5 สัญญาณอันตราย เสี่ยง “ต้อลม”

5 สัญญาณอันตราย เสี่ยง “ต้อลม”คุณผู้หญิงคุณผู้ชายที่ปัญหากับค่าสายตา จนต้องใส่แว่น หรือคอนแทคเลนส์อยู่เป็นประจำ รวมไปถึงหนุ่มสาววัยรุ่น และชาวออฟฟิศที่ใช้สายตาอยู่หน้าจอคอมมากเกินไป อาจเคยมีอาการเคืองตา ตาแห้ง แสบตามาบ้างใช่ไหมคะ บางทีอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือน “โรคต้อลม” ที่อาจต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีก็ได้

โรคต้อลม คืออะไร?

โรคต้อลม เป็นโรคที่เกิดจากอาการเสื่อมของเยื่อบุตาขาวที่พบได้บ่อย มีลักษณะเป็นก้อนเนื้อนูนสีขาวหรือเหลือง มีขนาดเล็ก อยู่ที่บริเวณตาขาวค่อนไปทางหัวตา หรือหางตา (แต่พบที่บริเวณใกล้หัวตามากกว่า) ต้อลมไม่ใช่เนื้องอก แต่หากปล่อยให้มีขนาดใหญ่ขึ้น อาจลุกลามจนกลายเป็นแผ่นเนื้อที่บดบังตาดำ ทำให้การมองเห็นแย่ลง และกลายเป็นต้อเนื้อได้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ต้อลม

โรคต้อลม เกิดจากสาเหตุใด?

แม้ว่าจะชื่อว่าต้อลม แต่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากลมแต่อย่างใด ต้อลมเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น รังสียูวีจากแสงแดด หลอดไฟ ฝุ่นควันจากสภาพแวดล้อม หรือความร้อนที่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองบริเวณเยื่อบุตาขาว

นอกจากนี้หากมีอาการตาแห้งบ่อยๆ อาจเกิดจาดตาแห้งโดยธรรมชาติ หรือการใส่คอนแทคเลนส์ค่าอมน้ำต่ำ จนทำให้มาการตาแห้ง ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคต้อลมได้เหมือนกัน

โรคต้อลม มีอาการอย่างไร?

สัญญาณเตือนว่าคุณอาจเป็นโรคต้อลม มีดังนี้

  1. เคืองตา แสบตา น้ำตาไหล
  2. พบก้อนเนื้อเล็กๆ เหมือนเยื่อๆ คล้ายเยลลี่สีใสอมเหลืองอ่อน ในเยื่อบุตาขาว
  3. อาจตาแดงในบริเวณที่พบก้อนเนื้อ
  4. ยิ่งใช้สายตาในบริเวณที่แดดแรง โดนลม ฝุ่นเข้าตา อาการจะยิ่งแย่ลง
  5. หากมีอาการหนักขึ้น ก้อนเนื้อที่พบขยายใหญ่จนลามไปที่ตาดำ อาจทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง ตาเบลอ มัว มองไม่ค่อยชัดได้

ดังนั้นหากใครที่พบอาการดังกล่าว ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ เพื่อทำการรักษาอย่างทันท่วงที ก่อนที่จะลามเป็นต้อเนื้อ โดยอาจได้รับเป็นยามาหยอดตา หรือพักการใช้สายตาให้น้อยลง ลดการใช้คอนแทคเลนส์ หรือหากมีอาการอักเสบมากจนรบกวนการมองเห็น หรือก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ แพทย์อาจพิจารณาวิธีผ่าตัดลอกต้อลมออกเป็นวิธีสุดท้าย แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการร้ายแรงถึงขั้นต้องผ่าตัด เพราะฉะนั้นรีบพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ จะดีที่สุดค่ะ

ที่มา>>>ข่าวสด

5 วิธีทำให้นอนหลับง่าย แถมหลับสบายตลอดคืน

5 วิธีทำให้นอนหลับง่าย แถมหลับสบายตลอดคืนการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นปัจจัยส่งเสริมการมีสุขภาพดี แต่หากเมื่อไรที่เรานอนไม่หลับหรือมีปัญหานอนหลับยาก เห็นทีจะปล่อยปัญหานี้ให้เรื้อรังต่อไปไม่ได้แล้วนะคะ เพราะมันจะมีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ทำให้ร่างกายทรุดโทรมและเจ็บป่วยง่าย วันนี้เราเลยนำ 5 มีวิธีทำให้นอนหลับง่ายมาฝาก ต้องทำยังไงบ้าง มาดูกันค่ะ

