังตื่นนอนทุกเช้าและดื่มในระหว่างมื้ออาหารเป็นประจำทุกวัน ก็จะช่วยบำรุงสุขภาพและช่วยป้องกันมะเร็งได้ค่ะ

น้ำผึ้งกับเมนูลดน้ำหนัก ลดความอ้วน

 เพียงหั่นผลไม้ชนิดต่างๆ ที่ชื่นชอบเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ไม่ว่าจะเป็นกล้วย ส้ม มะละกอ ฝรั่ง สตรอว์เบอร์รี กีวี ฯลฯ จากนั้นราดตามด้วยโยเกิร์ตรสธรรมชาติ เติมลูกเกดและน้ำผึ้งลงไปผสมเพิ่ม ก็จะกลายเป็นเมนูอาหารเช้าลดน้ำหนักที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย มีทั้งวิตามิน แร่ธาตุ และโปรตีนอย่างครบถ้วน สาวๆ คนไหนที่กำลังมองหาวิธีลดน้ำหนักด้วยตัวเองในแบบง่ายๆ ขอแนะนำสูตรเมนูลดน้ำหนักนี้เลยค่ะ
สุขภาพดี ผิวสวย หุ่นเป๊ะ! เนรมิตได้ด้วยน้ำผึ้ง

ช่วยให้นอนหลับสบาย

สำหรับใครที่มีปัญหานอนไม่หลับเป็นประจำ แนะนำให้ทำสูตรเครื่องดื่มแก้นอนหลับได้เลยง่ายๆ ตามนี้ เพียงนำน้ำผึ้งมาผสมลงในน้ำอุ่นหรือนมอุ่นๆ ก็ได้ จากนั้นดื่มก่อนนอน และหากนั่งสมาธิก่อนนอนด้วยแล้ว บอกเลยค่ะว่าจะยิ่งก่อให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย สงบ รู้สึกถึงการปล่อยวาง แล้วจะทำให้คุณนอนหลับง่ายและหลับสบายตลอดคืนอีกด้วย

บำรุงผิวให้อ่อนเยาว์ ชุ่มชื้น

สาวๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวหน้าแห้งหยาบกร้าน และยังมีสิวเสี้ยน หากต้องการบำรุงผิวให้กลับมาอ่อนเยาว์เนียนนุ่มชุ่มชื้นอีกครั้ง แนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นให้สะอาดก่อน จากนั้นซับหน้า แล้วกล้วยหอมผสมกับนน้ำผึ้งมาพอกหน้า 10-15 นาที ก่อนจะล้างออกให้สะอาด ในน้ำผึ้งมีเอนไซม์จากธรรมชาติที่จะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวหน้าอ่อนเยาว์ นวลนุ่มและยังช่วยขจัดสิวเสี้ยนได้ด้วย

ประโยชน์ของน้ำผึ้ง เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ต้องการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง และหากต้องการวิธีลดน้ำหนักด้วยตัวเองง่ายๆ การดื่มสูตรลดน้ำหนักจากน้ำผึ้งที่เราแนะนำก็ช่วยเนรมิตหุ่นดีได้เช่นกัน แถมยังนำมาพอกหน้าบำรุงผิวสวยได้อีกด้วย ดีแบบนี้พลาดไม่ได้แล้วนะคะ

ที่มา>>>Sanook

9 ทิปเด็ด เพิ่มเน็ตไร้สายให้เร็วจี๊ด

9 ทิปเด็ด เพิ่มเน็ตไร้สายให้เร็วจี๊ดทุกวันนี้โปรโมชันอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ มาแรงเหลือเกิน ทั้ง VDSL หรือ Fiber Optic ซึ่งแรงได้ใจ แถมราคาก็ถูกเหลือเชื่อ แต่สิ่งที่หลายคนประสบพบเจอก็คือ อุปกรณ์เครือข่ายมาตรฐานที่ผู้ให้บริการติดตั้งให้ไม่ค่อยตอบสนองความเร็วได้อย่างที่ต้องการ ลองลงทุนสักนิด เพื่อความความเร็วเน็ต ความแรงของ Wi-Fi ให้ได้อย่างที่ต้องการ 

1. เลือกความถี่ให้เหมาะสม

ปัจจุบัน Wi-Fi ภายในบ้านสามารถแยกได้เป็น 2 ความถี่ คือ 2.4 GHz และ 5 GHz ซึ่งในอนาคตจะมีการใช้ความถี่ที่ 60 GHz (802.11ad) แต่ก่อนจะไปถึงตอนนั้น มาดูตอนนี้ว่าคุณเลือกเราเตอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานหรือยัง Wi-Fi ความถี่ 2.4GHz จะรองรับอุปกรณ์ได้หลากหลายกว่า แต่ความถี่ 5 GHz 5 GHz จะรองรับการรับส่งข้อมูลได้มากกว่า เหมาะกับอุปกรณ์เพื่อความบันเทิง เช่น เกมคอนโซล Set Top Box หรือ Streaming Video

2. เลือก Wi-Fi ให้ตรงตามความต้องการ

การเลือก Wi-Fi ให้เหมาะสมกับการใช้งานจะช่วยใช้คุณสามารถใช้งานระบบเครือข่ายไร้สายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ 802.11g (ความเร็วสูงสุดคือ 54 Mbps+), 802.11n (ความเร็วสูงสุดคือ 300-600 Mbps) และ 802.11ac (ความเร็วสูงสุดคือ Gigabit/1000 Mbps+) ซึ่งเราเตอร์โดยทั่วไปที่แถมมาตอนติดตั้งอินเทอร์เน็ตจะรองรับมาตรฐาน 802.11n อยู่แล้ว แต่ถ้าต้องการความเร็วที่เพิ่มขึ้น เสถียรมากขึ้น ต้องขยับไปใช้เราเตอร์มาตรฐาน 802.11ac

3. ขยายสัญญาณ

ในบางครั้งเราเตอร์เพียงตัวเดียวไม่สามารถส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตครอบคลุมได้ทั้งบ้าน การขยายสัญญาณจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยการใช้สายอากาศเสริม เราเตอร์บางรุ่นสามารถรองรับการเชื่อมต่อสายอากาศผ่ายพอร์ต N, SMA หรือ TNC เราสามารถใช้ทั้งแบบเปลี่ยนสายอากาศได้ที่ตัวเราเตอร์เลย (Indoor) หรือใช้สายอากาศเสริมแบบภายนอก (Outdoor)

4. ทดสอบช่องสัญญาณที่ดีที่สุด

เราเตอร์ Wi-Fi จะมีช่องสัญญาณการใช้งาน (Channel) ให้เลือกใช้งาน แต่คนส่วนใหญ่จะใช้ช่องสัญญาณที่อุปกรณ์เลือกมาให้ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าช่องสัญญาณไหนดีที่สุด วิธีการง่าย ๆ ครับ ดาวน์โหลดแอพฯ ที่ชื่อว่า Wifi Analyzer มาใช้ครับ แอพฯ ตัวนี้จะแสดงช่องสัญญาณที่ดีที่สุดออกมา จากนั้นเราก็เปลี่ยนให้เราเตอร์ Wi-Fi ไปใช้ช่องสัญญาณนั้น

network-02

5. อัพเดตเฟิร์มแวร์เสมอ

หมั่นอัพเดตเฟิร์มแวร์ของเราเตอร์เสมอ เพราะการอัพเดตเฟิร์มแวร์จะช่วยให้เราเตอร์ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปิดช่องโหว่ไม่ให้แฮกเกอร์เข้ามาโจมตีได้อีกด้วย

6. หาพื้นที่วางเราเตอร์ดี ๆ

หากบ้านของคุณไม่กว้างมากนัก หาพื้นที่วางเราเตอร์ดี ๆ คุณจะสามารถกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ทั่วทุกมุมของบ้าน เราเตอร์ควรวางในที่โล่ง บนที่สูง ไม่วางอยู่ใต้โต๊ะ หรือใกล้กับสิ่งที่กีดขวางสัญญาณ เช่น กำแพง ตู้เหล็ก หรือห้องด้านในสุด

network-03

7. ใช้อุปกรณ์จากผู้ผลิตเดียวกัน

ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ เราไม่สามารถควบคุมชิปสำหรับการเชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi ได้ แต่หากเป็นอุปกรณ์เน็ตเวิร์กที่นำมาเชื่อมต่อ เช่น Access Point, USB Adapter หรือเราเตอร์ คุณควรใช้อุปกรณ์จากผู้ผลิตเดียวกัน ทำให้ง่ายต่อการเชื่อมต่อ หมดปัญหาการไม่เข้ากันของอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำให้ไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้ หรือส่งสัญญาณได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