1.ออกกำลังกายตอนเย็น

การออกกำลังกายไม่ได้มีผลดีต่อคนที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนักแต่เพียงเท่านั้น โดยเฉพาะสำหรับใครที่มีปัญหานอนหลับยาก แนะนำให้ออกกำลังกายในตอนเย็นหรือออกก่อนนอนสัก 4-6 ชั่วโมง ก็จะทำให้ร่างกายเกิดความผ่อนคลาย ถึงเวลานอนก็จะนอนหลับง่ายและหลับสนิทอีกด้วย แต่ไม่ควรออกกำลงกายแบบหักโหมเด็ดขาด เพราะแทนที่จะหลับสบายอาจต้องมาทนทรมานกับอาการปวดกล้ามเนื้อจนทำให้นอนหลับไม่สนิทก็เป็นได้

2.แช่ตัวในอ่างน้ำอุ่น

หลังจากเผชิญกับภาวะความตึงเครียดจากการทำงานมาตลอดทั้งวัน ร่างกายและจิตใจของเราย่อมเกิดความเหนื่อยล้าเป็นธรรมดา แนะนำให้สร้างความผ่อนคลายง่ายๆ ด้วยการแช่ตัวในอ่างอาบน้ำก่อนนอน และอาจจะหยดลาเวนเดอร์หรือคาโมมายล์ลงไปด้วยสักเล็กน้อย เพื่อให้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยดังกล่าวสร้างความรู้สึกสงบสุขและทำให้เราผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น เมื่อถึงเวลาเข้านอนก็จะทำให้นอนหลับง่ายและหลับสบายตลอดคืนด้วยค่ะ

3.ผ่อนคลายสมอง

ก่อนนอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง คุณควรหยุดทำกิจกรรมต่างๆ เพราะอาจกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว จนไม่อยากเข้านอนหรือนอนหลับยาก โดยเฉพาะใครที่มักเครียดบ่อยๆ แนะนำให้ผ่อนคลายสมอง ทำใจปล่อยวาง อาจจะสวดมนต์นั่งสมาธิเพื่อให้สบายใจ วิธีนี้ก็จะทำให้นอนหลับง่ายขึ้น

4.กินอาหารเย็นให้เร็วขึ้น

ควรกินอาหารเย็นก่อนเข้านอนอย่างน้อยประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำการย่อยอาหารให้หมดก่อน ไม่เช่นนั้นแล้ว หากกินอาหารในมื้อดึกซึ่งกินแล้วเข้านอนเลยก็จะทำให้เกิดอาการจุกเสียดแน่น แถมยังเสี่ยงต่อการเกิดกรดไหลย้อนง่ายขึ้นอีกด้วย หากเกิดอาการดังกล่าวแล้วก็จะยิ่งสร้างความทุกข์ทรมานให้ร่างกายได้เป็นอย่างมาก ทำให้นอนหลับยากและหลับไม่สนิทในที่สุด และอาหารเย็นที่ดีก็ควรเลือกกินอาหารที่เบาๆ ย่อยง่ายจะดีที่สุด วิธีนี้นอกจากทำให้นอนหลับง่ายแล้ว ยังช่วยลดน้ำหนักในตัวได้อีกด้วย

5.กินกล้วยหอมสักลูก

ก่อนนอน นอกจากอาการนอนไม่หลับแล้วยังรู้สึกมีอาการหิวอยู่ลึกๆ แนะนำให้กินกล้วยหอมเลยค่ะ เนื่องจากผิวของกล้วยหอมจะออกฤทธิ์คล้ายกับยานอนหลับ นอกจากนี้ ยังมีกรดอะมิโนแอซิดที่ชื่อ ทริปโตฟาน ที่จะเปลี่ยนมาเป็นเซโรโทนิน (Serotonin) กินแล้วก็จะช่วยผ่อนคลายความเครียดลง และทำให้คุณหลับสบายได้มากยิ่งขึ้น แถมไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย เหมาะสำหรับคนที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนักอย่างยิ่ง

5 วิธีทำให้นอนหลับง่ายเหล่านี้ บอกเลยทำไม่ยากอย่างยิ่ง แถมจะส่งผลทำให้สุขภาพกายและใจดีอีกด้วย ที่สำคัญสาวๆ คนไหนที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนัก ยังมีผลทำให้รูปร่างสวยได้อีกต่างหาก