8. ขยายระยะการส่งสัญญาณ

หากสายอากาศเสริมไม่สามารถส่งสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดภายในบ้าน ให้หาอุปกรณ์เสริมอย่าง Repeater, WiFi Range Extender หรือ Home Plug Adapter มาช่วยขยายสัญญาณ หรือคุณจะเลือกทางประหยัดโดยใช้เราเตอร์ตัวเก่า ๆ ที่มีอยู่เอามาทำเป็น Repeater ก็ได้ ซึ่งวิธีการทำสามารถหาได้ง่าย ๆ จากอินเทอร์เน็ต

network-04

9. เข้ารหัสไว้เป็นนิจ

เข้ารหัสเครือข่ายเน็ตเวิร์กไว้เสมอเพื่อป้องกันผู้อื่นเข้ามาใช้อินเทอร์เน็ตของคุณฟรี ดีไม่ดีหากมีการดาวน์โหลดบิตทอร์เรนต์รับรองว่าคุณได้ใช้อินเทอร์เน็ตแบบอืด ๆ หรือไม่ก็ไม่สามารถใช้งานได้ การเข้ารหัสก็ให้เลือกการเข้ารหัสแบบ WPA2-TKIP/AES ซึ่งจะช่วยป้องกันการเจาะระบบได้อีกด้วย ส่วนรหัสผ่านที่ตั้งก็อย่าตั้งง่ายเกินไปจนเดาได้ หรือยากเกินไปจนจำไม่ได้นะครับ

ที่มา>>>Sanook

สลด!! กัปตันเรือเฟอร์รี่ลงดำน้ำเช็คใบพัดเรือ หน้ากากหลุดจมน้ำดับ

วันที่ 27 ก.ย. ร.ต.ท.ยม หรพมศาสตร์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.แหลมงอบ จ.ตราด รับแจ้งเหตุมีคนสูญหายภายในน้ำที่ท่าเรือเฟอร์รี่ อ่าวธรรมชาติ ต.บางปิด อ.แหลมงอบ จ.ตราด จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราดเขตแหลมงอบ และชุดประดาน้ำกู้ภัยเขตเมืองตราดและเขตเขาสมิง พร้อมทหารเรือ201609271315454-20041020151344ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำจำนวน 4 นาย ได้ลงไปช่วยค้นหาร่างนายสุชาติ เชยชื่น อายุ 49 ปี 22/1 หมู่ 3 ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด เป็นกัปตันเรือท่าเรือเฟอร์รี่ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 15 นาที จนพบร่างนายสุชาติ จมอยู่ใต้ทะเล ท่ามกลางนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มุงดูเหตุการณ์ ขณะรอลงเรือเพื่อไปยังเกาะช้าง จากนั้นจึงนำศพนายสุชาติ ส่งไปยังโรงพยาบาลแหลมงอบ ให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป201609271315467-20041020151344สอบถามนายเรืองวุฒิ บุญเหลา ผู้จัดการฝ่ายปฎิบัติการท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวธรรมชาติ กล่าวว่า ช่วงเวลาประมาณ 9 โมงเช้า ตนได้ให้นายสุชาติและลูกน้องอีกจำนวนหนึ่ง เตรียมอุปกรณ์ดำน้ำ เพื่อลงไปเช็คใบพัดเรือ จากนั้นตนได้เดินเข้าไปในออฟฟิศ และเมื่อกลับมาที่เรืออีกครั้ง ปรากกฎว่ามีหน้ากากดำน้ำลอยอยู่บนผิวน้ำ แต่ไม่พบตัวนายสุชาติ จึงได้สั่งลูกน้องอีกชุดลงได้ช่วยค้นหา แต่ก็ไม่พบ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราดช่วยค้นหาจนพบนายสุชาติจมอยู่ดังกล่าว

นายเรืองวุฒิ กล่าวต่อว่า โดยปกติแล้วนายสุชาติ จะลงดำน้ำเช็คใบพัดเรืออยู่เป็นประจำ โดยมีอุปกรณ์ป้องกันอันตราย รวมทั้งเชือกในการนำทางเช่นกัน แต่ครั้งนี้คาดว่าน่าจะเกิดอุบัติเหตุมากกว่าจนทำให้นายสุชาติจมน้ำเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ตนจะรายงานเรื่องนี้ให้กับผู้ใหญ่ในบริษัท เพื่อให้การช่วยเหลือครอบครัวนายสุชาติต่อไป เนื่องจากเสียชีวิตขณะปฎิบัติหน้าที่