ที่มา>>>ข่าวสด

3 ไอเดียการ์ดแต่งงานสุดสร้างสรรค์ ที่ใครได้รับเป็นต้องประทับใจ

3 ไอเดียการ์ดแต่งงานสุดสร้างสรรค์ ที่ใครได้รับเป็นต้องประทับใจการจัดงานแต่งงานสำหรับสาวๆ เป็นหนึ่งในงานที่มีความสำคัญและทำให้พวกเธอมีความสุขมากที่สุดในชีวิต ดังนั้นก่อนเข้าพิธี การจัดการวางแผนต่างๆ ให้งานแต่งงานดูสมบูรณ์แบบมากที่สุดเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกเหนือจากธีมภายในงานแล้ว การ์ดแต่งงานยังเป็นส่วนประกอบที่ห้ามมองข้ามเลยทีเดียว ไม่ว่าจะงานเล็กงานใหญ่ก็เป็นส่วนประกอบที่ควรมีทั้งนั้น ใครที่มองหาไอเดียสร้างสรรค์ ไม่อยากให้การ์ดดูซ้ำซากจำเจ ลองมาดูความคิดสร้างสรรค์ต่อไปนี้ ที่จะช่วยให้สาวๆ ได้ลองนำไปประยุกต์กับการ์ดของตัวเองกันดูค่ะ

1.การ์ดเชิญที่มาในรูปแบบของชำร่วย

ก่อนที่จะมอบของชำร่วยให้กับแขกที่เข้ามาร่วมงาน ลองเปลี่ยนมาเป็นการ์ดเชิญสุดสร้างสรรค์ แทนที่จะเป็นแผ่นกระดาษธรรมดา อาจจะมาในรูปของสิ่งของให้เข้ากับธีมงานแต่งได้เช่นกัน เช่น การม้วนรายละเอียดของการ์ดแต่งงานใส่ลงในขวดแก้วขนาดเล็กปิดฝาแล้วผูกริบบิ้นให้สวยงาม ก่อนจะมอบให้แขกรับเชิญเอาไปแกะอ่านกันเอาเองจากภายในขวด หรือจะมาในรูปแบบของลูกบอลใสๆ แล้วใส่กระดาษเส้นยาวเขียนเป็นรายละเอียดของงานลงไป นอกจากจะเป็นการ์ดเชิญแล้ว ยังสามารถใช้เป็นของตกแต่งในบ้านที่มีประโยชน์ไปในตัวได้
2.การ์ดเชิญที่มารูปคู่แปะกับซองจดหมาย

การ์ดเชิญที่แม้ว่าดีไซต์จะไม่โดดแหวกแนวมากเกินไป แต่นี่คือหนึ่งในการ์ดที่มีความเรียบง่าย ทว่าแขกรับเชิญที่เปิดออกมาแล้วเป็นต้องอมยิ้ม เพราะภายในการ์ดคือรูปคือในกลิ่นแบบพรีเวดดิ้งแปะเอาไว้อยู่ เป็นชิ้นงานแฮนเมดที่ทำได้ไม่ยาก แต่ตอบโจทย์ความรักระหว่างทั้งสองคนที่สื่อไปถึงผู้รับการ์ดเชิญได้เป็นอย่างดี

3.ใช้ลายนิ้วมือของทั้งคู่ให้เป็นประโยชน์

การ์ดเชิญสุดเรียบง่ายแต่สร้างสรรค์ เป็นการ์ดที่สะท้อนความหมายอะไรบางอย่างอยู่ในตัว ด้วยสัญลักษณ์ที่ใช้ลายนิ้วมือระหว่างคู่บ่าวสาวมาประทับด้วยกัน ให้กลายเป็นรูปหัวใจแบบง่ายๆ แล้วแต่งเติมรายละเอียดลงไป กลายเป็นการ์ดที่ดูโมเดิร์นมีสไตล์ที่ไม่มีใครเหมือนเลยทีเดียว ลายนิ้วมือของทั้งสองที่ประกบเข้าด้วยกัน สื่อถึงความหมายของความรักระหว่างกันได้เป็นอย่างดี เป็นการ์ดเชิญที่แม้จะไม่มีอะไรมากมาย แต่กลับแฝงความหมายของความรัก ที่ใครได้ไปต้องประทับใจอย่างแน่นอน

ที่มา>>>ข่าวสด

รำคาญมั้ย? วิธีปิดแจ้งเตือนและบล็อคคำขอชวนเล่นเกมใน Facebook

รำคาญมั้ย? วิธีปิดแจ้งเตือนและบล็อคคำขอชวนเล่นเกมใน Facebookคำชวนเล่นเกมใน Facebook อาจเป็นที่รำคาญของใครหลายๆ คน แต่เพื่อนเราบางคนก็ชอบเล่นเสียจริง จะ Unfriend หรือบล็อคเลยก็อย่างไรอยู่ แต่ไม่ต้องห่วงครับ วันนี้เรามีวิธีในการบล็อคคำชวนหรือ ​Invite ใน Facebook ง่ายๆ มาให้ใช้กัน

บล็อคเกมที่ไม่ต้องการเล่น

บางทีคนล็อคก็อาจจะอยากเล่นเกมบางเกมก็เป็นได้ (เป็นงั้นไป) แต่ถ้าหากเราไม่ต้องการเล่นแค่เกมบางเกมนั้นก็สามารถทำได้ง่ายๆ เช่นเดียวกัน

1. เข้าลิ้งก์นี้ https://www.facebook.com/settings?tab=blocking

2. เลื่อนลงมาด้านล่าง หา Block Apps

3. พิมพ์ชื่อเกมที่ไม่ต้องการได้รับคำชวนลงไป

1

นอกจากบล็อคคำชวนเล่นเกมแล้ว เรายังสามารถบล็อคอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น บล็อคผู้ใช้งาน, บล็อคคำชวนไปงาน (event), และบล็อคข้อความ เป็นต้น

บล็อคหมด ไม่เล่นเลย

แต่สำหรับใครที่ไม่ต้องการเล่นเกมอะไรเลย เราสามารถปิดการเชิญชวนได้ทั้งหมด

1. เข้าที่ลิ้งก์นี้ https://www.facebook.com/settings?tab=applications

2. เลื่อนลงมาด้านล่าง หา Game and App Notifications

3. กด Edit เลือก Turn Off

2

สำหรับวิธีทำบนสมาร์ทโฟน

1. เข้าแอป Facebook > Settings > Account Settings

2. เลื่อนลงมา หาแทบ App

3. กดที่ Platform

4. หัวข้อ Game Invites and App Notification ให้เลือกเป็น No

3

เพียงเท่านี้เราก็สามารถปิดคำเชิญการเล่นเกมใน Facebook ได้อย่างสมบูรณ์แล้วครับ


“สำหรับชาวสระบุรี ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ สระบุรี ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO สระบุรี ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

8 อาหารบำบัดความเครียด ดีทั้งต่ออารมณ์และสุขภาพ !

8 อาหารบำบัดความเครียด ดีทั้งต่ออารมณ์และสุขภาพ !ความเครียดเป็นสิ่งที่มักเกิดขึ้นได้ง่ายเสมอ โดยเฉพาะวิถีการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบันที่มีปัจจัยส่งเสริมกระตุ้นให้เกิดความเครียดมากมายรอบด้าน วันนี้เราเลยจะมาแนะนำ 8 อาหารบำบัดความเครียดกันค่ะ อาหารเหล่านี้นอกจากจะมีส่วนช่วยลดความเครียดได้แล้ว ยังมีส่วนบำรุงสุขภาพ ดูแลรูปร่าง และบำรุงผิวในตัวอีกด้วย เหมาะสำหรับสาวๆ ยุคใหม่อย่างมากทีเดียว ว่าแต่จะมีอาหารใดบ้างนั้น รีบตามมาดูกันเลยดีกว่า

1.กาแฟ

เครื่องดื่มยอดนิยมที่มาพร้อมกลิ่นหอมกรุ่นซึ่งสามารถช่วยเพิ่มสารโดปามีนและซีโรโทนิน โดยเป็นสารเคมีที่จะช่วยบรรเทาอารมณ์ลบๆ ในด้านจิตใจให้ลดลงได้ เพราะฉะนั้น นอกจากดื่มกาแฟเพื่อช่วยกระตุ้นความตื่นตัวให้สมองและร่างกายแล้ว ยังช่วยลดความเครียดลงได้เป็นอย่างดีอีกด้วยนะคะ

2.แซลมอน

เนื่องจากแซลมอนเป็นแหล่งของโปรตีนเพื่อสุขภาพ และยังเปี่ยมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่จะช่วยต่อกรกับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ได้ดี ทั้งยังช่วยบำรุงสมอง ทำให้คุณสามารถจดจ่อใส่ใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ดีมากขึ้น เรียกว่าเสริมสร้างสมาธิให้การทำงานของสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.ไข่

ไข่ เป็นแหล่งของโปรตีนชั้นเยี่ยม และยังมีวิตามินดีที่จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และยังช่วยลดทอนความเครียดลงได้อีกด้วย นอกจากนี้ ไข่นี่แหละที่นับเป็นอาหารสำหรับคนลดน้ำหนักโดยเฉพาะ ใครอยากลดน้ำหนักได้ผลก็ต้องหมั่นกินไข่เป็นประจำนะคะ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี

4.ผลไม้ตระกูลเบอร์รี

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี ไม่ว่าจะเป็นสตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รี เชอร์รีและมัลเบอร์รี ก็ล้วนมีสารที่เรียกว่า แอนโทไซยานินด้วยกันทั้งสั้น โดยสารนี้จะช่วยลดอาการอักเสบ ลดริ้วรอยแห่งวัย และช่วยลดความเครียด นับว่าเป็นผลดีต่อผิวพรรณสาวๆ อย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีประโยชน์ในด้านการลดน้ำหนักอีกด้วย

5.ดาร์กช็อคโกแลต

ดาร์กช็อคโกแลต แหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งยังมีแมกนีเซียมที่เป็นมิตรในการเสริมสร้างความผ่อนคลายให้สมองได้เป็นอย่างดี ช่วยลดความดันเลือด และกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือดให้ทำงานดีขึ้น เพียงสาวๆ กินโกโก้บาร์ 70% สักก้อนเล็กๆ ก็จะช่วยลดความเครียดลงได้แล้ว ทั้งยังช่วยลดอาการของภาวะ PMS ก่อนช่วงที่จะมีประจำเดือนลงได้อีกด้วย

6.อะโวคาโด

อะโวคาโด ผลไม้เพื่อสุขภาพและช่วยลดน้ำหนักได้ดี เป็นที่นิยมอย่างมากในสาวๆ ขาเฮลตี้ทั้งหลาย สำหรับอะโวคาโดนั้นจะช่วยบำรุงสมอง ช่วยควบคุมอารมณ์ บำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น และช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิว จึงสามารถป้องกันปัญหาริ้วรอยได้ดีอีกด้วย

7.กล้วย

อยากเติมพลังงานให้ร่างกายแบบไม่ต้องกลัวอ้วน ห้ามมองข้ามกล้วยเด็ดขาดเลยค่ะ เพราะนอกจากเป็นแหล่งของพลังงานแล้ว กล้วยยังมีโพแทสเซียมที่จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ลดการอุดตันของเส้นเลือดในสมอง โรคข้ออักเสบและยังเปี่ยมไปด้วยวิตามินบีที่จะช่วยลดความเครียดลงได้อีกด้วย

8.วอลนัท

วอลนัท หรืออาหารในตระกูลถั่วล้วนเป็นอาหารที่มีไขมันชนิดดีต่อร่างกาย สำหรับวอลนัทนั้นก็ยังมีเมลาโทนิน ที่จะช่วยให้นอนหลับง่าย หลับสบายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคเบาหวานและยังมีประสิทธิภาพสามารถต่อสู้กับฮอร์โมนความเครียดได้เป็นอย่างดีอีกด้วยเช่นกัน

ที่มา>>>Sanook

จริงหรือไม่? ผัก 6 ชนิดนี้ ห้ามทาน “ดิบ”

จริงหรือไม่? ผัก 6 ชนิดนี้ ห้ามทาน “ดิบ”เฟซบุ๊ค Jessada Denduangboripant ของอาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายถึงผัก 5 ชนิดที่มีข้อมูลแชร์ต่อๆ กันในโลกออนไลน์ว่า ห้ามทาน “ดิบ” เพราะจะอันตรายต่อร่างกาย โดยให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อันที่จริงแล้วผักบางชนิดห้ามทานดิบจริง บางชนิดก็สามารถทานดิบได้ แต่ไม่ใช่ทุกคน และต้องมีวิธีหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจแฝงมากับผักดังกล่าว

สามารถอ่านข้อมูลอย่างละเอียดจากโพสของอาจารย์เจษฎา ได้ตามด้านล่างเลยค่ะ

____________________

“กะหล่ำปลี ถั่วงอก หน่อไม้และมัน ถั่วฝักยาว และผักโขม … กินดิบได้ แค่ระวังในบางคน”

เรื่องนี้ผมเคยโพสต์เองแล้ว แต่ได้อาจารย์จากสถาบันโภชนาการ มหิดล มาช่วยให้รายละเอียดยืนยันด้วย เลยขอเอามาสรุปอีกที

กะหล่ำปลี – คนปรกติกินดิบได้ จำกัดเฉพาะผู้ป่วยไฮโปไทรอยด์ เพราะสารกอยโตรเจน (Goitrogen) จะขัดขวางการสร้างฮอร์โมนในต่อมไทรอยด์ แต่ถ้าเอาไปผ่านความร้อน กอยโตรเจนจะสลายไป … ที่ต้องกังวลคือสารเคมีตกค้างได้ ต้องล้างให้ดีก่อนกินดิบ