ที่มา>>>ข่าวสด

Samsung ประเทศไทย พร้อมส่งมอบ Samsung Galaxy Note 7 วันที่ 30 พฤศจิกายน พร้อมของแถมจัดหนัก

Samsung ประเทศไทย พร้อมส่งมอบ Samsung Galaxy Note 7 วันที่ 30 พฤศจิกายน พร้อมของแถมจัดหนัก

    ก่อนหน้านี้ Samsung ได้ส่งเครื่อง Galaxy Note 7 ล็อตแรกกลับไปยังประเทศเกาหลีแล้ว ทำให้หลายคนรอคอยว่า Samsung Galaxy Note 7 ล็อตใหม่จะมาถึงเมืองไทยเมื่อไหร่ ซึ่งจากจดหมายข้างล่างนี้ Samsung ประเทศไทยเปิดเผยว่า Galaxy Note 7 จะเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย 30 พฤศจิกายน นี้

และสำหรับคนที่จอง Pre-Order จะได้ของแถมเพิ่มดังนี้

  • หูฟังไร้สาย Samsung Level Active ราคา 2,990 บาท
  • Samsung Galaxy Note 7 Value Pack ราคา 3,190 บาท
  • เคส Backpack Battery ราคา 2,590 บาท
  • ส่วนลดค่าเครื่องอีก 2,000 บาท
  • รวมไปถึงคนที่ใช้ Galaxy Note 1 – 5 สามารถกด Galaxy Gift รับสิทธิ์ประกันจอแตกได้
     สำหรับคนที่ต้องการยกเลิกจองสามารถติดต่อร้านค้าที่ซื้อได้ภายในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ สามารถรับเงินคืนพร้อมรับบัตรกำนัลอีก 2,000 บาท

นอกจากนี้ Samsung Galaxy Note 7 ล็อตใหม่ที่จะเข้าประเทศไทยมีข้อสังเกตได้ง่ายคือ ด้านหลังจะไม่มีคำว่า DUOS พร้อมกับสถานะแบตเตอรี่เป็นสีเขียว รวมถึงสัญญาลักษณ์ของกล้องตามภาพนี้

โดย Samsung กำลังเร่งผลิตเครื่อง Galaxy Note 7 ใหม่ เพื่อให้สามารถส่งมอบเครื่องทั่วโลกโดยเร็วที่สุด ส่วนสำหรับเครื่องวางจำหน่าย ในประเทศไทย อาจจะเริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการประมาณ สิ้นปีนี้ หรือ ต้นปีหน้า หากทราบแล้วจะแจ้งกันให้ทราบต่อไป

ที่มา : ข่าวประชาสัมพันธ์ Samsung

Samsung เริ่มทดสอบ Android Nougat ใน Galaxy S7 จะได้ทุกสิ่งใกล้กับ Note 7

Samsung เริ่มทดสอบ Android Nougat ใน Galaxy S7 จะได้ทุกสิ่งใกล้กับ Note 7    แม้ว่าตอนนี้ Samsung กำลังทดสอบ Android Nougat ใน Galaxy S7  คาดว่าจะปล่อยให้โหลดกันอีกไม่นานเกินรอย แต่ว่านอกจากได้ Android Nougat แล้วแต่ว่า ข้างในนั้นก็มีความสามารถอยู่พอสมควร

ข่าวดีของ Galaxy S7 เมื่อลง Android Nougat จะได้ใช้ Grace UX เหมือนกับ Galaxy Note 7 ที่ตอนนี้ในบางประเทศยังไม่วางจำหน่าย วิธีสังเกตง่าย ๆ คือหน้า Always On ที่จะแสดงหน้าปัดนาฬิกา คุณสามารถเปลี่ยนรูปแบบได้มากขึ้นและดูสวยงามลงตัวกว่าเดิม

     นอกจากนี้ยังได้เปรียบในเรื่องของ UX ที่มีความลื่นไหลและดูดีขึ้น และมีการปรับให้ประสิทธิภาพของเครื่องสูงขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่าการปรับปรุงครั้งนี้จะทำให้ Samsung Galaxy S7 และ S7 edge กลับมาน่าใช้มากขึ้น

และคาดว่ากำหนดเปิดให้โหลดคงจะมีอีกในไม่ช้านี้แน่นอน

ที่มา : GSMArena