ถั่วงอก – กินดิบได้ แต่ต้องระวังเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อน ควรล้างให้สะอาดหรือแช่น้ำด่างทับทิมก่อนเพื่อฆ่าเชื้อ คนที่ควรระวังจึงเป็นคนที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เด็กเล็ก หรือหญิงตั้งครรภ์

 

ถั่วฝักยาว – กินดิบให้ระวังยาฆ่าแมลง โดยเฉพาะพวกยาดูดซึม การล้างธรรมดาอาจไม่เพียงพอ ต้องแช่น้ำทิ้งไว้สัก 5 นาที อาจทำ 2 ครั้ง หรืออาจหักเป็นท่อนๆ ก่อนแช่

 

หน่อไม้ดิบ และมันสำปะหลัง – อันนี้ห้ามกินดิบจริง เพราะมีสารไซยาไนด์อยู่ตามธรรมชาติ ควรต้มในน้ำเดือดก่อน ประมาณ 10 นาที จะช่วยลดสารพิษได้ 90%

 

ผักโขม – กินดิบได้ ยกเว้นเฉพาะคนที่ขาดธาตุเหล็ก เพราะมีกรดออกซาลิก (Oxalic Acid) จะไปต้านการดูดซึมธาตุเหล็ก และแคลเซียม

ที่มา>>>Sanook

นักวิเคราะห์คาด ปีนี้ MacBook Pro จะมีรุ่น 32GB และจะใช้ชิพ Intel Kaby Lake

macbook-pro-touch-bar-2016-thai-10Ming-Chi Kuo จาก KGI Securities แห่งไต้หวัน นักวิเคราะห์ที่ชอบทำนายสินค้าของ Apple ล่าสุดก็ได้เริ่มออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ MacBook Pro รุ่นใหม่อีกครั้ง

Kuo กล่าวว่า Apple นั้นจะอัพเกรด MacBook Pro รุ่นใหม่ในปีนี้ โดยจะใช้ชิพซีรีย์ Kaby Lake ของ Intel และจะมีตัวเลือกแรม 32GB ให้เลือกสำหรับรุ่น 15 นิ้วด้วย เนื่องจากรุ่นปัจจุบันมีให้สูงสุดเพียง 16GB เท่านั้น

Kuo เผยว่า MacBook นั้นจะเริ่มขึ้นสายการผลิตในช่วงไตรมาสที่สองของปีนี้ ส่วน MacBook Pro จะเริ่มขึ้นสายการผลิตในช่วงต้นไตรมาสที่สาม ส่วน MacBook รุ่น 15 นิ้วที่มีแรม 32GB สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการแรมเยอะ ๆ จะขึ้นสายการผลิตในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี แต่ยังไม่ชัวร์ว่า MacBook รุ่นหลังนี้จะใช้คำว่า Pro ด้วยหรือไม่


“สำหรับชาวสตูล ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ สตูล ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO สตูล ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

คู่รักต้องอ่าน! 5 ข้อดีจากการแยกห้องนอนที่คุณคิดไม่ถึง

คู่รักต้องอ่าน! 5 ข้อดีจากการแยกห้องนอนที่คุณคิดไม่ถึงหลังจากใช้ชีวิตการแต่งงานกันมาหลายปีของคู่สามีภรรยา การแยกห้องนอนนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะในยุคสมัยนี้อะไรก็ได้เปลี่ยนไปมาก ซึ่งในเรื่องของการนอนหลับพักผ่อนนั้น มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในรายละเอียดอีกมาก วันนี้เราลองมาดูข้อดีของการแยกห้องนอนกันว่ามีอะไรบ้าง แล้วคุณจะรู้ว่าการนอนแยกห้องนอนกับคนรัก บ้างครั้งมันก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดเลย

1.มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ทุกคนก็ต่างโหยหาความเป็นส่วนตัว ซึ่งการทำตัวติดกัน หรืออยู่บ้านเดียวกันตลอดเวลา ก็อาจทำให้เรารู้สึกว่าขาดอิสรภาพหรือพื้นที่ส่วนตัวไปบ้าง ดังนั้นการแยกห้องนอน ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยทำให้เรารู้สึกว่ามีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น อยากทำอะไรก็สามารถทำได้อย่างอิสระ โดยไม่ได้รบกวนอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเสียอีก เพราะจะได้ทำให้ได้คิดถึงกันมากขึ้นกว่าเดิม

2.ทำให้นอนหลับได้สนิทมากขึ้น

หลังจากที่คบหาดูใจกัน จนติดสินใจแต่งงานกัน ก็ต้องมานอนร่วมห้องเดียวกัน ซึ่งในช่วงเวลากลางคืนนั้น บางคนอาจประสบกับปัญหาการนอน เช่น เป็นคนนอนหลับยาก แต่ตื่นง่าย หรือบางคนนอนกรน หรือนอนดิ้น ซึ่งจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งถูกรบกวนอยู่ตลอดเวลา ทำให้นอนหลับไม่สนิท ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งเรื่องของอารมณ์ และสุขภาพ ซึ่งอย่ามองข้ามเรื่องพวกนี้ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ได้ ดังนั้นการแยกห้องนอนจึงเป็นทางออกที่ดี

3.ช่วยยืดความสัมพันธ์

การแยกห้องนอนนั้น นอกจากจะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตใจแล้ว มันยังส่งผลดีต่อความสัมพันธ์เรื่องอื่น ๆ ทำให้ชีวิตคู่มีความสุข ไม่หงุดหงิดใส่กัน ซึ่งทำให้เรามีเวลาทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำมากขึ้น ทำให้เราสามารถบริหารเวลาส่วนตัวและเวลาที่ต้องใช้ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ทุกอย่างอยู่ในจุดสมดุล และทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นจนสังเกตได้

4.หมดปัญหาเรื่องการตกแต่งห้องนอน

ความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะรสนิยมในการตกแต่งห้องนอน ซึ่งถ้าหากเราได้นอนในห้องนอนแบบที่เราชื่นชอบ ก็จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการนอนหลับของเรา ทำให้นอนหลับได้สนิทมายิ่งขึ้น ซึ่งหากคุณกับคู่รักมีรสนิยมในการตกแต่งห้องนอนที่ไม่เหมือนกัน การแยกห้องนอนถือว่าเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุด

5.ทำให้เซ็กส์มีความเร่าร้อนขึ้น

การแยกกันนอนจะทำให้คุณรู้สึกคิดถึงคู่ของคุณมากขึ้น แถมยังช่วยเปลี่ยนบรรยากาศ ทำให้รู้สึกตื่นเต้นเวลามีเซ็กส์อีกด้วย รับรองว่ากลับมามีเซ็กส์ครั้งหน้าจะต้องเต็มไปด้วยความเร่าร้อน ไม่เบื่อแน่นอน

การแยกห้องนอนนั้น เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาชีวิตคู่ สำหรับคู่แต่งงานที่แต่งงานกันมาหลายปีแล้ว ซึ่งจะช่วยทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นได้ในระยะยาว เพราะการนอนหลับพักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพ และการมีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น จะทำให้เรามีความสุข จึงส่งผลทำให้ปัญหาชีวิตคู่น้อยลงนั่นเอง

ที่มา>>>Sanook

Toyota VITZ ปรับปรุงใหม่ ครั้งแรกกับเครื่องยนต์ Hybrid

Toyota VITZ ปรับปรุงใหม่ ครั้งแรกกับเครื่องยนต์ Hybrid     ในวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา บริษัท Toyota Motor ได้ออกมาประกาศถึงการเปิดตัว VITZ รุ่นปรับปรุงใหม่กับเครื่องยนต์ Hybrid

     VITZ ในสเปกยุโรปได้มีการใช้เครื่องยนต์แบบ Hybrid มาอยู่แล้ว แต่ในส่วนของสเปกภายในประเทศญี่ปุ่นนั้น ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกกับเครื่องยนต์ Hybrid103     สำหรับระบบ Hybrid นั้นจะเป็นเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ โดยให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 11.3 kgm ส่วนของมอเตอร์ให้แรงม้าสูงสุด 61 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 17.2 kgm แล้วเมื่อขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ร่วมกับมอเตอร์จะให้กำลังแรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า ซึ่งในจุดนี้ได้มีการปรับปรุงระบบการจัดการของเครื่องยนต์ มอเตอร์ และอินเวอเตอร์102     ส่วนของแบตเตอรี่สำหรับ Hybrid ใช้เป็นแบบ Nickel-Metal Hydride มีการติดตั้งอยู่บริเวณด้านใต้ของเบาะที่นั่งด้านหลัง ดังนั้นจึงรับประกันในเรื่องของพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์แบบ Hybrid หรือธรรมดาก็มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายกว้างไม่ต่างกัน104     ส่วนของอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน JC08 Mode ก็ถือว่าอยู่ระดับที่ดีด้วยตัวเลขที่ทำได้ 34.4 km/l ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มรถยนต์ที่ได้รับส่วนลดของภาษีลง โดยเป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยมลพิษลดลง 75% ของปี 2005 และในปี 2020 ที่จะดีกว่ามาตรฐานอีก 20%


“สำหรับชาวอ่างทอง ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ อ่างทอง ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO อ่างทอง ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

“นิ่วน้ำลาย” คืออะไร อันตรายหรือไม่?

“นิ่วน้ำลาย” คืออะไร อันตรายหรือไม่?หากพูดถึงโรคนิ่ว ทุกคนคงนึกถึงโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ นิ่วในถุงน้ำดี หรือนิ่วในไต แต่อาจมีอีกโรคหนึ่งที่หลายคนอาจยังไม่เคยได้ยิน นั่นก็คือ “นิ่วน้ำลาย” หรือ “นิ่วในต่อมน้ำลาย” นั่นเอง อาการเป็นอย่างไร อันตรายมากน้อยแค่ไหน และมีวิธีป้องกันอย่างไร มาดูกันค่ะ

นิ่วน้ำลาย คืออะไร?

นิ่วน้ำลาย หรือนิ่วในต่อมน้ำลาย เป็นอาการผิดปกติของท่อน้ำลายที่มีการอุดตัน จนทำให้น้ำลายไม่สามารถไหลออกมาให้ความชุ่มชื้นภายในปากได้ตามปกติ เมื่อมีอาการคั่งของน้ำลายมากๆ อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวด และอาจติดเชื้อ จนกลายเป็นผนังท่อน้ำลายอักเสบ หรือเป็นฝีได้

นิ่วน้ำลาย เกิดจากสาเหตุใด?

นิ่วน้ำลาย อาจยังไม่สามารถหาสาเหตุที่เกิดขึ้นได้อย่างแน่ชัด แต่เกิดขึ้นจากการสะสมขององค์ประกอบทางเคมีในน้ำลาย ส่วนใหญ่เป็นแคลเซียม อาจเกี่ยวข้องกับการสร้างน้ำลายลดลงและ/หรือมีผนังท่อน้ำลายหนา ซึ่งเป็นความผิดปกติที่ยังหาสาเหตุที่เกิดขึ้นได้ไม่ขัดเจน

ปัจจัยเสี่ยงในการเป็นโรคนิ่วน้ำลาย

ถึงแม้ว่าเราจะยังหาสาเหตุที่เกิดโรคนิ่วน้ำลายได้ไม่ชัดเจน แต่เราพอจะทราบปัจจัยเสี่ยงที่เป็นการกระตุ้นให้เกิดโรคนี้ได้มากขึ้น นั่นคือ การดื่มน้ำน้อย การใช้ยาบางชนิด เช่น กลุ่มยาต้านฮีสตามีน ยาลดความดันโลหิต ยาทางจิตเวช และยาควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ หรืออาจเกิดขึ้นจากอาการบาดเจ็บ กระทบกระแทกของต่อมน้ำลาย จนทำให้น้ำลายคั่ง จนเกิดเป็นนิ่ว ขัดขวางการไหลของน้ำลาย จนทำให้ท่อน้ำลายอุดตันได้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ นิ่วน้ำลาย

วิธีป้องกันจากโรคนิ่วน้ำลาย

วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้เราห่างไกลจากโรคนิ่วน้ำลาย คือการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน อย่าให้ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ รักษาความสะอาดในช่องปาก ทั้งฟัน เหงือก และลิ้น และหากพบอาการอักเสบ ปวด หรือบวมในบริเวณช่องปาก เหงือก หรือส่วนใดส่วนหนึ่ง ให้รีบปรึกษาแพทย์ในทันที โดยอาจเลือกแพทย์เฉพาะทางที่ดูแลเกี่ยวกับ หู คอ จมูก

วิธีดูแลตัวเอง เมื่อเป็นนิ่วน้ำลาย

วิธีดูแลตัวเองเมื่อมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการหลั่งของน้ำลาย สามารถทำได้โดยการประคบบริเวณที่ปวดด้วยน้ำอุ่น ใช้มือรีดข้างแก้ม คาง และบริเวณด้านข้างลงมาตามแนวแก้ม ดื่มน้ำมากๆ และรับประทานอาหารที่มีรสชาติเปรี้ยว เพื่อกระตุ้นการทำงานของต่อมน้ำลาย ซึ่งอาจช่วยให้ก้อนนิ่วเล็กๆ หลุดออกมาได้ แต่หากก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่ อาจต้องรักษาด้วยวิธีผ่าตัด ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : รองศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา ทองประดิษฐ์โชติ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล